
วัยรุ่นห้าวขี่ จยย. ย้อนศรตามด่าขู่ฆ่า ล่าสุดจบด้วยฉากกราบขอโทษ
ลุงวัย 61 ปั่นจักรยานถ่ายคลิปแฉพวกมักง่ายย้อนศรเลนไบค์เลนปากเกร็ด งานนี้เจอวัยรุ่นหัวร้อนขี่ จยย. ตามด่ากราดขู่ฆ่า ล่าสุดตำรวจ สภ.ปากเกร็ด เรียกตัวเคลียร์จบ เจอบิลค่าปรับอ่วมพร้อมยกมือไหว้ขอโทษคุณลุง
จากกรณีโซเชียลแชร์คลิปวิดีโอพร้อมข้อความว่า “ข่มขู่ คุกคาม ขู่ฆ่า“ โดยชายสูงวัยถ่ายวิดีโอ ขณะกำลังปั่นจักรยานในช่อง ไบค์เลน ถนนภูมิเวท ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด เพื่อมุ่งหน้าไปทางวัดกลางเกร็ด ระหว่างที่ปั่นจักรยานได้พบเจอกับรถจักรยานปั่น และรถจยย.จำนวน 2 คันขับย้อนศรมา
ผ่านไปสักพัก รถจยย.คันสุดท้ายที่ขับย้อนศร โดยมีชายวัยรุ่นสวมเสื้อสีเทา และหญิงสวมเสื้อสีแดง ขับตามมาด่าทอ และข่มขู่ ด้วยคำหยาบคาย หลังจากมีภาพเผยแพร่ได้มีผู้ใช้โซเชียวเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก
เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 12 ส.ค.69 ที่สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พ.ต.ท.ฐาปนพงษ์ พึ่งมี สว.จร.สภ.ปากเกร็ด ได้เชิญตัวนายคมสันปลัดท้วม อายุ 61 ปี คนปั่นรถจักรยานผู้เสียหาย และนายนนท์ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ผู้ขับขี่รถจยย.คันที่ย้อนศร พร้อมผู้ปกครอง เข้าพบเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดี หลังพบว่านายนนท์ มีการกระทำผิด พ.ร.บ.จราจร และคดีอาญา
จากการสอบสวนทราบว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2569 ข่วงเวลาประมาณ 07.21 น. บริเวณภูมิเวท ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
ก่อนที่ต่อมาได้มีภาพวิดีโอเผยแพร่อยู่ในโซเซียลซึ่งมีภาพของผู้ต้องหาขับขี่รถจักรยานยนต์สวนทางมาในเลนของรถจักรยานปั่น จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล ซึ่งทางพนักงานสอบสวนเห็นว่ามีการกระทำผิดจริง และหลังสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ทางพนักงานสอบสวนจึงได้ทำการเปรียบเทียบปรับ นายนนท์ (นามสมมุติ) ในข้อหา ข่มขู่ผู้อื่นทำให้ตกใจกลัว ปรับเป็นเงิน 1,000 บาท แต่ในส่วนความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ขับขี่โดยสารรถจักรยานยนต์โดยไม่สวมหมวกนิรภัย, ขับรถโดยไม่รับใบอนุญาตขับรถ, ขับรถฝ่าฝืนทิศทางการเดินรถ(ย้อนศร) และฝ่าฝืนเครื่องหมาจราจร ทำการเปรียบเทียบปรับข้อหาละ 500 บาท รวมเป็นเงินจำนวน 2,000 บาท
นายคมสัน กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้างวันที่เกิดเหตุซึ่งปกติตนใช้ถนนภูมิเวท เพื่อไปตลาดปากเกร็ด โดยจะใช้โทรศัพท์บันทึกวิดีโอ ว่ามีใครขับย้อนศรในไบค์เลน ซึ่งตนพบรถจักรยานปั่น และรถ จยย. จำนวน 2 คันครับย้อนศรมา ทำให้ตนไม่สามารถปั่นจักรยานไปในทางได้ ในระหว่างนั้นโทรศัพท์ที่อยู่ในมือตนได้ยกสูงขึ้น ตนได้ยินเสียงตามหลังมาว่า “มันถ่ายรูป” จากนั้นก็มีวัยรุ่นชายหญิงสองคนเข้ามาก่อเหตุตามคลิปวิดีโอ
หลังจากเขาใช้คำพูดหยาบคายด่าทอตน ตนได้อธิบายให้ฟังว่าโดยปกติตนจะใช้โทรศัพท์ถ่ายช่องทางไบร์คเลน ปกติทุกวัน ซึ่งตนก็ไม่ได้พยายามโต้ตอบ เค้าก็ขับรถไป
หลังคลิปวิดีโอได้เผยแพร่ออกไปจนเจ้าหน้าที่ตำรวจพบเห็น จึงได้เรียกทั้งสองฝ่ายมาและทำการเปรียบเทียบกับผู้ที่กระทำผิดคือคู่กรณีของตน แต่ตนโชคดีที่ไม่ถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งอายุมากแล้ว อาจจะทำให้บาดเจ็บมาก
วันนี้การเดินทางเข้ามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจมีผู้ปกครองของผู้ก่อเหตุมาด้วย โดยทางผู้ปกครองได้ขอโทษตน รวมทั้งคู่กรณีด้วยตนก็ยกโทษให้ ตนจึงไม่ติดใจ
นายคมสัน กล่าวต่อว่า โดยปกติที่ตนปั่นจักรยานในช่องไบค์เลน จะพบรถขับย้อนศรประจำ ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งขับด้วยความเร็วและก็พบเจอทุกวัน ตนก็อยากจะฝากถึงผู้ เข้ามาขับขี่ในช่องไบร์เลน ซึ่งช่องนี้สงวนสิทธิ์ไว้ให้รถจักรยานปั่นเท่านั้น รถอื่นทึ่เข้าไปใช้อาจเกิดอันตรายและผิดกฎหมาย
ด้านพ.ต.ท.ฐาปนพงษ์ พึ่งมี สว.จร.สภ.ปากเกร็ด กล่าวว่า ในส่วนเลนจักรยานนั้นมีเครื่องหมายระบุอยู่แล้วว่าสำหรับรถจักรยานเท่านั้น รถอื่นไม่สามารถเข้าไปขับได้ซึ่งมันผิดกฏหมายอยู่แล้ว สำหรับภาพที่เป็นปรากฏในโซเชียล ทางตำรวจจราจร สภ.ปากเกร็ด ได้ทำการเปรียบเทียบปรับในการกระทำผิดทุกข้อหา โดยทางผู้ต้องหาได้ยอมรับผิดทุกข้อหาและได้ขอโทษกับทางผู้เสียหายจนเป็นที่พอใจและไม่ติดใจเอาความ



