
สั่งปลดฟ้าผ่า! "ดาบตำรวจ" ยัดข้อหายาสาวนับสิบ-ตั้งกลุ่มลับขายคลิปฉาว
แฟนสาวแฉพฤติกรรมมืด "ดาบตำรวจ" ใช้อำนาจรัฐยัดข้อหายา-บังคับอนาจารเหยื่อ เด็กสุด 4 ขวบ ล่าสุด ผบก.ภ.จว.สงขลา สั่ง "ให้ออกจากราชการไว้ก่อน" พร้อมส่ง ป.ป.ช. เชือดซ้ำ
5 ก.ค. 2569 น.ส.เอ นามสมมุติ นำกลุ่มผู้เสียหายเดินทางเข้ายื่นเรื่องร้องเรียนขอความช่วยเหลือจาก นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ หัวหน้าทีมทนายความ หลังถูกอดีตแฟนหนุ่มยศ "นายดาบตำรวจ" สังกัดในพื้นที่จังหวัดสงขลา ใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ ยัดข้อหายาเสพติด ข่มขู่ และบังคับผู้หญิงในพื้นที่หลายรายถ่ายคลิปอนาจารและล่วงละเมิดทางเพศ
นายกองตรี ดร.ธนกฤต เปิดเผยว่า คดีนี้มีผู้เสียหายไม่ต่ำกว่า 20–30 ราย พฤติกรรมของนายดาบตำรวจรายนี้จะใช้อุบายเข้าไปตรวจค้นยาเสพติดในชุมชนเพียงลำพัง จากนั้นจะแยกตัวผู้หญิงออกมาข่มขู่ว่าจะยัดข้อหาหากไม่ยอมทำตาม โดยเรื่องเริ่มแตกเนื่องจาก น.ส.เอ แฟนสาวนายดาบตำรวจ ไปพบนายดาบตำรวจขณะประสบอุบัติเหตุชนป้ายปั๊มน้ำมัน และพบโทรศัพท์มือถือตกอยู่ในรถกว่า 10 เครื่อง พร้อมยาเสพติด เมื่อนำโทรศัพท์มาเปิดดูจึงพบแชทกลุ่มลับที่มีการส่งคลิปอนาจารของผู้หญิงนับพันคลิป รวมทั้งมีการตั้งราคาค่าคลิป การวิดีโอคอลคุย และการร่วมเพศตั้งแต่ 100 -1,000 บาท
พฤติการณ์ของผู้เสียหายแต่ละรายที่ถูกกระทำ เริ่มที่ น้องบี ถูกข่มขู่เรียกรับเงิน 20,000 บาท เพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี และถูกพาตัวไปล่วงละเมิดทางเพศ ส่วน น้องซี เป็นเยาวชน โดยขณะเกิดเหตุมีอายุเพียง 13 ปี ปัจจุบันอายุ 14 ปี ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด แต่ถูกแยกตัวออกมาค้นตัวกลางแจ้ง ทำอนาจารและบังคับถ่ายภาพ และ น้องดี เกิดเหตุในช่วงที่ขณะเดินตามหาลูก ได้ถูกนายดาบตำรวจกระชากศีรษะ ข่มขู่ และบังคับให้ถอดเสื้อผ้า เสื้อใน กางเกงใน เพื่อถ่ายคลิปเก็บไว้
นอกจากนี้ นายกองตรี ดร.ธนกฤต ระบุว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย (พ.ร.บ.อุ้มหายฯ), การข่มขืนกระทำชำเรา, กรรโชกทรัพย์, เรียกรับผลประโยชน์ (มาตรา 157) และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ พร้อมเรียกร้องไปยัง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. ให้มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนทันที โดยหลังจากนี้จะนำผู้เสียหายเข้าพบตำรวจ สอท. เพื่อดำเนินคดีเรื่องการค้าภาพลามก และประสานกระทรวงยุติธรรมเพื่อเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยานและเยียวยาเงินชดเชยตามกฎหมายต่อไป
ทางด้าน น.ส.เอ เปิดใจเล่าว่า ตนเองถูกบังคับให้คบหากับดาบตำรวจ เพราะเคยถูกถ่ายคลิปลับ คบหามา 2 ปี ตลอดเวลาก็ถูกถ่ายคลิปขณะมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งตนเองก็พยายามตามลบ แล้วตัวเองมีโอกาสได้เจอคลิป ในโทรศัพท์มือถือดาบตำรวจพบว่า ชอบถ่ายคลิปผู้หญิงเวลามีใครมาแจ้งความ
