ข่าว

"ณัฐวุฒิ" ร้อง ผบ.ตร. เร่งหมายจับ "สมชัย-ยิ่งชีพ" อ้างตกเป็นเหยื่อบริจาค 2 พัน โต้คลิปหน้า สน. AI ตัดต่อ

"ณัฐวุฒิ" ร้อง ผบ.ตร. เร่งหมายจับ "สมชัย-ยิ่งชีพ" อ้างตกเป็นเหยื่อบริจาค 2 พัน โต้คลิปหน้า สน. AI ตัดต่อ

07 ก.ย. 2569

"ณัฐวุฒิ" ร้อง ผบ.ตร. เร่งออกหมายจับ "สมชัย-ยิ่งชีพ" กับพวกรวม 6 คน ปมเปิดรับบริจาคสู้คดี กกต. อ้างเป็นผู้เสียหายโอนเงิน 2,000 บาท ลั่นคลิปหน้า สน.ทองหล่อ เป็นภาพ AI ตัดต่อ จ่อฟ้องกลับแจ้งความเท็จภายในสัปดาห์นี้

7 ก.ย. 2569 นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อเร่งรัดการดำเนินคดีและยื่นคำร้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ เอาผิด นายสมชัย ศรีสุทธิยากร และพวกรวม 6 คน ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงิน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์


นายณัฐวุฒิ ระบุว่า ตนเองต้องการให้ ผบ.ตร. ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 6 คนโดยเร็ว  เพราะเกรงว่าผู้ต้องหาจะมีการหลบหนีออกทางช่องทางธรรมชาติ  โดยตนมีสายลับให้ข้อมูลว่า กลุ่มพวกนี้แบ่งหน้าที่กันทำ รับเงินนอกระบบและมาทำลาย กกต. ซึ่งเห็นปรากฎชัดจากเสวนาเมื่อวานนี้ (6 ก.ย.)  และตนได้แจ้งความ 2 สส. พรรคประชาชนไปแล้ว 

 

สำหรับ 6 คน ประกอบด้วย

1. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร

2. นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล

3. นายยิ่งชีพ อัชฌาชานนท์

4. นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม

5. นายพงษ์ศักดิ์ จันทร์อ่อน

6. นางสาวลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์

 

ส่วนปมของคดีเกี่ยวข้องกับการระดมทุนเปิดรับเงินบริจาค นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนไม่ใช่นักร้อง แต่เป็นผู้เสียหาย โดยอ้างว่า เมื่อวันที่ 23 ก.ค. นายสมชายพร้อมพวก  โพสต์รับบริจาคผ่านช่องทาง Facebook เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ถูก กกต. ดำเนินคดี  ซึ่งตัวเองโอนไปทั้งหมด 2 บัญชี บัญชีละ 1,000 บาท ตอนนั้นที่มีการโพสต์ระดมทุน ตนยังไม่มีปัญหาอะไรกับเขา พอเห็นจึงโอนไป 
 

หลังจากนั้น ตนไปตรวจสอบกับอธิบดีกรมการปกครองและกรรมการควบคุมการเรี่ยไร เบื้องต้นได้รับข้อมูลว่า การเปิดรับบริจาคดังกล่าว ไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมการ ในมาตรา 4 คือ ห้ามเรี่ยไรเงิน เป็นวัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมาย ในการที่นายสมชัยไปโพสต์เป็นการเผยแพร่ข้อความ ก็เป็นการฉ้อโกงประชาชนและผิด พรบ.คอมฯ ตนทำหนังสือแจ้งประธาน ปปง. ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนเป็นความผิดมูลฐาน จึงมากล่าวโทษ ร่วมกันฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงิน เพิ่ม เมื่อโดยเห็นว่าเป็นการหลอกลวงประชาชนและมีผู้เสียหายไม่น้อยกว่า 2,000 คน หรือ 2,000 กรรม พร้อมยืนยัน การมาในวันนี้เรื่องนี้ตนไม่ใช่นักร้อง แต่ตัวเองเป็นผู้เสียหาย


สำหรับหลักฐานการโอนเงินของตน ส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ แล้ว 2 คดี และเมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2569 ซึ่งตรงกับวันที่พบกับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร จึงทำให้เป็นการเจอกันโดยบังเอิญที่หน้า สน.ทองหล่อ

 

เมื่อถามถึงเจตนาในการโอนเงินครั้งนั้น นายณัฐวุฒิ อ้างว่า คนอื่นยังโอนเลย 2,000 คน แล้วทำไมตนถึงจะไม่โอน ตอนนั้นตนไม่ได้มีปัญหากับนายสมชัย เห็นคนอื่นบริจาคก็เลยอยากทำบุญ ก่อนอุทานว่า "โอ้ย เศษเงินผม!"

