
"นพศิลป์" สั่งขยายผล หนุ่มจีนโอเวอร์สเตย์ ช็อก! หนีหมายแดงตุ๋นเงิน 200 ล้าน
ตม. รวบหนุ่มจีนโอเวอร์สเตย์ 578 วัน พบประวัติเป็นบุคคลตาม "หมายแดง" อินเตอร์โพล ก่อคดีปลอมเอกสารตุ๋นเงินกู้ที่จีนกว่า 200 ล้านบาท ก่อนเผ่นซุกไทย
1 ต.ค. 2569 พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. สั่งลุยขยายผล รวบหนุ่มจีนแสบคาโรงแรมดังเมืองกาญจน์ หลังโวยวายสร้างความรำคาญ โป๊ะแตกพบประวัติโอเวอร์สเตย์นานถึง 578 วัน ซ้ำร้ายเช็กประวัติลึกกลายเป็นอาชญากรข้ามชาติระดับตัวเป้ง มีหมายแดงอินเตอร์โพลติดตัว โยงแก๊งตุ๋นกู้เงินธนาคารจีนด้วยเอกสารปลอมฮุบอสังหาฯ เสียหายกว่า 200 ล้านบาท
ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 ก.ย. ที่ผ่านมา ชุดสืบสวน ตม.กาญจนบุรี นำโดย พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 สนธิกำลังกับตำรวจ สภ.ศรีสวัสดิ์ เข้าคุมตัวนายซุน เหวิน (SUN Wen) อายุ 33 ปี สัญชาติจีน หลังมีพฤติกรรมสร้างความเดือดร้อนรำคาญในโรงแรมแห่งหนึ่งพื้นที่ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าลักลอบอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนด (Overstay) ถึง 578 วัน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
จากการขยายผลตรวจสอบประวัติอย่างละเอียดกลับพบความจริงที่น่าตกใจ เมื่อนายซุน เหวิน เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับแดง (Red Notice) ของตำรวจสากล (INTERPOL) ที่ทางการจีนกำลังตามล่าตัวอย่างหนักในคดีฉ้อโกงครั้งใหญ่ โดยพฤติการณ์ระบุว่าผู้ต้องหารายนี้มีส่วนร่วมในขบวนการปลอมแปลงเอกสารโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ 6 แห่ง มูลค่ากว่า 100 ล้านหยวน เพื่อนำไปจำนองขอสินเชื่อและฉ้อโกงเงินธนาคารไปได้กว่า 44 ล้านหยวน หรือประมาณ 200 ล้านบาท
ซึ่งนายซุน เหวิน ฟันส่วนแบ่งไปกว่า 30 ล้านหยวน ก่อนหลบหนีออกจากจีนเข้ามาซุกตัวในไทยตั้งแต่กลางปี 2567 ล่าสุดกองการต่างประเทศได้ประสานงานและรับการยืนยันแล้วว่า ทางการจีนต้องการตัวอาชญากรรายนี้กลับไปดำเนินคดีในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน
ทางด้าน พล.ต.ท.นพศิลป์ ได้เปิดเผยสถิติการทำงานที่สะท้อนความเข้มงวดของ สตม. ว่า นับตั้งแต่ 1 ต.ค. 2568 จนถึงปัจจุบัน ได้สกัดกั้นและปฏิเสธการเข้าเมืองของชาวต่างชาติที่มีลักษณะต้องห้ามไปแล้วถึง 81,000 ราย หรือเฉลี่ยเดือนละเกือบ 7,000 ราย ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของการนำงานด้านการสืบสวนมาใช้คัดกรองบุคคลเข้าประเทศ ภายใต้แนวคิด “คัดกรองคนดี คนไม่ดีไม่ต้องให้เข้ามา”
ทั้งนี้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. ได้กำชับนโยบายกวาดล้างอาชญากรข้ามชาติอย่างเด็ดขาด ยืนยันพร้อมจัดการขั้นเด็ดขาดกับกลุ่มชาวต่างชาติที่แฝงตัวเข้ามาก่อเหตุในไทย เพื่อสร้างความปลอดภัยและเรียกความเชื่อมั่นให้กับทั้งประชาชนชาวไทยและนักท่องเที่ยว



