
อดีต ผช.ผู้ใหญ่บ้าน ยอมรับ เมา! ถือปืuบุกบ้านตามหาหมาไล่เห่า อ้างเป็นปืuอัดลม
อดีต ผช. ผู้ใหญ่บ้าน ยอมรับ เมา โมโหหมาไล่เห่าขณะขี่ จยย. ผ่าน ควงปืนยาวบุกบ้านคู่กรณี ตร.แจ้ง 2 ข้อหาหนัก ด้านเจ้าของหมาผวายังไร้ความปลอดภัย
จากกรณีชาวบ้าน บ.นาดอน ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี เข้าแจ้งความว่าถูกนายบรรลือ สารีโท หรือแป้ว อายุ 46 ปี อดีต ผช.ผญบ.บ.นาหวาน สะพายอาวุธปืนเข้ามาในบ้าน แล้วถามหาสุนัขในบ้าน คาดว่าจะเข้ามายิงสุนัขเพื่อระบายแค้น ที่วิ่งไล่เห่าขณะที่นายแป้วขับขี่รถจักรยานยนต์
เหตุการณ์นี้สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีคลิปที่ถูกบันทึกไว้ขณะเกิดเหตุ และมีการนำเสนอข่าวไปแล้วก่อนหน้านี้ เหตุเกิดช่วงเย็นของวันที่ 9 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา
ความหน้าล่าสุด 10 ส.ค. 2569 นายสงกรานต์ เยาวเลิศ อายุ 59 ปี ผญบ.บ้านนาดอน ม.16 เดินทางไปที่บ้านของนายบรรลือ อดีต ผช.ผญบ.บ.นาหวาน ซึ่งอยู่ด้านหลังของบ้านที่เกิดเหตุ เพื่อไปสอบถามข้อเท็จจริง
โดยพบว่า นายแป้วอยู่ที่บ้านตามปกติพร้อมกับครอบครัว ยอมรับเป็นเหตุการณ์จริง ทำไปเพราะโมโหที่ถูกสุนัขบ้านหลังดังกล่าววิ่งไล่เห่าขณะขี่รถจักรยานยนต์จะกลับเข้าบ้าน ด้วยความเมาจึงสะพายปืนยาวลูกกรด เข้าไปในบ้านเขา เพื่อพูดคุยและบอกกล่าวกับเจ้าของสุนัข จากนั้นก็ได้นำปืนยาวออกมาให้ผู้ใหญ่บ้านดู และไปชี้รถจักรยานยนต์คันที่ถูกสุนัขเล่าเห่า
นายแป้ว ยอมรับว่า เมื่อวานมีอาการเมาเหล้า กำลังจะขี่รถจักรยานยนต์เข้าบ้านช่วงเย็น ผ่านมาหน้าบ้านหลังดังกล่าวก็ถูกหมาบ้านนั้นประมาณ 4 – 5 ตัว วิ่งไล่เห่า ตนก็ตกใจ เพราะกลัวจะถูกหมากัด เมื่อเข้าไปในบ้าน ด้วยความโมโหบวกกับความเมา จึงไปหยิบเอาปืนยาวอัดลม หรือปืนลูกกรด เดินไปที่บ้านหลังนั้น ซึ่งรั้วติดกัน บ้านเขาอยู่หน้าปากซอย
ตนต้องการแค่จะไปบอกเจ้าของให้ดูแลหมาให้ดี ไม่ใช่ปล่อยออกมาไล่เห่าไล่รถชาวบ้าน จำได้ว่าเดินเข้าบ้านไป 2 ครั้งเท่านั้น เมื่อเช้าได้เดินไปพูดคุยและขอโทษเจ้าของบ้านแล้ว ตนยอมรับผิดทุกอย่าง
"ปืนดังกล่าวตนซื้อมานานแล้ว เป็นอัดลมลูกกรด ตั้งใจว่าจะเอามาไว้ยิงนกยิงหนู แต่ไม่เคยได้ใช้สักครั้ง ลูกปืนก็ไม่มี สะพายไปเพราะความโมโหและความเมา ไม่ได้ตั้งใจจะไปยิงหมาหรือใครทั้งสิ้น"
ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกับใคร อยากขอโทษสังคม อยากขอโทษเจ้าของบ้าน เจ้าของหมาอย่างจริงใจ บ้านหลังนี้เป็นบ้านสวน ตนจะเข้าไปนอนบ้านอีกหลังอยู่ที่บ้านหนองใส เมื่อวานก็กลับไปนอนที่บ้านนั้น ตื่นเช้ามาก็ตกใจเมื่อเห็นข่าว ตนไม่รู้ว่าเขาไปแจ้งความ ตนไม่ได้หนีตามที่เป็นข่าว แค่กลับไปนอนที่บ้านอีกหลังเท่านั้น และเวลาประมาณ 10.30 น. ก็ได้นัดหมายไปเจรจาไกล่เกลี่ยต่อหน้าตำรวจอีกครั้งที่โรงพัก
