ข่าว

ช็อก! ตร.ขุดเส้นเงิน "อัจฉริยะ" สูบยอดบริจาคชมรมฯ ฟอกเว็บพนันมวย 40 ล้าน

ช็อก! ตร.ขุดเส้นเงิน "อัจฉริยะ" สูบยอดบริจาคชมรมฯ ฟอกเว็บพนันมวย 40 ล้าน

03 ต.ค. 2569

ตำรวจไซเบอร์ เปิดพฤติกรรม "อัจฉริยะ" พบใช้เงินบริจาคคนใจบุญชมรมฯ โดนเข้าเว็บพนันมวยกว่า 40 ล้านบาท ขณะที่เจ้าตัวยังปฏิเสธ

ภายหลัง ตำรวจไซเบอร์ เข้าจับกุม นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม โดยจับกุมได้บริเวณร้านอาหารใกล้สนามมวยอ้อมน้อย ก่อนพาตัวมาสอบปากคำต่อที่ กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี


สำหรับการจับกุม นายอัจฉริยะ ครั้งนี้ สืบเนื่องจากการขยายผลคดีอาญาที่ 118/2569 สน.บึงกุ่ม และคดีอาญาที่ 360/2569 บก.สอท.1 ทลายเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ไลน์กลุ่ม “มวยพักยกวาไรตี้” และ “กลุ่มฝากทุนพักยกวาไรตี้” เจ้าหน้าที่พบหลักฐานเส้นทางการเงินมัดตัวแน่นหนาว่า นายอัจฉริยะ มีพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำความผิดฐาน

 

  • ฉ้อโกงประชาชน
  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ (นำเข้าข้อมูลเท็จ/บิดเบือน)
  • ฟอกเงิน
  • ลักลอบเล่นการพนันชกมวยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต

จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของฝ่ายสืบสวน พบการใช้บัญชีธนาคารส่วนตัวและบัญชีในนามชมรม สูบเงินบริจาคจากประชาชนไปใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์อย่างน่าตกใจ 

 

  • บัญชีแรก (บัญชีส่วนตัว) ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2567 – 7 เม.ย. 2568 มียอดทำธุรกรรม 1,196 ครั้ง ยอดเงินหมุนเวียนสูงถึง 191 ล้านบาท  
  • บัญชีที่ 2 (บัญชีที่เปิดในนาม "ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม") 20 พ.ค. 2556 – 28 เม.ย. 2569 ยอดทำธุรกรรม 5,140 ครั้ง ยอดเงินหมุนเวียนสูงถึง 168 ล้านบาท 


นอกจากนี้จากการการสอบปากคำพยานและผู้เสียหายหลายรายที่หลงเชื่อคำโฆษณาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ต่างออกมาให้การตรงกันว่า โอนเงินร่วมบุญเพราะคิดว่าชมรมดังกล่าวทำประโยชน์เพื่อสังคม ต่อต้านความอยุติธรรม แต่กลับถูกนำเงินไปใช้เล่นการพนันสิ้น


กรณี นาย ว. พยานผู้บริจาครายย่อย โอนเงินช่วยเหลือต่อเนื่องรวม 35 ครั้ง เป็นเงิน 79,000 บาท (เฉลี่ยครั้งละ 2,000 บาท) ซึ่งทุกครั้งที่โอน เงินจะถูกส่งต่อเข้าสู่วัฏจักรการเล่นพนันมวยทันที


เช่นเดียวกับกรณี น.ส. พ. และ นาย ท. กลุ่มผู้ร่วมบริจาครายใหญ่ โอนเงิน 4 ครั้ง รวมเป็นเงินถึง 700,000 บาท สุดท้ายเส้นเงินไหลเข้าสู่เครือข่ายพนันมวยเช่นเดียวกัน 
 

นอกจากนี้พยานทุกคนยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า หากรู้ล่วงหน้าว่าเงินหยาดเหงื่อที่ตั้งใจเอามาทำบุญช่วยเหลือสังคม จะถูกนำไปใช้เล่นการพนันสนองตัณหาส่วนตัว ไม่มีใครยอมโอนให้อย่างเด็ดขาด การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการหลอกลวงต้มตุ๋นประชาชนอย่างแท้จริง


โดยระหว่างที่ตำรวจคุมตัว  นายอัจฉริยะ เข้ามา เจ้าตัวได้เปิดเผยกับสื่อมวลชน เงินบัญชีมูลนิธิไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีส่วนตัวของตัวเอง ยืนยันว่าสามารถชี้แจงรายละเอียดทุกอย่างได้หมด ส่วนจะถูกกลั่นแกล้งหรือไม่นั้น ให้ทุกคนไปคิดกันเอาเองเนื่องจากถูกออกหมายจับเมื่อวานนี้ และบัญชีมูลนิธิได้เปิดบัญชีมาแล้ว 12 ปี ซึ่งมันคนละอย่างกันกับบัญชีส่วนตัว

 

ขณะที่ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองจเรตำรวจ และ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า การจับกุมในคดีนี้สืบเนื่องจากการขยายผลคดีขบวนการแอบลักลอบเล่นการพนันมวย ที่มีเงินหมุนเวียนถึง 1 พันล้านบาท เมื่อช่วงเดือนมีนาคมในพื้นที่สน.บึงกุ่ม จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า ในเส้นเงินดังกล่าวมีเงินจำนวน 40 ล้านบาท เข้าไปเกี่ยวโยงกับเว็บพนันมวยถึง 212 ครั้ง จะเป็นที่มาของการออกไปจับนายอัจฉริยะในครั้งนี้


เบื้องต้นเจ้าตัวได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา การปฏิเสธก็เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาที่จะให้การอย่างไรก็ได้ แต่ตำรวจมีพยานหลักฐานและผู้เสียหายที่เข้าให้ข้อมูลกับตำรวจไว้ก่อนหน้านี้ โดยผู้เสียหายได้ระบุเจตจำนงค์อย่างชัดเจนว่า เงินดังกล่าวจะต้องไปช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนจากคดีอาชญากรรม


จากการตรวจสอบบัญชีชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พบว่ามีเงินหมุนเวียน ประมาณ 168 ล้านบาท และมีเงินหลาย 10 ล้านบาทที่เข้าไป เชื่อมโยงกับเว็บพนันมวย ยืนยันว่าการจับกุมครั้งนี้ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งตามที่ตัวผู้ต้องหานั้นได้กล่าวอ้าง และจะให้ความเป็นแกทุกฝ่าย


ส่วนบัญชีส่วนตัวของนายอัจฉริยะพบว่ามีเงินที่อยู่ในบัญชีถึง 191 ล้านบาท ซึ่งจะต้องนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งเนื่องจากพบความเชื่อมโยง ทางเส้นเงิน ไปถึงชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ที่มีนายอัจฉริยะมีอำนาจในการเบิกจ่ายแต่เพียงผู้เดียว ส่วนจะมีการให้ประกันตัวหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพนักงานสอบสวน