
"ไอ้ป๋อ" ผู้ต้องหาโทรมหญิง สืบประวัติเจอวีรกรรมเสื่อม? ถูกรวบคาร้านน้ำท่อม
ตำรวจแกะรอยหลายวันก่อนบุกรวบ “ป๋อ” อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง คาร้านน้ำกระท่อมย่านลาดกระบัง หลังพบ “รอยสักลายเสือ” เป็นตำหนิสำคัญ
กลายเป็นปฏิบัติการที่สร้างความตกใจและเป็นอุทาหรณ์เตือนภัยสำหรับผู้ที่รู้จักคนแปลกหน้าผ่านโลกออนไลน์ หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุม “ป๋อ” อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดี ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ได้ภายในร้านน้ำกระท่อมย่านลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569
ที่น่าตกใจไปกว่านั้น ขณะเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม พบหญิงสาววัย 18 ปีอีกคนกำลังอยู่กับผู้ต้องหาภายในร้าน โดยหญิงสาวเปิดเผยว่าเพิ่งรู้จักและพูดคุยกับ “ป๋อ” ผ่านช่องทางโซเชียลได้เพียง 1 วัน ก่อนนัดหมายมาพบกัน เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวหญิงสาวออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย
ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้การอำนวยการของผู้บังคับบัญชาตำรวจนครบาล โดยชุดสืบสวน ศอ.ปส.บช.น. เข้าตรวจค้นร้านน้ำกระท่อมในพื้นที่ลาดกระบัง–ร่มเกล้า จำนวน 2 แห่ง สามารถจับกุมผู้ต้องหาและผู้เกี่ยวข้องรวม 5 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นน้ำกระท่อมบรรจุขวดประมาณ 60 ขวด ยาแก้ไอประมาณ 100 ขวด และบุหรี่ต้องสงสัยว่าเป็นสินค้าที่ไม่ได้เสียภาษีประมาณ 500 ซอง
แกะรอยจาก “หมายจับ” สู่รอยสักลายเสือ
เบื้องหลังการจับกุม “ป๋อ” เริ่มต้นจากการติดตามบุคคลตามหมายจับ โดยชุดสืบสวนตรวจสอบข้อมูลผู้ต้องหาที่มีพฤติการณ์เสี่ยงและเกี่ยวข้องกับแหล่งมั่วสุมในพื้นที่กรุงเทพฯ
กระทั่งพบหมายจับของ “ป๋อ” ซึ่งศาลอาญามีนบุรีออกหมายจับเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ในข้อหาเกี่ยวกับการร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง
แม้ผู้ต้องหาจะมีอายุเพียง 19 ปี แต่จากการตรวจสอบข้อมูล เจ้าหน้าที่พบประวัติเคยถูกดำเนินคดีหลายคดี ทั้งคดีพยายามฆ่า คดีเกี่ยวกับอาวุธปืน และคดีลักทรัพย์ รวมถึงมีหมายจับที่อยู่ระหว่างการติดตามตัว
หลังผู้ต้องหาหลบหนีออกจากพื้นที่เดิมและพยายามตัดช่องทางการติดต่อ ชุดสืบสวนจึงเปลี่ยนแนวทางจากการติดตามตัวโดยตรง เป็นการแกะรอยจากกลุ่มบุคคล สถานที่ และแหล่งที่ผู้ต้องหามักวนเวียนไป
หนึ่งในเบาะแสสำคัญคือร้านน้ำกระท่อมและแหล่งรวมตัวของกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ลาดกระบัง–ร่มเกล้า เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามต่อเนื่องหลายวัน ก่อนพบชายต้องสงสัยรายหนึ่งภายในร้าน
แม้จะยังไม่สามารถยืนยันตัวบุคคลได้ทันที แต่เจ้าหน้าที่สังเกตเห็น “รอยสักลายเสือบริเวณแขนซ้าย” ซึ่งตรงกับตำหนิรูปพรรณที่ใช้ติดตามตัวผู้ต้องหา จึงเฝ้าสังเกตการณ์จนมั่นใจว่าเป็น “ป๋อ” ก่อนเข้าจับกุมตามหมายจับ
พบสาว 18 ปีอยู่ด้วย หวั่นเกิดเหตุซ้ำ
ระหว่างการเข้าควบคุมตัว เจ้าหน้าที่พบหญิงสาววัย 18 ปีอยู่กับผู้ต้องหาภายในร้าน ซึ่งจากการสอบถามเบื้องต้น หญิงสาวระบุว่าเพิ่งรู้จักกับ “ป๋อ” ผ่านโซเชียลมีเดียเพียง 1 วัน ก่อนถูกนัดหมายให้มาพบกันที่ร้าน
หญิงสาวให้ข้อมูลว่า ระหว่างอยู่ภายในร้าน ผู้ต้องหามีพฤติกรรมพยายามไม่ให้เธอกลับ และมีการให้ดื่มเครื่องดื่มจนรู้สึกมึนเมาและอยู่ในอาการเบลอ ทำให้เกิดความหวาดกลัว
เจ้าหน้าที่จึงรีบนำหญิงสาวออกจากพื้นที่และช่วยพากลับที่พักอย่างปลอดภัย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่สะท้อน ภัยจากการนัดพบคนแปลกหน้าผ่านโซเชียล ซึ่งผู้ใช้งาน โดยเฉพาะเยาวชนและหญิงสาว ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ
เปิดคดีเดิม เหยื่อสาววัย 18 เคยถูกทำร้าย
สำหรับคดีที่นำไปสู่หมายจับ มีจุดเริ่มต้นเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 หลังหญิงสาววัย 18 ปีรู้จักและพูดคุยกับชายรายหนึ่งผ่านโซเชียล ก่อนนัดหมายให้มาพบกันที่ร้านน้ำกระท่อมย่านร่มเกล้า
