
คืบหน้า! คดี 2 พี่น้องรัสเซียหายตัว วันเกิดเหตุ 'นายธง' มากับชายแต่งกายคล้ายตำรวจ
คืบหน้าคดี 2 พี่น้องรัสเซียหายตัว! พี่สาว 'นายธง' เล่า วันเกิดเหตุ น้องชายมาพร้อม 'ชายแต่งกลายคล้าย ตร. พกปืน-ตัวเปื้อนโคลน'
เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมอาสาสมัครกว่า 15 นาย เปิดปฏิบัติการเข้าปิดล้อมบ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
หลังได้รับข้อมูลเบาะแสว่า “นายธง” ซึ่งอยู่ในข่ายผู้ต้องสงสัยตามแนวทางการสืบสวน คดีการหายตัวไปอย่างปริศนาของ 2 พี่น้องวัยรุ่นชาวรัสเซีย อาจหลบซ่อนตัวอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว
นางก้อนดิน มาลินิน อายุ 55 ปี พี่สาวของนายธง เปิดเผยว่า ครั้งสุดท้ายที่พบเห็นน้องชายคือเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยนายธงเดินทางมาพร้อมกับชายที่รู้จักกันในชื่อ “ป๋อง” ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า Scoopy สีแดง ทั้งสองคนมีสภาพเนื้อตัวเปื้อนโคลนคล้ายเพิ่งลุยน้ำหรือพื้นที่ชุ่มโคลนมา โดยอ้างว่าเพิ่งไปจับปลาบริเวณใกล้วัดญาณสังวราราม พื้นที่ตำบลนาจอมเทียน ในช่วงเวลาประมาณ 10.00 น.
พี่สาวยังระบุอีกว่า ชายที่ชื่อ “ป๋อง” แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแนะนำตัวว่าเป็นตำรวจ อีกทั้งยังมีอาวุธปืนสั้นวางอยู่บริเวณหน้ารถจักรยานยนต์ เมื่อเธอถามว่าทำไมจึงพกปืนในลักษณะดังกล่าว ก็ได้รับคำตอบเพียงว่า “จะได้ใช้ทัน” อย่างไรก็ตาม เธอไม่สามารถยืนยันได้ว่าบุคคลดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงหรือไม่
นางก้อนดินยังเปิดเผยด้วยว่า โดยปกติแล้วนายธงแทบไม่เคยกลับมาที่บ้าน หนึ่งปีจะมาเพียงประมาณหนึ่งครั้งเท่านั้นกระทั่งทราบจากสื่อว่าชื่อของน้องชายเข้าไปเกี่ยวข้องกับแนวทางการสืบสวนคดีการหายตัวของสองพี่น้องชาวรัสเซีย จึงรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้ยังพูดคุยกันว่าเห็นใจครอบครัวของผู้สูญหาย
ล่าสุด พี่สาวระบุว่าไม่สามารถติดต่อกับนายธงได้อีก เนื่องจากโทรศัพท์ปิดเครื่อง พร้อมฝากข้อความถึงน้องชายว่า หากไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี ขอให้ออกมาแสดงตัวหรือรีบติดต่อกลับ เพื่อเข้าสู่กระบวนการชี้แจงข้อเท็จจริงกับเจ้าหน้าที่ เพราะการหลบเลี่ยงการติดต่ออาจยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัยมากขึ้น
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวนายธงและชายที่ใช้ชื่อว่า “ป๋อง” เพื่อนำมาสอบสวนขยายผล อย่างไรก็ตาม บุคคลทั้งสองยังคงเป็นเพียงผู้ต้องสงสัยตามแนวทางการสืบสวน และยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาหรือชี้ชัดว่าเป็นผู้กระทำความผิดโดยรายละเอียดทั้งหมดอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ



