ข่าว

แม่ช็อก! ผ่าคลอดลูกดับปริศนา ร้องปวีณาจี้สอบ รพ.เอกชน

แม่ช็อก! ผ่าคลอดลูกดับปริศนา ร้องปวีณาจี้สอบ รพ.เอกชน

17 ก.ค. 2569

แม่ร้องปวีณาจี้สอบ รพ.เอกชน ผ่าคลอดลูกดับปริศนา คาใจฟื้นกลางคันขณะผ่าตัด แถมรพ.กักตัวเด็กวิกฤตไว้นานหลายชั่วโมงจนเสียชีวิต

17 ก.ค. 2569 น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี พร้อมด้วยสามีและมารดา ได้เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี กรณีลูกสาวแรกเกิดเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาหลังจากการผ่าคลอดที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร โดยครอบครัวติดใจสาเหตุการเสียชีวิตและกระบวนการรักษาของทางโรงพยาบาล

 

 

น.ส.เอ เปิดเผยว่า ตนเป็นชาวจังหวัดพะเยา เดินทางมาทำงานรับเหมาก่อสร้างในย่านเขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ก่อนหน้านี้ได้ใช้สิทธิบัตรทองฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง และเข้ารับการตรวจครรภ์ตามนัดทุกครั้ง ซึ่งผลอัลตราซาวนด์พบว่าทารกแข็งแรงดี แพทย์ได้นัดคลอดธรรมชาติในวันที่ 4 ก.ค. 2569 แต่เมื่อถึงกำหนดมดลูกยังไม่เปิด จึงเลื่อนนัดมาเป็นวันที่ 7 ก.ค. แต่ก็ยังไม่สามารถคลอดได้ แพทย์จึงนัดผ่าคลอดในวันที่ 9 ก.ค 2569

แม่ช็อก! ผ่าคลอดลูกดับปริศนา ร้องปวีณาจี้สอบ รพ.เอกชน

 

เมื่อถึงวันผ่าคลอด เวลา 11.00 น. แพทย์พยายามบล็อกหลังแต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากตนมีน้ำหนักตัวถึง 105 กิโลกรัม จึงเปลี่ยนมาใช้วิธีดมยาสลบ

 

ทว่าระหว่างที่แพทย์กำลังทำการผ่าตัด ตนกลับรู้สึกตัวขึ้นมา ทำให้แพทย์ต้องหยุดการผ่าตัดกลางคันเพื่อเพิ่มยาสลบ 

 

 

หลังจากนั้นตนก็ไม่รู้สึกตัวอีกจนกระทั่งฟื้นขึ้นมาในเวลา 15.00 น. ต่อมาได้รับแจ้งจากพยาบาลว่าลูกสาวมีอาการหัวใจเต้นเร็วผิดปกติและต้องรักษาตัวในห้องไอซียูเด็ก กระทั่งเวลา 18.00 น. ทารกมีอาการวิกฤตและต้องส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลแห่งที่สอง แต่กลับมีความล่าช้าในการส่งตัวจนถึงเวลา 03.00 น. ของวันที่ 10 ก.ค. 2569

 

ต่อมาในวันที่ 11 ก.ค. 2569 เวลา 00.00 น. แพทย์โรงพยาบาลแห่งที่สองแจ้งว่าทารกได้เสียชีวิตแล้วเนื่องจากขาดออกซิเจนและปอดติดเชื้อรุนแรง โดยในใบมรณบัตรระบุสาเหตุการตายว่า "ภาวะความดันเลือดในปอดสูง" อย่างไรก็ตาม เมื่อครอบครัวสอบถามไปยังโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรก กลับได้รับคำตอบว่า "เด็กสำลักน้ำคร่ำเสียชีวิต" จึงทำให้ครอบครัวเกิดข้อสงสัย 2 ประเด็นหลัก คือ

 

1. การที่มารดารู้สึกตัวระหว่างผ่าตัดจนต้องเพิ่มยาสลบ ส่งผลให้ทารกขาดออกซิเจนหรือไม่ 

2. เหตุใดจึงกักตัวทารกที่มีอาการวิกฤตไว้จนถึงเวลา 03.00 น. แทนที่จะรีบส่งตัวไปรักษาต่อให้เร็วกว่านี้

    

น.ส.เอ กล่าวเพิ่มเติมว่า ครอบครัวรู้สึกเสียใจอย่างมากที่สูญเสียลูกคนแรกไปโดยยังไม่ได้เห็นหน้า จึงได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.พญาไท เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งศพไปชันสูตร และยืนยันว่าจะยังไม่ประกอบพิธีทางศาสนาจนกว่าจะทราบสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง

 

 

ภายหลังรับเรื่อง นางปวีณา หงสกุล ได้ประสานงานไปยัง ทพญ.นลินา ตันติริรามัย ผู้อำนวยการกองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข โดยในเวลา 13.00 น. ของวันนี้ นางปวีณาจะนำครอบครัวผู้เสียหายเข้าพบ ทพญ.นลินา และ นายสาโรจน์ ยอดประดิษฐ์ ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเสียชีวิตของทารกอย่างละเอียดต่อไป