ข่าว

แฉมุกใหม่! แก๊งคอลเซ็นเตอร์ บังคับ นศ.ปลอมเป็นอาจารย์หลอกพ่อแม่ สูญ 2.6 ล้าน

แฉมุกใหม่! แก๊งคอลเซ็นเตอร์ บังคับ นศ.ปลอมเป็นอาจารย์หลอกพ่อแม่ สูญ 2.6 ล้าน

17 ส.ค. 2569

“ชัยชนะ” จี้ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังหลอกนักศึกษาปี 1 สูญ 2.6 ล้าน เผยกลยุทธ์ใหม่ สวมรอยอาจารย์ หลอกผู้ปกครอง แถมขับรถรับเงินสดถึงหน้าคอนโด

นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ปกครองของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ หลังตกเป็นเหยื่อขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ถูกหลอกให้สูญเงินประมาณ 2.6 ล้านบาท โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความ 2 ราย หนึ่งในนั้นเป็นนักศึกษาหญิงชั้นปีที่ 1 ซึ่งถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์หลอกด้วยรูปแบบเดิม อ้างว่านักศึกษามีบัญชีธนาคารเกี่ยวข้องกับยาเสพติด มีคดีความและมีหมายจับ ก่อนสร้างความหวาดกลัวจนเหยื่อหลงเชื่อ

 

จากนั้นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้บังคับให้นักศึกษารายดังกล่าวเป็นผู้หลอกลวงผู้ปกครองต่อ โดยเปลี่ยนบัญชีไลน์ของคนร้ายให้ใช้ชื่อและภาพของอาจารย์ แล้วหลอกผู้ปกครองว่า ลูกสาวได้รับทุนการศึกษาเพื่อไปศึกษาต่อต่างประเทศ พร้อมอ้างว่าต้องใช้เงินสำหรับเป็นหลักประกันและทำวีซ่า รวมถึงมีการปลอมตัวเป็นกงสุลเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ส่งผลให้ผู้ปกครองหลงเชื่อและโอนเงินให้ รวมความเสียหายประมาณ 2.6 ล้านบาท

 

นายชัยชนะ ระบุว่า เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการของกลโกงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีความแนบเนียนมากขึ้น จากเดิมที่มุ่งหลอกเหยื่อโดยตรง กลายเป็นการบังคับให้เหยื่อไปหลอกคนในครอบครัวต่อ ทำให้ผู้ปกครองยิ่งเชื่อและตัดสินใจให้เงินได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบอีกหลายด้าน ทั้งข้อมูลส่วนตัวของนักศึกษาหลุดไปถึงมือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้อย่างไร รวมถึงการประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลเกี่ยวกับการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และรูปแบบการหลอกลวงรูปแบบใหม่ สามารถเข้าถึงประชาชน เยาวชน และนักศึกษาอย่างทั่วถึงหรือไม่

 

นายชัยชนะ กล่าวว่า สิ่งที่น่าตกใจที่สุดในกรณีนี้ คือรูปแบบการรับเงินของคนร้ายไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร แต่ยังมีการสั่งให้ผู้เสียหายถอนเงินสด ก่อนที่คนร้ายจะขับรถมารับเงินถึงบริเวณหน้าคอนโดมิเนียมของนักศึกษา โดยมีเงินสดหลักล้านบาทถึง 2 ครั้ง

 

“เรื่องนี้สะท้อนว่า แม้ประเทศไทยจะประกาศบังคับใช้กฎหมายเพื่อปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่คนร้ายกลับไม่เกรงกลัวกฎหมาย ถึงขั้นเดินทางมารับเงินสดจำนวนมากถึงหน้าคอนโดของผู้เสียหาย” นายชัยชนะ กล่าว

นายชัยชนะ ฝากถึงนายกรัฐมนตรี และกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ให้เร่งปราบปรามขบวนการดังกล่าวอย่างจริงจัง พร้อมขอให้ติดตามคดีนี้อย่างถึงที่สุด รวมถึงเร่งติดตามเงินของผู้เสียหายกลับคืนมาให้ได้มากที่สุด

 

ทั้งนี้ จากข้อมูลของผู้ปกครอง ครอบครัวผู้เสียหายถึงขั้นต้องไปหยิบยืมเงินจากเพื่อนและเพื่อนร่วมงาน เพราะเชื่อว่าบุตรสาวได้รับทุนไปศึกษาต่อที่ประเทศเยอรมนี และต้องใช้เงินเพื่อทำวีซ่าและแสดงหลักฐานทางการเงิน จึงยอมมอบเงินให้ตามที่ลูกสาวร้องขอ