ข่าว

สตม. จับตัวการใหญ่ค้ายาชาวเกาหลีใต้ หนีซุกคอนโดภูเก็ต อยู่เกินเกือบ 3 พันวัน

สตม. จับตัวการใหญ่ค้ายาชาวเกาหลีใต้ หนีซุกคอนโดภูเก็ต อยู่เกินเกือบ 3 พันวัน

13 ส.ค. 2569

สตม. ร่วม ป.ป.ส. บุกจับหัวหน้าแก๊งค้ายาข้ามชาติ ทราบเป็นชาวเกาหลีใต้ หนีหมายแดงซุกคอนโดหรูภูเก็ต Overstay 2,992 วัน หรือ 8 ปี 2 เดือน

ตามนโยบายของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม.,พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม. ให้เร่งกวาดล้างชาวต่างชาติที่แฝงตัวเข้ามาหลบซ่อนไทย ทั้งลักลอบหนีคดีจากต่างประเทศ และกลุ่มที่ลักลอบเข้าไทยเพื่อก่อเหตุข้ามชาติ และ พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ในการจับกุมผู้ต้องหาขบวนการค้ายาเสพติดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

 

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.สัญชัย ถิ่นวงษ์แดง รอง ผบก.ฯ ช่วยราชการ สตม. ปฏิบัติราชการ บก.ตม.6,พ.ต.อ.ชิดเดชา สองห้อง รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ช่วยราชการ สตม.

สตม. จับตัวการใหญ่ค้ายาชาวเกาหลีใต้ หนีซุกคอนโดภูเก็ต อยู่เกินเกือบ 3 พันวัน มอบหมายให้ ว่าที่ พ.ต.อ.วุฒิภัทร นภาโชติ ผกก.สส.บก.ตม.6  ประสานการปฏิบัติกับ  พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ,นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. กรณีได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีใต้และหน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ ในการที่มีบุคคลตามหมายจับตำรวจสากล (RED NOTICE) ในข้อหาฉ้อโกงและนำเข้าส่งออกยาเสพติดข้ามชาติ ซึ่งหลบหนีอยู่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมของ กก.สส.บก.ตม.6 นำโดย พ.ต.ท.สิทธิมณ สร้อยภู่ระย้า สว.(สอบสวน) กก.สส.บก.ตม.6  และ เจ้าหน้าที่ ปปส. นำโดย นายอนุสวัสดิ์ ศุขสวัสดิ ณ อยุธยา, น.ส.พิชญา มณีนิล และเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 และเจ้าหน้าที่ตม.จว.ภูเก็ต ได้ทำการสืบสวนและเฝ้าติดตาม จนทราบว่า Mr.Lee เพศชาย สัญชาติเกาหลีใต้ ซึ่งจากการประสานงานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีใต้และหน่วยข่าวกรองประเทศเกาหลีใต้และกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นบุคคลที่มีหมายจับต่างประเทศและต้องการตัว

 

ตามประกาศตำรวจสากลสีแดง (RED NOTICE) เลขที่  A-8537/8-2018 เผยแพร่เมื่อวันที่ 13 ส.ค.61 ในความผิดฐาน ฉ้อโกงและส่งออกนำเข้ายาเสพติดและกัญชาข้ามชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยมีพฤติการ์ณคือ ในช่วงต้นปี 2561 จนถึงปัจจุบัน ผู้ต้องหาและผู้ร่วมขบวนการทำการฉ้อโกงผู้อื่น ความเสียหายกว่า 800 ล้านวอน ประมาณ 20 ล้านบาท

สตม. จับตัวการใหญ่ค้ายาชาวเกาหลีใต้ หนีซุกคอนโดภูเก็ต อยู่เกินเกือบ 3 พันวัน

และได้เป็นหัวหน้าขบวนการ ในการส่งออกยาเสพติดและกัญชาจากประเทศไทยไปยังประเทศเกาหลีใต้ และจำหน่ายผ่านโซเชียลออนไลน์ ให้กับผู้ค้ายาเสพติดในประเทศเกาหลีใต้และจากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่ามีประวัติในการก่อคดีเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและคดีอื่นๆ เช่น ค้าประเวณี ทำร้ายร่างกาย ฉัอโกง กว่า 23 คดี 

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.สส.บก.ตม.6, ปปส.ร่วมกันสืบสวนจนพบว่าเมื่อวันที่ 12 ส.ค. 2569 เวลาประมาณ 19.00 น. Mr.Lee ซึ่งได้หลบหนีจากการจับกุมในจังหวัดภูเก็ต ได้ทำการพักอาศัยอยู่ในคอนโดหรูแห่งหนึ่ง ในอำเภอเมืองภูเก็ต จึงเดินทางไปตรวจสอบ

 

จากการตรวจสอบข้อมูลของ Mr.Lee   ในระบบ Biometrics พบว่าเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 6 มี.ค.61 ทางด่าน ตม.ทอ.ภูเก็ต  ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรด้วยวีซ่าประเภทท่องเที่ยว จนถึงวันที่ 3 มิ.ย.61  เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมในระหว่างดักซุ่มเฝ้ารอได้มีชาย มีลักษณะคล้าย Me.Lee ได้ปรากฎตัว เจ้าหน้าที่ ตม.และเจ้าหน้าที่ ปปส. จึงได้แสดงตัวและขอทำการตรวจสอบ

 

จากการตรวจสอบพบว่าบุคคลดังกล่าว คือ Mr.Lee ซึ่งให้กับยอมรับเป็นบุคคลตามหมายจับของตำรวจสากลจริง และได้ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบห้องพัก จากการตรวจสอบห้องพักเจ้าหน้าที่ได้ทำการยึดโทรศัพท์มือถือและบัตรเดบิต จำนวน 3 ใบ

สตม. จับตัวการใหญ่ค้ายาชาวเกาหลีใต้ หนีซุกคอนโดภูเก็ต อยู่เกินเกือบ 3 พันวัน

เนื่องจากเชื่อว่าเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิด และจะได้มีการขยายผลร่วมกับเจ้าหน้าที่ของเกาหลีใต้ ต่อไป ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ทำการจับกุม Mr.Lee ในขัอหา อยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยการอนุญาตสิ้นสุดลง overstay 2992 วัน และทำการแจ้งสิทธิให้ผู้ต้องหาทราบและนำส่ง พงส. เพื่อดำเนินการต่อไป

 

พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. กล่าวว่า เป็นไปตามนโยบาย ของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. ที่ยังคงบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งในและต่างประเทศ เพื่อติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับสากลอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยจะไม่เป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้หลบหนีคดีหรืออาชญากรข้ามชาติ และจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับบุคคลต่างด้าวที่เป็นภัยต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของประเทศ