
ญาติโฮ! สาว 22 ดับหลังเกิดอุบัติเหตุ ขอนอนรักษาตัว รพ. กลับให้ยาพารา ยาลดกรด กลับบ้าน
ญาติสาว 22 สุดติดใจ น้องสาวประสบอุบัติเหตุเข้า-ออก รพ.สะเดา 3 รอบใน 2 วัน หมอจ่ายแค่พารา-ยาลดกรดไล่กลับบ้าน แม้ร้องไห้ขอนอนรักษา สุดท้ายอาการทรุดดับสลด
จากกรณีที่มีผู้โพสต์ลงโซเชียลถึงการเสียชีวิตของญาติ ข้อความ “คนเจ็บบอกว่าเจ็บ ขอนอนโรงบาล #แต่คุณปฎิเสธ ไม่ให้นอน ถ้าคุณให้นอนโรงบาลตั้งแต่ครั้งแรกเรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น #โรงบาลสะเดา พร้อมมีภาพด้านหน้าของโรงพยาบาลดังกล่าว จนมีผู้แชร์และแสดงความคิดเห็นอย่างมาก
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตำบลปริก อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา พบกับนางสาวพนิดา (สงวนนามสกุล) และ น.ส.ศิโรรัตน์ (สงวนนามสกุล) ซึ่งบอกว่าเป็นพี่สาวและน้องสาวของ น.ส.วิราวัณ สีทอง อายุ 22 ปี ที่ประสบอุบัติเหตุขับรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถเก๋งเมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมาเวลาประมาณ 19.00 น. ซึ่งทางกู้ชีพได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนส่งไปรักษาที่โรงพยาบาล
ซึ่งน.ส.ศิโรรัตน์ฯมีบาดแผลที่คาง และแขน หัวเข่าถลอก และอาการเจ็บจุกที่บริเวณช่วงท้องซึ่งทางโรงพยาบาลได้ทำการเอ็กซเรย์ และเรียกญาติเข้าไปแจ้งว่าคนเจ็บไม่มีอาการเลือดช้ำ ซี่โครงอะไรไม่ได้หัก กลับบ้านได้ พร้อมจ่ายยาพารา และยาฆ่าเชื้อให้พร้อมให้ใบสังเกตอาการ คือถ้ามีอาการเกร็ง อาเจียน ซึม ชัก ให้นำไปโรงพยาบาลทันที
น.ส.ศิโรรัตน์ บอกว่าหลังจากกลับถึงบ้านก็ได้ให้คนเจ็บดื่มน้ำ ดื่มนม โดยคนเจ็บบอกว่ามือชามากเลยช่วยบีบให้หน่อย เจ็บท้องมากเลยแต่หนูไม่กล้านวดเพราะเห็นแกเจ็บเกิน จึงได้เอาน้ำร้อนมาประคบท้องให้ สักพักคนเจ็บบอกว่าเจ็บแขนมากหายใจไม่ออก จึงให้คนเจ็บลุกนั่ง แต่ก็นั่งไม่ได้เพราะเจ็บมาก จึงได้เรียกรถพยาบาลมารับ ระหว่างนั้นตนเองได้ถามคนเจ็บว่าหากไปแล้วเค้าไม่ให้นอนโรงพยาบาลอีกจะทำอย่างไร คนเจ็บบอกว่าฉีดยาอะไรให้พี่ก็ได้ตอนนี้เจ็บไม่ไหวแล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืน แต่หนูไม่ได้ไปด้วย
แต่ได้คุยกับแฟนคนเจ็บว่าได้เรื่องยังไงให้แจ้งตนเองด้วย จนเวลาประมาณเที่ยงคืนห้าสิบแปด แฟนคนเจ็บแจ้งว่าต้องกลับบ้านนะเพราะหมอเอ็กซเรย์แล้วไม่มีอาการเจ็บอะไร แต่จ่ายยาลดฟองแก็สฯมา ทั้งนี้ทางคนเจ็บและญาติได้ขอพักรักษาที่โรงพยาบาลแต่ได้รับคำตอบว่าต้องรอหมอใหญ่ก่อน
วันต่อมาได้นำคนเจ็บไปทำแผลที่สถานีอนามัย หลังจากนั้นได้กลับมาให้ญาติได้ป้อนข้าว จนกระทั้งช่วงเย็นคนเจ็บบอกว่าเจ็บมาก ปวดเมื่อยด้วย จะอาเจียนญาติจึงนำถุงมาให้อาเจียนก่อนที่คนเจ็บค่อยๆฟุบ ญาติต้องเรียกดึงสติซึ่งคนเจ็บได้ลืมตาขึ้น สักครู่ก็ฟุบลงไปอีก ญาติจึงได้เรียกรถกู้ภัยมารับคนเจ็บไปส่งที่โรงพยาบาล
ด้าน น.ส.พนิดา บอกว่า หลังจากนั้นประมาณครึ่งชั่วโมงทางญาติๆจึงตามไปถึงที่โรงพยาบาล ซึ่งพบว่าหน้าห้องฉุกเฉินประตูปิดไว้ โดยที่สามีของคนเจ็บยืนอยู่ เจ้าหน้าที่บอกเพียงว่า ให้รอก่อนกำลังช่วยชีวิตน้องอยู่ ก็เลยยืนรอกันสักพัก จนกระทั่ง น.ส.ศิโรรัตน์ ตามมาถึงและได้ถามอาการคนเจ็บจากเวรฯเปล ก็ได้คำตอบว่าให้เข้าไปถามพยาบาลในห้องซึ่งนางสาวศิโรรัตน์ฯก็ได้เข้าไป
ได้ถามว่าน.ส.วิราวัณฯอยู่ตรงไหน แต่ทุกคนก็เงียบเพียงแต่หันหน้าไปคุยกัน ตนจึงชี้ไปที่ห้อง ซึ่งเหมือนกับห้องช่วยชีวิต พร้อมถามว่าอยู่ในห้องนี้มั๊ย มีพยาบาลคนหนึ่งพยักหน้า ตนจึงบอกว่าหนูขอเข้าไปดูพี่สาวหนูหน่อยได้มั๊ย ซึ่งภาพที่เห็นคือพี่สาวมีผ้าคลุมไว้ ตนเข้าไปกอดพบว่าพี่หนูตัวแข็งหมดแล้ว ตนเลยร้องให้และถามว่าทำไมไม่มีใครออกมาแจ้งว่าพี่สาวเสียชีวิตแล้ว ทำไมถึงปล่อยให้รอเหมือนกับให้ความหวัง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตรงนั้นได้บอกหนูให้ใจเย็นๆ
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้บอกให้มารอข้างนอก ก่อนที่หมอจะออกมาบอกว่าต้องการคุยกับญาติซึ่งนางสาวพนิดาฯ นางสาวศิโรรัตน์ฯ และสามีของคนเจ็บ ได้เข้าไป ซึ่งหมอได้อธิบายพร้อมให้ดูฟิล์มเอ็กซเรย์ ว่ารอบแรกที่เอ็กซเรย์ไม่ได้มีอะไร ไม่มีแตกตรงไหน ส่วนรอบที่สองมีลมในกระเพาะ และรอบที่สามมีลักษณะเป็นจุดๆ เหมือนกับว่ามีลมมีอะไรอยู่ในท้อง และบอกว่ายังไงจะหาสาเหตุอีกทีนึงว่าเสียชีวิตจากอะไร ซึ่ง ณ ตอนนั้นเราก็ไม่ได้ไปขัดอะไรเพราะก็ไม่ได้มีความรู้ตรงนั้น ได้แค่ทำเรื่องกลับบ้าน
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางญาติติดใจอย่างรอบที่สองทั้งๆที่คนป่วยบอกว่าอยากนอนโรงพยาบาล คนป่วยบอกว่าเจ็บ ยังให้กลับบ้านทั้งที่คนป่วยบอกว่าเจ็บ มีอาเจียน ซึ่งปกติคนเจ็บจะไม่ค่อยกินยาต่อให้เค้าเป็นหวัดซื้อยามาให้ก็เอาไปแอบ ซึ่งญาติมองว่าถ้าหากให้พักหรือนอนที่โรงพยาบาลก็อาจจะไม่ต้องถึงขั้นเสียชีวิต คืออาจรักษาได้ ซึ่งตอนที่หมอมาดูศพที่บ้านก็ได้ถามหมอว่าตอนนั้นทำไมพี่สาวหนูขอนอนโรงพยาบาลทำไมถึงไม่ให้นอน ซึ่งก็ไม่มีคำตอบให้เหมือนเดิม บอกเพียงว่าจะไปหารือกันอีกทีแล้วค่อยติดต่อกลับมาแต่ถึงวันนี้ก็ยังไม่มีใครติดต่อมาเลย ในขณะที่ศพก็ได้ทำการฝังตามประเพณีไปแล้ว
รู้สึกแย่ถ้าสมมุติว่ารับน้องไว้ที่โรงพยาบาลน้องอาจจะไม่เสียชีวิต เพราะอย่างน้อยเค้าน่าจะได้ช่วยเหลือทัน กลับมาที่บ้านกว่ารถจะมารับกว่าจะไปถึงมันใช้เวลานาน อีกอย่างหนึ่งอยากให้โรงพยาบาลรับฟังเสียงของผู้ป่วยให้มากที่สุด อย่างคนป่วยอยากนอนทำไมถึงไม่ให้นอน
หากถามว่าตอนนี้ต้องการอะไร คือต้องการคำอธิบายคือถ้าไม่ให้นอนโรงพยาบาลรอบแรกวันที่โดนรถชนน่ะอันนี้อนุโลมให้ เพราะว่าเพิ่งโดนรถชน ส่วนรอบที่สองเมื่อให้ใบสังเกตอาการมาหากมีอาการที่ระบุมาก็ให้ไปเลยทั้งๆที่คนป่วยมีอาการครบหมดยกเว้นอาการชัก ทำไมยังจะให้กลับบ้านอีก ทั้งๆที่คนป่วยบอกขอนอนและให้ฉีดยาให้หายเจ็บ ทำไมถึงไม่ดูฟิล์มที่สองให้ดีๆชัดๆ และสมมุตินะไม่ได้ว่าทางโรงพยาบาล สมมุติว่ารักษาไม่ได้ทำไมถึงไม่ส่งตัวไปรักษาที่หาดใหญ่หากเกินกำลังในการรักษาจริงๆ ซึ่งพี่หนูก็คงจะรอด
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางผู้สื่อข่าวได้ติดต่อประสานไปยังบุคคลากรของโรงพยาบาลที่เกิดเหตุเพื่อจะสอบถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ก็ได้รับแจ้งว่าผู้ที่จะสามารถให้ตำตอบได้คือผู้อำนวยการของโรงพยาบาล ซึ่งติดประชุมอยู่กับผู้ใหญ่ไม่สามารถให้คำชี้แจงใดๆได้



