ข่าว

บุกช่วย นศ. โดนมิจฉาชีพใช้จิตวิทยาบังคับ-ข่มขู่ หลอกขอเงินพ่อแม่ สูญ 8 แสน

บุกช่วย นศ. โดนมิจฉาชีพใช้จิตวิทยาบังคับ-ข่มขู่ หลอกขอเงินพ่อแม่ สูญ 8 แสน

07 ก.ย. 2569

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้จิตวิทยา หลอก นศ. อ้างเอี่ยวคดีติดตัว หลอกให้โอนเงินทุนเรียนต่อ ตปท. สูญกว่า 8 แสน ตร. บุกช่วยทันก่อนโอนเพิ่มอีก 1 ล้าน เตือน Gen Z อันดับ 1 เหยื่อมิจฉาชีพ

เจ้าหน้าที่ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร ภาค9 หลังได้รับแจ้งจากผู้ปกครองว่า บุตรหลานซึ่งเป็นนักศึกษาหญิง อายุ 19 ปี จากมหาวิทยาลัยชื่อดังฃในพื้นที่กรุงเทพ กำลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงิน จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าช่วยเหลือนักศึกษาคนดังกล่าว ภายในห้องพักย่านพญาไทย โดยทันที่ที่เจ้าหน้าที่แสดงตัว ผู้เสียหายร้องไห้ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ต้องพยายามปลอบประโลม จนสงบ ก่อนจะทราบเรื่องราวว่าผู้เสียหายถูกมิจฉาชีพหลอกว่า

 

 

ได้รับทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่ว่าตรวจสอบพบว่ามีคดีติดตัว ก่อนจะมีการโอนสายไปยังตำรวจปลอม บังคับข่มขู่ให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ และให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ ผู้เสียหายจึงโทรศัพท์หาผู้ปกครองกุเรื่องให้ช่วยโอนเงินมาให้ ก่อนจะถอนเงินไปส่งมอบให้กับมิจฉาชีพ เบื้องต้นสูญเงินไปกว่า 800,000 บาท และกำลังจะโทรไปขอเงินพ่อแม่เพิ่มเติมอีก 1 ล้านบาทตามคำสั่งตำรวจปลอม

 

แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการช่วยเหลือเสียก่อน และทราบความจริงว่านั่นเป็นกลโกงมิจฉาชีพ เบื้องต้นได้ประสานให้ญาติเข้ารับตัวน้องผู้เสียหาย พร้อมกับให้รวบรวมพยานหลักฐาน และแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

บุกช่วย นศ. โดนมิจฉาชีพใช้จิตวิทยาบังคับ-ข่มขู่ หลอกขอเงินพ่อแม่ สูญ 8 แสน

​ทั้งนี้ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ขอเตือนภัยน้องๆนักศึกษา อย่าหลงเชื่อพฤติกรรมของมิจฉาชีพในลักษณะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐต่างๆ โดยเฉพาะตำรวจ , ปปง. และ DSI โดยขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่รัฐหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงจะไม่มีการโทรศัพท์มาหา, ไม่ส่งเอกสารราชการ รวมถึงหมายจับ และหมายเรียกต่างๆ ทางไลน์เด็ดขาด, ไม่มีการวิดีโอคอลเพื่อสอบสวนหรือขอข้อมูลหรือควบคุมตัว และที่สำคัญจะไม่มีการบังคับให้โอนเงิน หรือนำทรัพย์สินมีค่าไปให้ รวมไปถึงการให้ไปรับทรัพย์สินตามสถานที่ต่างๆ เพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์เด็ดขาด ดังนั้น หากพบพฤติกรรมในลักษณะข้างต้น ถือว่าเป็นมิจฉาชีพ 100 เปอร์เซ็นต์

 

นอกจากนี้ยังรวมไปถึง บุคคลที่อ้างตัวเป็นเครือข่ายโทรศัพท์หรือสถาบันการเงิน และธนาคารต่างๆ ที่ระบุว่าเบอร์โทรศัพท์ หรือบัญชีของคุณเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด หากได้รับสายในลักษณะนี้ และไม่แน่ใจ ขอให้ทำการตรวจสอบกลับไปยังต้นทางที่ถูกกล่าวอ้างอีกครั้ง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคุณ  
 

ทั้งนี้ ฝากถึงผู้ปกครองให้หมั่นสังเกตบุตรหลานของท่าน ว่ามีพฤติกรรมแปลกไป พยายามเก็บตัว หรือปลีกตัวจากที่บ้านหรือไม่ และหากพบว่าบุตรหลานมีการขอให้ท่านโอนเงินเพื่อเป็นค่าเทอม ค่าประกันการขอทุนการศึกษาเพื่อเรียนต่อต่างประเทศ ขอให้ท่านตรวจสอบกลับไปยังมหาวิทยาลัยหรือเจ้าของทุนฯที่ถูกกล่าวอ้างอีกครั้ง เพื่อความปลอดภัย และหากยังไม่มั่นใจว่ามีขบวนการสแกมเมอร์เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่หรือไม่ ขอให้รีบปรึกษาหรือแจ้งเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือโทร สายด่วน ศูนย์ AOC 1441 ทันที
 

สำหรับสถิติรับเรื่องร้องทุกข์ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC)

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค.-5 ก.ย.69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline จำนวน 5,863 คดี มูลค่าความเสียหาย 241 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับช่วงวันที่ 23-29 ส.ค.69 คดีที่รับแจ้งความมีจำนวนเพิ่มขึ้น 84 คดี แต่มูลค่าความเสียหายลดลงกว่า 19 ล้านบาท

 

ข้อมูลจากทีมวิเคราะห์พบว่า "การหลอกลวงด้านสินค้าและบริการ" ยังคงเป็นคดีที่มีปริมาณสูงที่สุดอยู่ที่ 4,349 คดี คิดเป็น 74.2% ของคดีทั้งหมด แต่ประเภทคดีที่สร้างมูลค่าความเสียหายสูงที่สุด กลับเป็นการหลอกลวงโดยการแอบอ้างบุคคลอื่น ที่มีความเสียหายกว่า 69 ล้านบาท คิดเป็น 28.7% ของคดีทั้งหมด

 

ขณะที่จังหวัดที่ได้รับแจ้งความมากที่สุด ในสัปดาห์นี้พบว่า
1.กรุงเทพมหานคร มีการแจ้งความไว้ 108 คดี มูลค่าความเสียหาย 75.9 ล้านบาท
2.นนทบุรี มีการแจ้งความไว้ 27 คดี มูลค่าความเสียหาย 2.5 ล้านบาท
3.เชียงใหม่ มีการแจ้งความไว้ 25 คดี มูลค่าความเสียหาย 1.8 แสนบาท

 

แต่หากวิเคราะห์ตามเพศและอายุของผู้เสียหายที่มักจะถูกหลอกในรอบสัปดาห์นี้ ก็ยังคงพบว่า ผู้หญิงตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชาย และยังคงเป็นกลุ่มอายุ 21-30 ปี ที่ยังคงเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุดที่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่างต่อเนื่องมาหลายเดือนติดต่อกัน และเมื่อจำแนกตามประเภทคดีก็ยังคงเป็นกลุ่มอายุ 21-30 ปี ที่ยังครองสถิติจำนวนผู้เสียหายสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ อันดับ 2 คดีหลอกลวงโดยการแอบอ้างบุคคลอื่น และอันดับที่ 3 คดีหลอกลวงด้านการจ้างงาน