เมื่อผู้สื่อข่าวย้อนถามถึงรายละเอียดใน Press ที่แจกสื่อตั้งแต่เมื่อวานนี้ (6 ก.ย.2569) ที่ระบุว่า "โดยผู้ต้องหาที่ 1 ทำหน้าที่โพสต์ เพจ ปั่นไปไหน- สมชัย ศรีสุทธิยากร โดยโพสต์ข้อความระดมทุนบริจาคเพื่อใช้ในการต่อสู้คดีต่อ กกต."


ผู้สื่อข่าว  : เพื่อให้ยืนยันถึงเจตนาว่า ตอนที่โอนเพราะเห็นด้วยกับการต่อสู้คดีของนายสมชัยและพวกใช่หรือไม่?

นายณัฐวุฒิ ตอบว่า : ไม่ใช่ๆ คุณเข้าใจผิด (ก่อนชี้แจงเกี่ยวกับระเบียบการเรี่ยไร)

 

จากนั้นนักข่าวอีกคนถามย้ำว่า ที่นักข่าวถามเพราะอยากรู้เจตนาการโอน ณ ตอนนั้น รู้แต่แรกใช่หรือไม่ว่าจะนำไปต่อสู้คดี กกต. 
นายณัฐวุฒิ ตอบว่า : คุณไม่ต้องถามผมประเด็นนี้หรอกเพราะมันอยู่ในสำนวน

 

นักข่าวถามย้ำ แต่ตัวนายณัฐวุฒิเอง ส่งเอกสารข่าวให้นักข่าวผ่านทางไลน์ชื่อ Peter W. ซึ่งนักข่าวอ่านข้อความนั้นให้นายณัฐวุฒิฟัง ว่า 
ระดมทุนบริจาคเพื่อใช้ในการต่อสู้คดีต่อ กกต.
นายณัฐวุฒิ ปฏิเสธว่า : ไม่ใช่ ผมไม่เคยส่ง
นักข่าวย้ำว่า : ส่ง 
นายณัฐวุฒิ ปฏิเสธว่า : ไม่ได้ส่ง คุณเห็นเอกสารจริงหรือไม่ เอกสารฉบับจริงไม่เคยเผยแพร่ อันนั้นแค่ร่าง แค่ร่างๆๆๆ แค่สับขาหลอก

 

นักข่าวยังคงถามย้ำถึงเจตนาที่โอนเงิน 
นายณัฐวุฒิ : นี่ๆ เดี๋ยวก่อน คุณฟังผม ผมจะโอนเงินไปที่ไหนก็เป็นสิทธิ์ของผม คุณไม่รู้เจตนาผมหรอก ไปเบิกความต่อศาลผมเบิกความแน่ อยู่ในสำนวนทั้งหมด

 

นักข่าวยังคงอธิบายให้นายณัฐวุฒิฟังอีกว่าเจตนาที่ถามถึงเหตุผลในการโอนเงินเนื่องจากมีระบบในเอกสาร ที่ส่งมาให้ผู้สื่อข่าว ระบุ "โดยผู้ต้องหาที่ 1 ทำหน้าที่โพสต์ เพจ ปั่นไปไหน- สมชัย ศรีสุทธิยากร โดยโพสต์ข้อความระดมทุนบริจาคเพื่อใช้ในการต่อสู้คดีต่อ กกต." 
นายณัฐวุฒิ : เป็นแค่ร่าง ไม่ใช่ Final มีชื่อผมไหม มีลายเซ็นผมไหม ไปดูมีไหม?

