ข่าว

CIB ลุยค้น 6 จุด เจอเงินสดซุกคากุฎิ "สมีโชติ" 144 ล้าน ทอง 1,066 บาท ยังมีอีกเพียบ

CIB ลุยค้น 6 จุด เจอเงินสดซุกคากุฎิ "สมีโชติ" 144 ล้าน ทอง 1,066 บาท ยังมีอีกเพียบ

11 ก.ย. 2569

ตำรวจสอบสวนกลาง ลุยค้น 6 จุด 4 จว. ยึดทรัพย์ กว่า 215 ล้าน พบแค่ 1 ปี เงินไม่เข้าวัดเกือบ 100 ล้าน ลุยตรวจสอบปีก่อนหน้านี้ ด้านสำนักพุทธฯ เตือนบริจาคเงินสแกน QR กันทุจริต

ความคืบหน้าคดีจับกุม สมีโชติ  เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ และ สีกาเอ๋ สีกาคนสนิท เกี่ยวกับการทุจริตเงินวัดจำนวนมากรวมถึงร่วมกันเสพเมถุนผิดหลักพระพุทธศาสนา 


พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ บังคับการปราบปราม เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีพลเมืองดีที่ไม่ประสงค์ออกนาม แจ้งว่า เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม รวมถึงมีข้อสงสัยว่าอาจจะใช้ตำแหน่งหน้าที่เจ้าอาวาสในการทุจริตเงินของวัด จึงเป็นที่มาของกองปราบปรามเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง


ยอมรับการตรวจสอบนั้น ค่อนข้างยากลำบาก เนื่องจากในหนังสือร้องเรียนระบุว่า วัดมีทั้งข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พ่อค้า คนศรัทธาจำนวนมาก เราต้องใช้ความระมัดระวังความรอบคอบเป็นพิเศษ ซึ่งสามารถตรวจสอบจนได้พยานหลักฐานพอสมควร พบพิรุธหลายๆอย่าง พบมี 2 เส้นเงินที่สามารถนำไปสู่การหาพยานหลักฐานตรงนี้ได้ 
 

  • เส้นที่ 1 การออกใบอนุโมทนาบัตรให้กับบุคคลที่ชำระจัดซื้อวัตถุมงคล เช่าวัตถุมงคล 22 รายการ รวมเป็นเงิน 2,8000,000 บาท โดยพยานยืนยันว่า เจ้าอาวาสวัดสั่งให้ออกใบอนุโมทนาบัตรดังกล่าวเป็นเรื่องจริง 
  • เส้นที่ 2 ใบอนุโมทนาบัตรที่บริจาคเพื่อบำรุงทำนุบำรุงวัด จำนวนเงิน 89 ล้านบาท 

 


โดยทั้งสองส่วนนี้รวมกันเป็นเงินจำนวน 92 ล้านบาท แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปดูในบัญชีของวัดว่า เงินก้อนดังกล่าว ไม่มีเข้าในบัญชีวัดแม้แต่บาทเดียว จึงแน่ชัดว่า ทางเจ้าอาวาสมีการทุจริตเงินวัดจริง เป็นที่มานำสู่การเข้าจับกุม 

พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์  กล่าวว่า ตำรวจสอบสวนกลางสนธิกำลังกับ เจ้าหน้าที่ ปปง. และสำนักพุทธศานาแห่งชาติ เข้าทำการตรวจค้นพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง 6 จุด 4 จังหวัด กรุงเทพมหานคร อยุธยา ปทุมธานี บุรีรัมย์ ผลการตรวจค้นเบื้องต้นสามารถยึดทรัพย์ที่แปลงสภาพจากความศรัทธาของประชาชนมูลค่าถึง 215 ล้านบาท ซุกซ่อนไว้ตามที่ต่างๆในกุฏิ 

  • เงินสดสกุลไทยและสกุลต่างประเทศกว่า 144 ล้านบาท
  • ทองคำแท่งและทองรูปพรรณ น้ำหนัก 1,066 บาท
  • พระเครื่องจำนวนมากมาย
  • โฉนดที่ดินจำนวน 28 รายการ

 

หลังจากนี้ทางกองปราบปรามและสำนักพุทธฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการแยกทรัพย์สินว่าเงินส่วนไหนเป็นเงินวัด ส่วนไหนเป็นเงินส่วนตัว


