ข่าว

อดีต ผจก.ร้านอาหารดัง ร้องถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม บ.ยัดข้อหาทุจริต เครียดจนล้มป่วยติดเตียง

อดีต ผจก.ร้านอาหารดัง ร้องถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม บ.ยัดข้อหาทุจริต เครียดจนล้มป่วยติดเตียง

12 ก.ย. 2569

เมีย อดีต ผจก.ร้านอาหารดัง ร้องทนายรณรงค์ สามีถูกบริษัทป้ายสีทุจริต ทั้งที่ทำงานหนักมากตลิด 20 ปี กลับโดนเลิกจ้างไม่เป็นธรรม เชื่อหวังตัดตอนเงินชดเชย

12 ก.ย. 2569  น.ส.แววดาว ภรรยาของ นายธาตรี อดีตผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัทชื่อดัง หอบเอกสารหลักฐานเข้าร้องเรียนต่อ นาย รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์  ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม และ ว่าที่ ร.ต.รภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน รองประธานมูลนิธิฯ เพื่อขอความช่วยเหลือทางกฎหมาย หลังสามีถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม 


นางแววดาว เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า สามีเครียดหนักจนป่วยติดเตียงและอาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีโรคประจำตัวทั้งตับแข็งและกระดูกเสื่อม จึงไม่สามารถเดินทางมาร้องเรียนด้วยตัวเองได้

อดีต ผจก.ร้านอาหารดัง ร้องถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม บ.ยัดข้อหาทุจริต เครียดจนล้มป่วยติดเตียง

 

นางแววดาว  เล่าว่า เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2569 ที่ผ่านมา ทางบริษัทได้มีคำสั่งเลิกจ้างนายธาตรีแบบฟ้าผ่า ให้มีผลทันทีในวันรุ่งขึ้น (11 มี.ค.)  โดยอ้างว่ากระทำการทุจริต ทั้งที่สามีทุ่มเททำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ดูแลร้านอาหารในเครือกว่า 10 สาขามานานกว่า 20 ปี ซึ่งเป็นงานที่หนักมาก แต่ก็รับผิดชอบได้ด้วยดีโดยไม่มีข้อบกพร่องมาตลอด


โดยปมที่ถูกตั้งข้อกล่าวหานั้น เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2569 ขณะสามีเข้าไปตรวจสาขาราชพฤกษ์ และสั่งเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้งานใส่รถยนต์ส่วนตัว เพื่อนำไปกระจายให้สาขาอื่น ซึ่งถือเป็นอำนาจการบริหารจัดการและเป็นประเพณีปฏิบัติที่ทำมาโดยตลอด แต่กลับถูกบริษัทหยิบยกมาป้ายสีว่าเป็นความผิดร้ายแรง

 

อดีต ผจก.ร้านอาหารดัง ร้องถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม บ.ยัดข้อหาทุจริต เครียดจนล้มป่วยติดเตียง

นางแววดาว ยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะมาจากกรณีที่สามีต้องลาป่วยบ่อยครั้งในปี 2568 เพื่อไปรักษาโรคตับแข็งและกระดูกเสื่อม แม้จะเป็นการลาถูกต้องตามกฎระเบียบทุกประการ แต่คาดว่าสร้างความไม่พอใจให้บริษัท ประกอบกับสามีมีอายุงานสูงถึง 20 ปี หากเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดจะต้องจ่ายเงินชดเชยเป็นจำนวนมาก บริษัทจึงฉวยโอกาสใช้ข้อหาทุจริตมาเป็นเงื่อนไขในการไล่ออกเพื่อตัดสิทธิเงินชดเชยตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้สามีได้ยื่นฟ้องต่อศาลแรงงานกลางเรียบร้อยแล้วเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์

 

ด้านนายธาตรี กล่าวว่า ในวันที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริตนั้น ตนได้มอบหมายให้พนักงานของร้านชื่อเล่น "ต้า" เป็นผู้รวบรวมอุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้ใส่ถุง และนำไปไว้ในรถยนต์ของตนเพื่อเตรียมนำไปกระจายให้สาขาอื่น จนกระทั่งในช่วงเย็นของวันเดียวกัน ทีมงานของบริษัทก็ได้ติดต่อเข้ามา


นายธาตรี ยืนยันว่า กระบวนการทั้งหมดเป็นการปฏิบัติงานตามปกติวิสัยของตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ แต่กลับถูกบริษัทหยิบยกมากล่าวหาว่าเป็นความผิดร้ายแรงเพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการเลิกจ้างและตัดสิทธิเงินชดเชยตามกฎหมายดังกล่าว  ทำให้รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะได้ทำหน้าที่ตามปกติและไม่มีการกระทำที่เป็นไปในทางทุจริต จึงต้องเดินหน้าฟ้องร้องตามกฎหมายเพื่อเรียกศักดิ์ศรีและสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายคืนมา และเนื่องจากนายจ้างเป็นบริษัทใหญ่ กลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงอยากร้องขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชนด้วย เพราะหากการกระทำของบริษัทในครั้งนี้ประสบความสำเร็จ ก็อาจจะเป็นบรรทัดฐานที่นำไปปฎิบัติต่อพนักงานคนอื่น ๆ ด้วย