กระทั่ง วันที่ 31 พ.ค. ที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ 11.00 น. ดาบตำรวจได้ขับรถไปแล้วประสบอุบัติเหตุมีโทรศัพท์มือถือไหลออกมากว่า 10 เครื่อง มียาเสพติดหลายประเภททั้งยาบ้า ยาไอซ์ ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่าเป็นของกลางที่ตรวจยึดมาได้ จังหวะนั้นตนเองสามารถแอบเอาโทรศัพท์ออกมาได้ 1 เครื่อง ก่อนจะมาพบคลิปอนาจารผู้หญิงหลายคน ซึ่งมีอายุน้อยที่สุดเพียงแค่ 4 ขวบ ตนเองจึงพยายามตามหาผู้เสียหายทุกคนที่อยู่ภายในคลิป ก่อนจะตัดสินใจเข้าแจ้งความในวันที่ 2 มิ.ย. ซึ่งทางต้นสังกัดสั่งตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในวันที่ 4 มิ.ย. พร้อมกับมีคำสั่งให้ดาบตำรวจย้ายไปช่วยราชการที่ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลาเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น ก่อนจะกลับมาทำงานที่ สภ.เดิม และยังข่มขู่ด้วยให้พาผู้เสียหายทุกคนไปถอนแจ้งความ ไม่เช่นนั้นจะมาผูกคอตายภายในบ้านของผู้เสียหาย และทุกวันนี้ก็ยังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ
ล่าสุดขณะที่ พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ ไชยโยธา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา โดยขยายผลดำเนินคดีอาญากับ ด.ต. นายดังกล่าว รวม 5 คดี จากนั้นมีคำสั่งให้ ด.ต.นายดังกล่าว ไปช่วยราชการที่ ศปก.ภ.จว.สงขลา ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2569 และตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 กระทั่งล่าสุดวันนี้ มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว ขณะเดียวกันสั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงประเด็นความบกพร่องของผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ตามที่คำสั่ง 1212/2537 ไปก่อนหน้านี้แล้ว และติดตามความคืบหน้ามาอย่างต่อเนื่อง
ผบก.ภ.จว.สงขลา กล่าวว่า คดีนี้มีผู้เสียหายมาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน 5 ราย ถึงพฤติการณ์ของ ด.ต.ดังกล่าว ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้ว พิจารณาเห็นว่า ทั้ง 5 คดี ด.ต.รายนี้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และพฤติการณ์การกระทำตามที่รับแจ้งความร้องทุกข์ เป็นการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ เข้าข่ายให้ดำเนินคดี กับเจ้าหน้าที่รัฐประพฤติมิชอบ ซึ่งตาม พรป. ว่าด้วยการป้องกันปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 61 ที่กำหนดให้พนักงานสอบสวน ส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อไต่สวนข้อเท็จจริง ซึ่งทาง สภ.ทุ่งลุง ได้ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสงขลา ไปเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ซึ่งขณะนี้สำนวนการสอบสวนอยู่ระหว่างการไต่สวนข้อเท็จจริง ของ ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสงขลา สำหรับผู้เสียหายทั้ง 5 ราย พนักงานสอบสวนได้แจ้งสิทธิตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายเป็นที่เรียบร้อย
พล.ต.ต. ธีรศักดิ์ฯ กล่าวว่า คดีนี้ได้กำชับให้สืบสวนสอบสวนเชิงลึก หากมีผู้เสียหายเพิ่มเติม เคยตกเป็นเหยื่อขอให้เข้ามาแจ้งข้อมูลกับตำรวจเพื่อดำเนินคดี พฤติกรรมเช่นนี้ไม่ถูกต้องเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วมีพฤติกรรมเป็นภัยสังคมแล้วยังใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปบีบคั้นข่มขืนใจเหยื่อเป็นสิ่งที่รับไม่ได้ ต้องดำเนินอย่างเด็ดขาดไม่เอาไว้