ตามแนวทางการสืบสวน หญิงสาวเดินทางไปตามนัดและพูดคุยกับชายที่รู้จัก ก่อนที่ “ป๋อ” จะเข้ามาภายในร้าน จากนั้นผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าใช้กำลังลากผู้เสียหายไปบริเวณด้านหลังร้าน และร่วมกับชายอีก 2 คนก่อเหตุทางเพศ แม้ผู้เสียหายจะขัดขืนและร้องขอความช่วยเหลือ
ภายหลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ร่มเกล้า ก่อนตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานและนำไปสู่การออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง โดย “ป๋อ” เป็นหนึ่งในผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าว
ขยายผลร้านน้ำกระท่อม พบของกลางเพียบ
หลังจับกุม “ป๋อ” เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลตรวจสอบร้านน้ำกระท่อม 2 จุดในพื้นที่ลาดกระบังและร่มเกล้า พบของกลางหลายรายการ รวมถึงน้ำกระท่อมแปรรูป ยาแก้ไอ และบุหรี่ต้องสงสัยว่าเป็นสินค้าที่ไม่ได้เสียภาษี
เจ้าหน้าที่ยังพบผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม รวมถึงเยาวชนหญิงอายุ 16 และ 17 ปี ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่พบข้อมูลเกี่ยวกับการติดต่อสั่งซื้ออาวุธปืนและวัตถุระเบิด ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงและขยายผลตามพยานหลักฐาน โดยผู้ต้องหาให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า ยังไม่ได้ซื้อเนื่องจากไม่มีเงิน และอ้างว่าต้องการนำมาไว้เพื่อป้องกันตัว
อ้างคำให้การ “ทำไปเพราะสนุก”
ในชั้นจับกุม “ป๋อ” ให้การรับสารภาพตามข้อกล่าวหาในคดีที่เกี่ยวข้อง พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติคดีเดิมว่า คดีอาวุธปืน ลักทรัพย์ และพยายามฆ่าเกิดขึ้นในช่วงที่ตนยังเป็นเยาวชน ส่วนคดีข่มขืนฯ เกิดขึ้นหลังอายุครบ 18 ปี
สำหรับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้ต้องหาให้การในลักษณะที่ยอมรับว่าผู้เสียหายขัดขืน ไม่ยินยอม และร้องไห้ พร้อมกล่าวขอโทษผู้เสียหาย โดยมีคำกล่าวอ้างถึงเหตุจูงใจว่า “ทำไปเพราะสนุก” ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจและสะเทือนใจอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาและคำให้การในชั้นจับกุมยังต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนและพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป โดยผู้ต้องหายังคงได้รับสิทธิในกระบวนการยุติธรรมจนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
ตำรวจเตือนภัย “นัดคนในโซเชียล” อย่าชะล่าใจ
ตำรวจฝากเตือนประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนที่รู้จักบุคคลผ่านโซเชียลมีเดียว่า “ความคุ้นเคยในโลกออนไลน์ ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยในชีวิตจริง”
การนัดพบคนที่เพิ่งรู้จักควรเลือกสถานที่สาธารณะ มีคนอยู่จำนวนมาก แจ้งคนในครอบครัวหรือเพื่อนให้ทราบถึงสถานที่นัดหมาย และไม่ควรรับอาหารหรือเครื่องดื่มจากบุคคลที่ยังไม่รู้จักดี หากพบสถานการณ์ผิดปกติหรือรู้สึกไม่ปลอดภัย ควรรีบออกจากพื้นที่และขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้างหรือเจ้าหน้าที่ทันที
คดีนี้จึงไม่เพียงเป็นข่าว จับผู้ต้องหาตามหมายจับคดีข่มขืน เท่านั้น แต่ยังเป็นอุทาหรณ์สำคัญเกี่ยวกับภัยจากการนัดพบคนแปลกหน้าผ่านโซเชียล และความเสี่ยงจากแหล่งมั่วสุมที่ประชาชนควรเพิ่มความระมัดระวัง
สรุปข่าวคมชัดลึก
ตำรวจชุดสืบสวนตามแกะรอย “ป๋อ” อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ก่อนพบตัวในร้านน้ำกระท่อมย่านลาดกระบัง โดยเจ้าหน้าที่จำได้จาก “รอยสักลายเสือ” ที่แขนซ้าย ขณะเดียวกันพบหญิงสาววัย 18 ปีที่เพิ่งรู้จักผู้ต้องหาผ่านโซเชียลเพียง 1 วันอยู่ด้วย จึงเร่งนำตัวออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย พร้อมขยายผลตรวจร้านน้ำกระท่อม 2 จุดและพบของกลางหลายรายการ ทั้งนี้ คดีทั้งหมดอยู่ระหว่างกระบวนการตามกฎหมาย และผู้ต้องหายังต้องได้รับการพิสูจน์ความผิดตามกระบวนการยุติธรรม
#ข่าวอาชญากรรม #จับผู้ต้องหา #ผู้ต้องหาคดีข่มขืน #โทรมหญิง #ลาดกระบัง #ร่มเกล้า #ภัยโซเชียล #เตือนภัยผู้หญิง #นัดคนผ่านโซเชียล #ข่าววันนี้