ฝากถึง 2 กลุ่ม กลุ่มประชาชน หรือ พุทธศาสนิกชน ที่มีการบริจาคให้วัด ผ่านบัญชีของเจ้าอาวาส ถ้ารู้สึกว่าเงินของตัวเองบริจาคไปแล้ว ทางวัดใช้ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ ก็สามารถเข้ามาให้ข้อมูล และ กลุ่มหลวงพ่อหลวงพี่ ที่ยังมีพฤติกรรมเช่นนี้ อยู่ให้หยุดพฤติกรรม เพราะเจ้าหน้าที่จะไม่เอาไว้แน่นอน

 

สำหรับของกลางที่ยึดมาในส่วนของ

สมีโชติ

พบเงินฝากในบัญชีกว่า 290 ล้านบาท

เงินสด 138,308,986 บาท

ทองคำแท่งและทองคำรูปพรรณ น้ำหนักรวมกว่า 1,000 บาท คิดเป็นมูลค่าร่วม 70 ล้านบาท

รวมมูลค่าทั้งสิ้น 205,204,733 บาท 

 

สีกาเอ๋ 

เงินสด 3,873,614 บาท

ทองคำน้ำหนัก 90 บาท คิดเป็นเงิน 6,151,500 บาท

รวมมูลค่าทั้งสิ้น 10 ล้านบาท 

 

นอกจากนี้ยังพบเอกสารที่ดินและบัญชี 10 รายการ โดยพบในบ้านพัก สีกาเอ๋ ประกอบด้วย โฉนดที่ดิน 2 ฉบับ สมุดบัญชี 7 เล่ม สัญญาซื้อขายที่ดิน 1 ฉบับ กรมธรรม์สุขภาพ 1 ฉบับ ใบประกันทองคำ จำนวน 6 ใบ ใบซื้อ-ขายทองคำ จำนวน 7 ใบ สลากออมสิน จำนวน 4 ใบ

 

ทั้งหมดนี้รวมมูลค่า ประมาณ 215,229,847 บาท


ด้าน ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป. ระบุว่า ท่านเป็นเจ้าพนักงานเป็นเจ้าอาวาสกลับไม่ทำในสิ่งที่ควรจะทำ พุทธศาสนิกชนบริจาคเงินเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา แต่เงินที่เราเห็นกลับปรากฏว่าไม่เข้าวัดแม้แต่บาทเดียว กลับถูกส่งถ่ายทอดไปที่อื่นรวมไปถึงการซื้อเช่าวัตถุบูชา วัตถุมงคล แต่กลับได้ใบเอกสารที่ทุกคนเข้าใจว่าเป็นใบบริจาค 


ที่สำคัญการออกใบอนุโมทนาบัตรนี้ ยังไม่มั่นใจว่า จะถูกนำไปใช้ในการลดหย่อนภาษีสำหรับคนที่ทำบุญหรือไม่ ซึ่งในส่วนนี้กรณีที่หากสมมุติญาติโยม บริจาคก่อนหน้านี้แล้วรู้สึกไม่มั่นใจว่า เงินถึงวัดหรือไม่ ขอให้เจ้ามาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ที่กองบัญชาการสอบสวนกลาง 

 

ทั้งนี้ในช่วงระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี เงินหายไปจากวัด ประมาณ 100 กว่าล้านบาท แหากตรวจสอบย้อนกลับไปก่อนเป็นเจ้าอาวาสตั้งแต่ปี 2565 เราก็ยังไม่ทราบว่า จะมีความเสียหายมากกว่านี้หรือไม่ 

 

ด้าน นาย กฤศกี สนิทศักดิ์ดี ผู้ตรวจราชการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวง่า อดีตเจ้าอาวาสท่านนี้ไม่ได้สึกด้วยความสมัครใจ เป็นเหตุปาราชิก ซึ่งไม่สามารถกลับมาบวชใหม่ 

ในส่วนเงิน ขอชี้แจงว่า ขณะนี้ทุกวัดมีระบบสแกน QR Code ซึ่งทุกบาททุกสตางค์จะเข้าบัญชีวัดหมด แต่ที่ยังคงตู้บิจาคไว้นั้น เพื่อให้กับคนที่ไม่พร้อมแกสน QR Code แนะนำทางที่ดีการบริจาคเงินวัด ให้สแกน QR Code แทน อีกทั้งยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้เหมือนกัน ใ


ส่วนการป้องกันการยักยอกเงินวัดนั้น ทางสำนักงานพุทธฯ ได้ร่วมกับ ปปท. ตรวจสุ่มวัดที่สุ่มเสี่ยงหลายสิบวัดในพื้นที่ทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อป้องกันทุจริตที่เกิดขึ้น ยืนยันทางสำนักงานพุทธไม่นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ จะหาทางป้องกันและนำนวัตกรรมเข้ามาเสริม เพื่อป้องกันการยักยอกเงินในอนาคตอีก