
ช็อก! ตร.ขุดเส้นเงิน "อัจฉริยะ" สูบยอดบริจาคชมรมฯ ฟอกเว็บพนันมวย 40 ล้าน
ตำรวจไซเบอร์ เปิดพฤติกรรม "อัจฉริยะ" พบใช้เงินบริจาคคนใจบุญชมรมฯ โดนเข้าเว็บพนันมวยกว่า 40 ล้านบาท ขณะที่เจ้าตัวยังปฏิเสธ
ภายหลัง ตำรวจไซเบอร์ เข้าจับกุม นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม โดยจับกุมได้บริเวณร้านอาหารใกล้สนามมวยอ้อมน้อย ก่อนพาตัวมาสอบปากคำต่อที่ กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
สำหรับการจับกุม นายอัจฉริยะ ครั้งนี้ สืบเนื่องจากการขยายผลคดีอาญาที่ 118/2569 สน.บึงกุ่ม และคดีอาญาที่ 360/2569 บก.สอท.1 ทลายเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ไลน์กลุ่ม “มวยพักยกวาไรตี้” และ “กลุ่มฝากทุนพักยกวาไรตี้” เจ้าหน้าที่พบหลักฐานเส้นทางการเงินมัดตัวแน่นหนาว่า นายอัจฉริยะ มีพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำความผิดฐาน
- ฉ้อโกงประชาชน
- พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ (นำเข้าข้อมูลเท็จ/บิดเบือน)
- ฟอกเงิน
- ลักลอบเล่นการพนันชกมวยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต
จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของฝ่ายสืบสวน พบการใช้บัญชีธนาคารส่วนตัวและบัญชีในนามชมรม สูบเงินบริจาคจากประชาชนไปใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์อย่างน่าตกใจ
- บัญชีแรก (บัญชีส่วนตัว) ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2567 – 7 เม.ย. 2568 มียอดทำธุรกรรม 1,196 ครั้ง ยอดเงินหมุนเวียนสูงถึง 191 ล้านบาท
- บัญชีที่ 2 (บัญชีที่เปิดในนาม "ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม") 20 พ.ค. 2556 – 28 เม.ย. 2569 ยอดทำธุรกรรม 5,140 ครั้ง ยอดเงินหมุนเวียนสูงถึง 168 ล้านบาท
นอกจากนี้จากการการสอบปากคำพยานและผู้เสียหายหลายรายที่หลงเชื่อคำโฆษณาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ต่างออกมาให้การตรงกันว่า โอนเงินร่วมบุญเพราะคิดว่าชมรมดังกล่าวทำประโยชน์เพื่อสังคม ต่อต้านความอยุติธรรม แต่กลับถูกนำเงินไปใช้เล่นการพนันสิ้น
กรณี นาย ว. พยานผู้บริจาครายย่อย โอนเงินช่วยเหลือต่อเนื่องรวม 35 ครั้ง เป็นเงิน 79,000 บาท (เฉลี่ยครั้งละ 2,000 บาท) ซึ่งทุกครั้งที่โอน เงินจะถูกส่งต่อเข้าสู่วัฏจักรการเล่นพนันมวยทันที
เช่นเดียวกับกรณี น.ส. พ. และ นาย ท. กลุ่มผู้ร่วมบริจาครายใหญ่ โอนเงิน 4 ครั้ง รวมเป็นเงินถึง 700,000 บาท สุดท้ายเส้นเงินไหลเข้าสู่เครือข่ายพนันมวยเช่นเดียวกัน
นอกจากนี้พยานทุกคนยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า หากรู้ล่วงหน้าว่าเงินหยาดเหงื่อที่ตั้งใจเอามาทำบุญช่วยเหลือสังคม จะถูกนำไปใช้เล่นการพนันสนองตัณหาส่วนตัว ไม่มีใครยอมโอนให้อย่างเด็ดขาด การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการหลอกลวงต้มตุ๋นประชาชนอย่างแท้จริง
โดยระหว่างที่ตำรวจคุมตัว นายอัจฉริยะ เข้ามา เจ้าตัวได้เปิดเผยกับสื่อมวลชน เงินบัญชีมูลนิธิไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีส่วนตัวของตัวเอง ยืนยันว่าสามารถชี้แจงรายละเอียดทุกอย่างได้หมด ส่วนจะถูกกลั่นแกล้งหรือไม่นั้น ให้ทุกคนไปคิดกันเอาเองเนื่องจากถูกออกหมายจับเมื่อวานนี้ และบัญชีมูลนิธิได้เปิดบัญชีมาแล้ว 12 ปี ซึ่งมันคนละอย่างกันกับบัญชีส่วนตัว
ขณะที่ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองจเรตำรวจ และ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า การจับกุมในคดีนี้สืบเนื่องจากการขยายผลคดีขบวนการแอบลักลอบเล่นการพนันมวย ที่มีเงินหมุนเวียนถึง 1 พันล้านบาท เมื่อช่วงเดือนมีนาคมในพื้นที่สน.บึงกุ่ม จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า ในเส้นเงินดังกล่าวมีเงินจำนวน 40 ล้านบาท เข้าไปเกี่ยวโยงกับเว็บพนันมวยถึง 212 ครั้ง จะเป็นที่มาของการออกไปจับนายอัจฉริยะในครั้งนี้
เบื้องต้นเจ้าตัวได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา การปฏิเสธก็เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาที่จะให้การอย่างไรก็ได้ แต่ตำรวจมีพยานหลักฐานและผู้เสียหายที่เข้าให้ข้อมูลกับตำรวจไว้ก่อนหน้านี้ โดยผู้เสียหายได้ระบุเจตจำนงค์อย่างชัดเจนว่า เงินดังกล่าวจะต้องไปช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนจากคดีอาชญากรรม
จากการตรวจสอบบัญชีชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พบว่ามีเงินหมุนเวียน ประมาณ 168 ล้านบาท และมีเงินหลาย 10 ล้านบาทที่เข้าไป เชื่อมโยงกับเว็บพนันมวย ยืนยันว่าการจับกุมครั้งนี้ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งตามที่ตัวผู้ต้องหานั้นได้กล่าวอ้าง และจะให้ความเป็นแกทุกฝ่าย
ส่วนบัญชีส่วนตัวของนายอัจฉริยะพบว่ามีเงินที่อยู่ในบัญชีถึง 191 ล้านบาท ซึ่งจะต้องนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งเนื่องจากพบความเชื่อมโยง ทางเส้นเงิน ไปถึงชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ที่มีนายอัจฉริยะมีอำนาจในการเบิกจ่ายแต่เพียงผู้เดียว ส่วนจะมีการให้ประกันตัวหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพนักงานสอบสวน



