
ออกหมายจับ 'นายป๋อง-พวก' คดีลักทรัพย์ เมียเก่าแฉ! ชอบใช้ความรุนแรง-ข่มขืน
ตร.ห้วยใหญ่ ออกหมายจับ 'นายป๋อง-พวก' ผู้ต้องสงสัยคดีลักทรัพย์ ที่อาจเกี่ยวโยง 2 รัสเซียสูญหาย เมียเก่าแฉซ้ำ! ชอบใช้ความรุนแรง-ข่มขืน
วันที่ 30 ก.ค.2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี อดีตแฟนสาวของ นายป๋อง หนึ่งในผู้ต้องสงสัย ซึ่งมีบุตรสาวด้วยกัน 1 คน ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดย น.ส.เอ เปิดเผยว่า ระหว่างที่คบหากัน นายป๋อง มีพฤติกรรมก้าวร้าว ชอบใช้ความรุนแรงกับผู้อื่น และมีพฤติกรรมที่น่าตกใจ คือเคยพาผู้หญิงมาที่บ้าน ก่อนก่อเหตุข่มขืน ทำร้ายร่างกาย กักขัง และบังคับให้เสพยา ซึ่งเธอเคยพบเห็นด้วยตนเอง
ภายหลังเลิกรากัน เธอได้พาลูกสาวออกมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ทุกครั้งที่นายป๋อง พ้นโทษออกจากเรือนจำ มักจะเดินทางมาหาลูกสาวอยู่เป็นประจำ และแสดงความห่วงใยลูกสาวคนนี้อย่างมาก ขณะที่เมื่อพบหน้าตนเอง กลับมีแต่คำพูดข่มขู่สารพัด จนทำให้ในระยะหลังเธอไม่กล้าเผชิญหน้ากับนายป๋องอีก
น.ส.เอ ยังเปิดเผยอีกว่า นายป๋อง มีพี่น้องทั้งหมด 3 คน แต่พี่น้องอีก 2 คนได้เสียชีวิตไปแล้ว ปัจจุบันเหลือนายป๋องเพียงคนเดียวในครอบครัว พร้อมระบุว่า นายป๋องเป็นคนไม่ยอมคน และยังเป็นผู้ป่วยจิตเวช เนื่องจากในวัยเด็กเคยถูกพ่อแท้ๆ ทำร้ายอย่างทารุณ โดยจับมัดมือแล้วใช้สายไฟช็อตตามร่างกาย ซึ่งไม่เพียงนายป๋องเท่านั้นที่ถูกกระทำ แต่เธอเอง รวมถึงพี่น้องอีกสองคน ก็เคยถูกทำร้ายในลักษณะเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม น.ส.เอ ฝากข้อความถึงนายป๋องว่า หากได้เห็นข่าวนี้ อยากให้นึกถึงลูกสาวให้มาก หากสิ่งที่ทำมีเพียงการลักรถจักรยานยนต์ ก็ขอให้ออกมามอบตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่หากก่อเหตุร้ายแรงมากกว่านั้น ก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย พร้อมยอมรับว่า หากเกิดการปะทะหรือต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ระหว่างเข้าจับกุม ตนก็พร้อมยอมรับผลที่เกิดขึ้น และปล่อยให้เป็นไปตามยุทธวิธีและอำนาจหน้าที่ของตำรวจ เพราะถือว่าเป็นผลจากการตัดสินใจของนายป๋องเอง
ขณะที่ สภ.ห้วยใหญ่ มีรายงานว่า ล่าสุดพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 2 ราย ได้แก่ นายฑณา หรือป๋อง เกิดทอง อายุ 43 ปี และ นายธงชัย หรือธง ศรีนิล อายุ 43 ปี ในข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยร่วมกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป ใช้ยานพาหนะในการกระทำผิด และรับของโจร ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวทั้งสองมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเดินหน้าปูพรมค้นหาสองพี่น้องชาวรัสเซียที่ยังคงสูญหายอย่างเต็มกำลัง