ด้านนายสงกรานต์ เยาวเลิศ ผญบ.บ้านนาดอน เล่าว่า เท่าที่ชาวบ้านร้องเรียนมา หมาบ้านหลังนี้มักจะวิ่งไล่เห่ารถชาวบ้านประจำ ก็อยากจะฝากลูกบ้านทุกท่านที่เลี้ยงหมา อยากให้ดูแลหมาของท่านให้ดี อย่าปล่อยให้มาวิ่งไล่เห่าชาวบ้าน เพราะอาจจะทำให้ชาวบ้านที่สัญจรไปมาตกใจและอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ โดยเฉพาะลูกหลานที่เป็นเยาวชน อาจจะเป็นอันตรายได้
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นตัวนายแป้วเองก็กระทำผิดเช่นกัน เกิดขึ้นจากความโมโหและความเมา ในเมื่อยอมรับผิดแล้ว ก็อยากให้ไกล่เกลี่ยกันให้ลงตัว อย่ามีเรื่องราวบานปลายมากกว่านี้ และต่อไปก็ต้องอยู่ด้วยกันด้วยความละมุนละม่อม เพราะยังไงบ้านก็อยู่ติดกันอยู่แล้ว
ต่อมาเวลา 10.30 น. ที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.พิเชฐ ปักเคธาติ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี ได้เชิญคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาสอบปากคำและเจรจาไกล่เกลี่ย ทั้งฝ่ายของ น.ส.ปิยะดา นามอาษา และนายบรรลือ โดยได้นำปืนยาวลูกกรดมาให้ตำรวจตรวจสอบ ก่อนจะปิดห้องสอบปากคำ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงได้ข้อยุติว่า
ฝ่ายของนายแป้วได้ยอมรับผิดทุกกรณี ยืนยันจะไม่ไปบุกรุกบ้านคู่กรณีอีก และจะไม่ก่อเหตุวุ่นวายซ้ำอีก ส่วนฝ่ายเจ้าของสุนัข ก็รับปากว่าจะดูแลสุนัขไม่ให้ออกมาไล่เห่ารถของชาวบ้านอีก เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อกล่าวหานายแป้ว “บุกรุกเคหะสถาน” และ “พกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต” นำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการต่อไป
ส่วน น.ส.ปิยะดาฯ เปิดเผยหลังจากนั้นว่า ยังถือว่าถือว่าสบายใจได้นิดนึง เพราะกลับไปก็ไม่รู้จะเกิดเหตุรุนแรงอะไรอีกหรือไม่ เมื่อคืนนี้ก็นอนไม่หลับ เพราะกังวลมาก ตนไม่ได้ติดใจอะไร เพราะไม่เคยไปยุ่งวุ่นวายอะไรที่บ้านนั้นเลย ไม่รู้ว่าจะมีอะไรการรันตีได้ว่าบ้านตนจะปลอดภัย เพราะที่บ้านมีแต่ผู้หญิงและคนแก่อาศัยอยู่ ตนต้องออกไปทำงานตอนกลางวัน มีแต่ยายแก่ๆอยู่ กลับมาอีกทีก็ 5 โมง 6 โมง เย็นเกือบทุกวัน ตอนนี้เลี้ยงหมา 7 – 8 ตัว ต้องเลี้ยงไว้เพื่อเฝ้าบ้าน บ้านอยู่ไกล อยู่ที่เปลี่ยว อย่างน้อยก็ช่วยเห่าเตือนตอนดึกหากมีอะไรผิดสังเกต แต่ก็จะดูแลหมาให้ดีกว่านี้ ปกติก็ไม่ได้ไล่ทุกคัน ไม่รู้ว่าทำไมถึงชอบไล่รถคันนี้เหมือนกัน



