
ถอยคนละก้าว ชาวบ้านลงมติ ส่ง "หลวงปู่ปั่น" กลับจำพรรษา จ.ตาก
ชาวบ้านรวมตัวแน่นวัดบุญเรืองศรี เคลียร์ปมร้อน "หลวงปู่ปั่น" พระผู้ใหญ่อารมณ์ร้อนตามคลิป สุดท้ายยอมเปลี่ยนมติขับไล่ ไม่บังคับสึก แต่ส่งตัวย้ายไปจำพรรษาอยู่กับญาติที่ จ.ตาก แทน
จากกรณีการเผยแพร่คลิปวีดีโอ "หลวงปู่ปั่น" พระผู้ใหญ่ในวัดบุญเรืองศรี พฤติกรรมอารมณ์รุนแรง คลิป
ช่วงค่ำของวันที่ 23 ก.ย. 2569 ที่วัดบุญเรืองศรี บ้านโพธิ์ศรี-โพธิ์ชัย อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ผู้นำชุมชนเปิดเสียงตามสายและตีกลอง เพื่อเรียกชาวบ้านเดินทางมารวมตัวกันที่ศาลาการเปรียญมากกว่า 30 คน หลังจากผู้นำชุมชนประกาศเสียงตามสายและตีกลองประชุมเร่งด่วน เพื่อเรียกชาวบ้าน คณะกรรมการวัด และเจ้าอาวาส มาร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นภายในวัดอย่างเป็นรูปธรรม
โดยมี นายธนากรณ์ ภูแป้ง กำนันตำบลบัวบาน เป็นตัวแทนเดินทางไปเชิญตัว "หลวงปู่ปั่น" พระผู้ใหญ่ในวัด มารับฟังปัญหาและชี้แจงข้อเท็จจริงต่อหน้าชาวบ้านทั้งหมด
บรรยากาศเริ่มขึ้นโดยกำนันตำบลบัวบาน ทำความเข้าใจกับชาวบ้านเกี่ยวกับประเด็นความขัดแย้งที่ปรากฏตามคลิปวิดีโอ ซึ่งถูกเผยแพร่ก่อนหน้านี้ จากนั้นเปิดโอกาสให้ชาวบ้านเสนอความคิดเห็นอย่างทั่วถึง ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ต่างระบุตรงกันว่า ช่วงหลังมานี้หลวงปู่ปั่นมีพฤติกรรมอารมณ์รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนสร้างความอึดอัดใจให้แก่ญาติโยม และอยากให้ท่านลาสิกขา (สึก) ออกจากการเป็นพระ
แต่ในระหว่างการประชุม หลวงปู่ปั่นได้แสดงความไม่พอใจ พร้อมทั้งลุกขึ้นโต้เถียงและทำท่าทางเลียนแบบเหตุการณ์ในวันที่เกิดปัญหาขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้บรรยากาศกลับมาตึงเครียดและสร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้านซ้ำสอง
กระทั่งเวลาผ่านไป คณะกรรมการวัดและชาวบ้านเริ่มพิจารณาด้วยความเมตตา เนื่องจากเห็นว่าหลวงปู่ปั่นเคยทำประโยชน์ให้วัด เคยเป็นสัปเหร่อ แม้จะมีนิสัยโผงผางและอารมณ์ร้อนมาแต่ไหนแต่ไร แต่ด้วยวัยที่ชราภาพมากแล้ว ที่ประชุมจึงเห็นว่าการบังคับให้สึกอาจจะใจร้ายเกินไป จึงมีมติเห็นชอบเปลี่ยนจากการให้ลาสิกขา มาเป็นการให้ท่านย้ายออกจากวัดไปจำพรรษา ณ วัดใหม่ในพื้นที่ จ.ตาก ซึ่งเป็นจังหวัดที่ญาติของท่านอาศัยอยู่ เพื่อให้มีผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด
กำนันตำบลบัวบาน กล่าวว่า ชาวบ้านทุกคนเห็นชอบตรงกันที่จะให้หลวงปู่ย้ายไปจำพรรษาที่วัดใหม่ เนื่องจากปัจจุบันท่านมีอายุถึง 90 ปีแล้ว อาจจะมีอาการสมองเลอะเลือนหรือพูดจาหลงๆ ลืมๆ ไปบ้างตามประสาผู้สูงอายุ โดยหลวงปู่ปั่นจะออกเดินทางในวันพรุ่งนี้เพื่อไปจำพรรษาที่ จ.ตาก ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ทุกฝ่ายทั้งชาวบ้าน คณะกรรมการวัด เจ้าอาวาส และตัวหลวงปู่เองเห็นพ้องต้องกันโดยไม่มีการบังคับหรือฝืนใจ
หลังจากนี้จะประสานงานให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเข้าตรวจดูอาการของหลวงปู่โดยละเอียดอีกครั้งว่า ต้องได้รับการบำบัดรักษาโรคประจำตัวอย่างไรหรือไม่ "ปัญหาหลักสำคัญคือหลวงปู่อายุมากถึง 90 ปีแล้ว อาจมีความเลอะเลือนในการพูดจาตามวัย จึงอยากขอความเห็นใจจากพี่น้องในโลกโซเชียลและประชาชนทุกท่าน ให้ช่วยพิจารณาและเมตตาท่าน
หากหลวงปู่ได้ทำสิ่งใดผิดพลาดไปก็อยากขอให้อภัยแก่กัน เพราะท่านบวชมาหลายพรรษา เคยบวชมาแล้ว 40-50 พรรษา ก่อนลาสิกขาและกลับมาบวชใหม่ได้ประมาณ 10 พรรษา อีกทั้งยังมีโรคประจำตัวรุมเร้าหลายโรค การย้ายวัดครั้งนี้เป็นการยินยอมของทุกฝ่าย โดยในวันพรุ่งนี้ทางเจ้าหน้าที่และญาติจะเดินทางไปส่งท่านยังจุดหมาย ซึ่งได้มีการประสานงานกับทางญาติที่ จ.ตาก เรียบร้อยแล้ว



