
สะเทือนใจ พี่จบนิติฯ ตกงาน พาน้องคุ้ยถังขยะหาข้าวกิน น้ำไฟถูกตัด-เหลือติดตัว 600
พี่ชายดีกรีบัณฑิตนิติศาสตร์ ตกงานมา 2 เดือน ต้องพาน้องชายตระเวนหาเศษอาหารตามถังขยะกิน อึ้ง! ยังเอากลับไปให้แม่ที่ป่วย ซ้ำร้ายบ้านถูกตัดน้ำตัดไฟแรมเดือน ครอบครัวเหลือเงินติดตัวแค่ 600 บาท
จากกรณีพบครอบครัว 3 ชีวิตที่น่ารันทด พี่ชายซึ่งจบปริญญาตรีนิติศาสตร์ตกงาน พาน้องชาย เพิ่งเรียนจบชั้น ม.6 ตระเวนคุ้ยถังขยะตามร้านอาหาร และร้านสะดวกซื้อ หาอาหารกลับบ้านไว้ประทังชีวิต 3 แม่ลูก เนื่องจากแม่ป่วย ไม่มีรายได้ ถูกตัดน้ำตัดไฟมาประมาณ 2 เดือน ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ยากลำบาก จนมีเจ้าหน้าที่ตำรวจออกตรวจกลางดึกถ่ายคลิปไว้ได้
24 ก.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวได้สอบถามกับทาง ส.ต.ท.ภูกิจ เพชรคง ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.บางบัวทอง เปิดเผยว่า เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 23 ก.ย. ช่วงเวลาประมาณ 02.30 น. ขณะที่ตนขี่รถออกตรวจตราในพื้นที่ เมื่อวิ่งมาถึงปากซอยจันทร์ทองเอี่ยม พบชายสองคนกำลังคุ้ยหาเศษอาหารในถุงขยะ ซึ่งตนไม่เคยพบ 2 คนนี้มาก่อน ปกติจะเคยเจอแค่คนที่มาคุ้ยอาหารไปให้แมว
ด้วยความไม่คุ้นหน้า ตนจึงแวะสอบถามว่าจะเอาอาหารไปทำอะไร แต่พอน้องสองคนตอบมาว่า จะเอาไปกินทำให้ตนถึงกับอึ้งและรู้สึกตกใจเพราะคิดว่าอาหารน่าจะไม่สะอาดแล้ว เมื่อตนสอบถามต่อไปจึงทราบว่า ทั้งสองคนซึ่งเป็นพี่น้องกัน โดยคนพี่ตกงานมาได้ 2 เดือน และเมื่อไปสมัครงานต่อก็ยังไม่มีที่ไหนรับเข้าทำงาน ส่วนทางแม่ของทั้งสองคนก็ไม่สามารถทำงานได้ มีปัญหาด้านสุขภาพตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุถูกรถชนมา ทำให้พี่ชายคนโตกลายเป็นเสาหลักของครอบครัว ส่วนทางพ่อได้แยกทางกันไปนานแล้ว
ส.ต.ท.ภูกิจ เพชรคง กล่าวอีกว่า สิ่งที่ทำให้ตนสะเทือนใจหนักก็คือ อาหารที่ถูกคุ้ยจากถุงขยะมา สองพี่น้องก็จะเอากลับไปให้แม่กินด้วย โดยทั้งสองคนจะออกมาเดินตระเวนคุ้ยถุงขยะในตอนกลางคืนแบบวันเว้นวัน โดยที่มีเงินสำรองใช้อยู่เพียง 600 บาท แต่ทั้งครอบครัวต้องประหยัดไว้ ไม่สามารถเอาไปซื้ออาหารมากินได้ ซึ่งเงินส่วนใหญ่ที่มีอยู่ก็ได้มาจากการเก็บขวดกระดาษและขนเอาของเครื่องใช้ในบ้านไปขาย ในบ้านไปขาย จากสภาพที่ตนไปเห็นมาในบ้านครอบครัวนี้ก็แทบไม่มีอะไรเหลือแล้ว
ส.ต.ท.ภูกิจ กล่าวต่ออีกว่า คืนวันนั้นตนอยู่เป็นเพื่อนกับของพี่น้องนี้จนถึงตี 5 โดยไปนั่งคุยที่ปั้มน้ำมัน เพราะคนน้องจะต้องชาร์ตแบตโทรศัพท์มือถือก่อนเข้าบ้าน จนกระทั่งตามไปเห็นชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวนี้ ต่อมาตนได้ขี่รถกลับไปเอาข้าวและของใช้จำเป็นไปวางไว้ที่หน้าบ้านเขาเพราะไม่อยากรบกวนพวกเขา ตนเห็นชีวิตครอบครัวนี้แล้วก็รู้สึกสะเทือนใจว่า ในเมืองใหญ่แบบนี้ไม่น่าจะมีคนที่ต้องใช้ชีวิตแบบนี้ เพราะแม้แต่คนจรจัดเองยังได้รับการช่วยเหลือจนเอาเงินที่ได้ไปใช้ในทางไม่ถูกต้อง
ซึ่งเคสนี้ทำให้ตนปล่อยเรื่องผ่านไม่ได้ แต่มันอาจจะเกินกำลังของตนที่จะช่วยได้ ตนจึงตัดสินใจโพสต์เรื่องราวที่น่ารันทดใจของครอบครัวนี้ เพื่อให้หน่วยงานทึ่เกี่ยวข้องลงพื้นที่มาช่วยเหลือ เพราะตนไม่ได้มีรายได้เยอะ ซึ่งพี่ชายคนโตเคยฝึกงานตามหน่วยงานท้องถิ่นและเคยไปสมัครสอบแต่ติดปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายเดินทางจึงยังไม่ได้งานทำ ส่วนตัวคนน้องเองก็ผอม บุคลิกดูไม่ดี ทำให้เมื่อไปสมัครงานในหลายๆที่ ส่วนใหญ่จะปฎิเสธไม่รับเข้าทำงาน ทำให้เมื่อพี่ชายตกงานทางครอบครัวนี้ก็เหมือนล้มไปด้วยจนกระทั่งน้ำไฟถูกตัดไม่มีใช้



