
หิ้ว "สมีโชติ-สีกาเอ๋" ฝากขัง ยังปากแข็งปฏิเสธทั้งคู่
คุม "สมีโชติ-สีกาเอ๋" ส่งศาลปราบทุจริตฯ ฝากขัง หลังถูกหิ้วสอบเครียดทั้งคืน ทั้งคู่ปิดปากเงียบก้มหน้าขึ้นรถ ตร.ค้านประกันตัว
11 ก.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ควบคุมตัว นายอติโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ น.ส.ปุณยวีร์ หรือ สีกาเอ๋ ออกจากห้องควบคุมผู้ต้องขังของ กองบังคับการปราบปราม เพื่อขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบกลาง ภาค 1 จังหวัดสระบุรี ฝากขัง
โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ถูกนำตัวเข้ามาสอบปากคำตั้งแต่กลางดึกของเมื่อวานนี้ (10 ก.ย. 69) ซึ่งจะนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบกลาง ภาค 1 จังหวัดสระบุรี
ระหว่างคุมตัวผู้ต้องหาขึ้นรถ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงพฤติกรรมในการกระทำความผิดและรู้สึกอย่างไรต่อสิ่งที่ทำไป ซึ่งทั้งสองรายไม่ได้ตอบคำถาม เพียงแค่เดินก้มหน้า และขึ้นรถไปทันที
โดยนายโชติ ฝากขังในข้อหา เป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ฯ, ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตฯ, และสมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน ส่วนสีกาเอ๋ ฝากขังในข้อหา สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิด และ สมคบกันร่วมกันฟอกเงิน
ท้ายคำร้อง ตำรวจคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีดังกล่าวมีมูลค่าความเสียหายมหาศาล เกรงว่าผู้ต้องหาอาจมีพฤติกรรมหลบหนี หรือเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
ส่วนการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งสองรายนั้น ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป. เปิดเผยว่า สีกาคนสนิท ให้การปฏิเสธ และอ้างว่า เงินมาจากการหารายได้จากการทำมาหากิน ซึ่งเป็นสิทธิผู้ต้องหา แต่ตำรวจมีพยานหลักฐานเป็นเส้นเงิน โดยไม่ปรากฎที่มาของทรัพย์สินเงินทอง ไม่มีอาชีพ และมีการใช้เงินในการผ่องถ่ายไปซื้อทรัพย์สินอื่นด้วย
ส่วนนายโชติ อดีตเจ้าอาวาสฯ อยู่กระบวนการของการสอบปากคำ และให้การปฏิเสธ และไม่สามารถชี้แจงทรัพย์สินที่มีอยู่ได้



