
จำได้ไหม? "ประสิทธิ์ เจียวก๊ก" นักธุรกิจพันล้าน คดีฉ้อโกง ปชช. ติดคุกยาวกว่าพันปี
จำได้ไหม? "ประสิทธิ์ เจียวก๊ก" ย้อนคดีนัยยะมายาภาพ "คนดีพันล้าน" หลอกเหยื่อลงทุนแทบหมดตัว ติดคุกยาวกว่าพันปี-แหกศาลไม่รอด!
ย้อนกลับไปก่อนปี 2564 หากเอ่ยชื่อ นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก สังคมไทยต่างมองเขาเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ระดับพันล้านที่มีอนาคตรุ่งโรจน์ และผู้ก่อตั้งบริษัทในเครือเอ็มกรุ๊ป (M Group) ซึ่งเคยมีภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจหนุ่มผู้ใจบุญและวิทยากรสร้างแรงบันดาลใจ ภาพข่าวประชาสัมพันธ์ที่เจ้าตัวเดินสายเข้าหาคนใหญ่คนโต มอบกระเช้า เข้ากราบผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองตามจารีตประเพณี ถูกนำมาใช้เป็นภาพจำสร้างความน่าเชื่อถืออย่างแนบเนียน พร้อมกับการสถาปนาตัวเองเป็น ‘แจ็ค หม่า 2 เมืองไทย’ ทุกครั้งที่มีโอกาส ต่อมาเขาถูกจับกุมในคดีฉ้อโกงประชาชนครั้งใหญ่จากการหลอกลวงให้ร่วมลงทุนซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยว ทองคำ และกระเป๋าแบรนด์เนม จนมีผู้เสียหายหลายร้อยคนและมูลค่าความเสียหายรวมนับพันล้านบาท
ก่อนที่เขาจะกลายเป็นผู้ต้องหาคดีฉ้อโกง ชีวิตและประวัติของเขาเป็นที่สนใจและถูกพูดถึงในหลายแง่มุม ดังนี้
ภูมิหลังและเส้นทางธุรกิจ : ประสิทธิ์เกิดที่จังหวัดกระบี่ในครอบครัวที่ค่อนข้างยากจน และชีวิตพลิกผันจากเด็กเกเรเข้าสู่แวดวงธุรกิจจนสร้างอาณาจักร "เอ็มกรุ๊ป" (M Group) ได้สำเร็จ ธุรกิจของเขาครอบคลุมหลากหลายด้าน เช่น การท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ และแพลตฟอร์มเทคโนโลยี (รวมถึงแอปพลิเคชันรับส่งพัสดุชื่อดังในขณะนั้น) ภาพลักษณ์ของเขาในช่วงเวลานั้นคือ "นักธุรกิจผู้ใจบุญ" ที่มักจัดกิจกรรมช่วยเหลือสังคม
นอกจากนี้ เขายังเคยออกหนังสืออัตชีวประวัติ "อันธพาลกลับใจ สู่นักธุรกิจพันล้าน" เล่าพื้นเพว่าเป็นเด็กกระบี่ ลูกหลานคนจนที่เกเรก่อนจะมุมานะทำธุรกิจท่องเที่ยวจนสถาปนาตัวเองเป็นนักธุรกิจพันล้าน และเดินหน้าสร้างภาพลักษณ์งานกุศลผ่านโครงการ "คืนคุณแผ่นดิน" จนได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติมากมาย ยืนตบตาว่าเป็น "คนดีของแผ่นดิน" อย่างเต็มภาคภูมิ ความเนียนระดับลึกล้ำนี้ ถึงขั้นเคยทำให้ตำนานเพลงเพื่อชีวิตอย่าง "แอ๊ด คาราบาว" (ยืนยง โอภากุล) หลวมตัวแต่งเพลงเชิดชูในชื่อ "ประสิทธิ์ ผู้ให้" สะท้อนภาพชายผู้ใจบุญทรงอิทธิพล ซึ่งกลายมาเป็นอีกหนึ่งโปรไฟล์ชั้นดีในการนำไปใช้อ้างอิงและสร้างความไว้วางใจแก่ประชาชน
คดีฉ้อโกงประชาชน (คดีหลอกลงทุน)
ในปี พ.ศ. 2564 เขาได้เข้ามอบตัวกับตำรวจหลังถูกออกหมายจับในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ขบวนการของเขาใช้วิธีหลอกลวงเหยื่อให้นำเงินมาร่วมลงทุนในรูปแบบต่างๆ เช่น การซื้อคูปองทองคำ, ฝากขายกระเป๋าแบรนด์เนม, และแพ็กเกจท่องเที่ยว โดยเสนอผลตอบแทนที่สูงเกินจริง ส่งผลให้มีผู้เสียหายหลงเชื่อเป็นจำนวนมากรวมมูลค่าความเสียหายกว่าพันล้านบาท
คำพิพากษาของศาล
ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2566 ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาคดีฉ้อโกงและกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน โดยสั่งจำคุกประสิทธิ์ เจียวก๊ก เป็นเวลา 1,155 ปี (และต่อมาในคดีอื่น ๆ ศาลได้มีคำพิพากษาเพิ่มเติมอีกกว่าพันปีเช่นกัน) อย่างไรก็ตาม ตามประมวลกฎหมายอาญาของไทย ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนลักษณะนี้ แม้จะรวมโทษทุกกรรมแล้วจะให้จำคุกสูงสุดได้ไม่เกิน 20 ปี พร้อมกับสั่งให้เขาและพวกร่วมกันชดใช้เงินคืนให้แก่ผู้เสียหายกว่าพันล้านบาท และล่าสุด วันที่ 21 ก.ค. 2569 ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษา ในคดีที่พนักงานอัยการ ยื่นฟ้อง นายสมประสงค์ กับพวก รวม 5 คน (มีนายประสิทธิ์ เจียวก๊ก เป็นจำเลยที่ 5) ในความผิดหลบหนีไประหว่างที่ถูกคุมขังตามอำนาจของศาล โดยศาลสั่งจำคุกเพิ่มอีก 1 คดี พยายามหลบหนี เมื่อปี 2565
บทบาทด้านการเมืองและสังคม
นอกจากธุรกิจแล้ว ประสิทธิ์ยังเป็นบุคคลที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในแวดวงการเมืองและโซเชียลมีเดีย โดยเขาเคยถูกพาดพิงว่าเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหรือ "แม่ทัพ" เครือข่ายปฏิบัติการข่าวสาร (Information Operation หรือ IO) ของกองทัพ ซึ่งมักมีบทบาทในการปกป้องสถาบันและรัฐบาลผ่านทางโลกออนไลน์
กรณีของ ประสิทธิ์ เจียวก๊ก นับเป็นบทเรียนราคาแพงทางสังคมที่น่าสนใจยิ่งว่า เหตุใดเมื่อตัวตนถูกกะเทาะออกจนไร้ความน่าเชื่อถือ แต่ย้อนกลับไปในวันนั้น กลับมีผู้เสียหายจำนวนมากยอมหลงเชื่ออย่างหัวปักหัวปำ นำเงินออมทั้งชีวิตมาร่วมลงทุนหลากรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ-ขายกระเป๋าแบรนด์เนม คูปองทองคำ แพ็กเกจท่องเที่ยว หรือระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ เบื้องหลังความสำเร็จของการหลอกลวง ไม่ใช่แค่เรื่อง "ผลตอบแทนที่สูงเกินจริง" แต่คือการตั้งใจใช้เงินหว่านโปรยสร้างโปรไฟล์เข้าหาข้าราชการระดับสูง การเข้าถึงระบบราชการ และการนำแบรนด์ "ความรักชาติ-คนดีคืนคุณแผ่นดิน" มาเป็นเกราะป้องกันตัว ทำให้เหยื่อหลงเชื่อว่าธุรกิจของเขาปลอดภัยและได้รับการการันตีจากผู้ใหญ่ในบ้านเมือง