 

นักข่าวเลยตอบไปว่า แล้วเอกสารที่ส่งมาหมายความว่าอย่างไร ไม่ใช่ข้อเท็จจริงหรือไม่
นายณัฐวุฒิ : อ้าว  มันไม่ใช่ต้นฉบับไง ไม่มีลายเซ็น = ยกร่าง


ส่วนเหตุการณ์ที่หน้า สน. ทองหล่อ  เมื่อวันที่ 4 ก.ย. เผชิญหน้ากับนายสมชัยนั้น นายณัฐวุฒิ ระบุว่า หากไม่มีตัดทอนข้อความ ปัญหาก็ไม่เกิด ตนไม่เคยใช้ความรุนแรง รวมถึงมีอัยการคนนึง ที่อยู่สำนักงาน เ-ือกสวน เคยเป็นอัยการเสื้อแดง ตอนนี้สีตกเป็นสีส้มแล้ว และทนายความคนนึง ที่ทะลึงอย่าโหนกระแสและหิวแสงมากนัก เร็วๆนี้จะไปสภาทนายความฯ เช่นกัน ส่วนข้อหานั้นเป็นข้อหาเบา ความผิดลหุโทษ "ฏิเสธไปก่อนเพราะลีลาเฉยๆลูกเล่น เหลี่ยมแค่นั้นเอง ข้อหาเบาๆ  ปรับอะ ปรับ เหมือน 391 392 ปรับอยู่แล้ว เรื่องอะไรเราจะให้ปรับง่ายๆ ลูกเล่นนิดนึง เป็นเหลี่ยมกฎหมาย " พร้อมยืนยันว่าที่หน้า สน.ทองหล่อเป็นเพียงภาพ AI

 


"ผมมีหลักฐานต้นฉบับ ผมมีหลักฐานยืนยันว่ามันเป็นการแจ้งความเท็จและเป็นภาพตัดต่อ โดยทีมกฎหมายของผมได้มีการตั้งกล้องไว้ตั้งแต่เริ่ม การตัดต่อมันเลยออกมาดูรุนแรง แต่ความจริงมันไม่ใช่ การที่ถามแบบนี้จะต้องมีความเป็นกลาง ผมมาในฐานะผู้เสียหาย คุณสะกดคำว่าผู้เสียหายเป็นหรือไม่"

 

เมื่อถามว่าแล้วจะนำหลักฐานออกมาเปิดเผยหรือไม่ นายณัฐวุฒิ บอกว่า จะไม่นำหลักฐานตรงนี้เปิดเผย เนื่องจากจะนำไปใช้ในการแจ้งความ และจะเข้าแจ้งความกับนายสมชัยภายในอาทิตย์นี้ ในข้อหาแจ้งความเท็จ 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณัฐวุฒิ  ยังบอกอีกว่า อย่าเรียกนายสมชายว่า "อาจารย์ ไม่ใช่อาจารย์ เป็นผู้ต้องหา ไอ้สมชัย ผู้ต้องหามีปัญหาอะไรหรือเปล่า"

 

เมื่อถามว่าหลังจากนี้ หากต้องพบเจอนายสมชัยอีก จะเกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีกหรือไม่ นายณัฐวุฒิระบุว่า ถ้าเขายังเกี่ยวกับครอบครัว เอาลูกตนไปแขวน ไปที่ไหนก็จะเจอตนทุกที่ รับรองจั๊กจี้แน่

 

นักข่าวเลยถามว่าจั๊กจี้อย่างไร จากนั้นนายณัฐวุฒิ ได้ทำท่าจั๊กจี้ให้นักข่าวดู พร้อมถามนักข่าวว่า "คุณอยากลองไหมล่ะ เอาไหมล่ะ"

 

ส่วนการทำงานด้านกฎหมายให้นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยู่หรือไม่ นายณัฐวุฒิ ยืนยันว่า ขณะนี้ตนไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับนายสุชาติ ตนเป็นมือกฎหมายให้หลายคน ใครจ้างมาตนก็ทำให้หมด เพราะตนเป็นนักลงทุนและนักธุรกิจ อะไรที่สุจริตตนทำหมด 

 

ผู้สื่อข่าวถามว่ายังได้พูดคุยกับนายสุชาติหรือไม่ หลังออกมาประกาศตัดสัมพันธ์ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ไม่ได้พูดคุยกันแล้ว จะไปคุยกับเขาทำไม เพราะตนเป็นนักธุรกิจ เป็นนักลงทุนกลุ่มใหญ่ จะพูดคุยแต่กับนักธุรกิจ ไม่คุยและไม่ยุ่งเรื่องการเมือง ไม่ได้มีความสนิทสนมกับนายสุชาติแล้ว จะไปสนิทอะไร ไม่เคยยุ่งการเมือง ไม่ได้เป็นพี่น้องเป็นญาติของนายสุชาติ