
สอบเข้ม เส้นทางการเงิน-หุ้นส่วนร้าน 'โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว' ถ้ามีโดนด้วย
ผบช.น. เผย อยู่ระหว่างตรวจสอบ หุ้นส่วนร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ทั้งเส้นทางการเงิน และเร่งสอบปากคำผู้เชี่ยวชาญ-ผู้เกี่ยวข้อง หาหลักฐาน หากพบมีหุ้นส่วนร้าน ต้องมีความผิดด้วย
ช่วงเช้าวันที่ 16 ก.ค.2569 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เดินทางมาประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี เหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ร่วมกับพลตำรวจตรีเกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 (ผบก.น.2) และคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ที่ สน.พหลโยธิน
โดย พล.ต.ท.สยาม บอกภายหลังการประชุมฯ ว่า วันนี้มาเพื่อตรวจดูสำนวนคดี การสอบปากคำ และพยานหลักฐาน เพื่อมาดูว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากเกิดจากอะไร ซึ่งขณะนี้ สอบปากคำไปแล้ว 106 ปาก เป็นกลุ่มเจ้าของผู้ประกอบการ พนักงานในร้าน ญาติลูกค้าที่เสียชีวิตและบาดเจ็บ ผู้เชี่ยวชาญที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ทั้งเจ้าหน้าที่นิติเวช กองพิสูจน์หลักฐาน วิศวกรรมสถานฯ กรมโยธา และไฟฟ้า โดยจะต้องสอบปากคำผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติมอีกเพื่อให้ความเห็นทั้งหมด และให้ทราบสาเหตุของการเกิดเหคุครั้งนี้ทั้งหมด และจะมีการประสานช่างไฟที่เคยต่อเติมร้านมาสอบปากคำเพิ่มเติมด้วย
ส่วนกรณีการตรวจสอบหุ้นส่วนของร้าน พล.ต.ท.สยาม ระบุว่า ตามที่จดทะเบียนบริษัท มีชื่อของเจ้าของร้านกับแม่ ซึ่งตัวของเจ้าของร้านยังบาดเจ็บอยู่ ส่วนที่สอบปากคำไปก่อนหน้านี้ คือพี่สาวของเจ้าของร้าน ซึ่งมีสถานะเป็นกลุ่มของเจ้าของร้าน
ส่วนแม่ของเจ้าของร้านที่ปรากฎรายชื่อในใบจดทะเบียน ยังไม่ได้เข้ามาให้ปากคำ เพราะ พบว่า ไม่ได้เข้ามาบริหารแต่จะต้องเรียกมาสอบปากคำเพิ่มด้วย
ทั้งนี้ ประเด็นที่สื่อมวลชนตั้งข้อสังเกตเรื่องหุ้นลมนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบปากคำพนักงานในร้านเพิ่มเติมว่ามีบุคคลอื่นนอกเหนือจากเอกสารเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ พร้อมทั้งสั่งตรวจสอบเส้นทางการเงินของทางร้านย้อนหลังทั้งหมด เพื่อดูว่าเมื่อรับรายได้มาแล้วจ่ายให้พนักงานแล้ว มีการโอนจ่ายรายได้ไปให้บุคคลใดอีกบ้าง ที่มีลักษณะเป็นเงินที่แบ่งปันผลประโยชน์
โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ซึ่งพนักงานสอบสวนจะเชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบปากคำอย่างแน่นอนตามลำดับความสำคัญและความเร่งด่วน โดยหากพบว่า มีส่วนที่รับผลประโยชน์หรือเกี่ยวข้อง มีส่วนร่วมในการจัดการร้านก็ต้องดำเนินคดีทั้งหมดและขณะนี้ ตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาใคร
ส่วนของเจ้าของร้าน คงต้องดำเนินการแจ้งจ้อกล่าวหา แต่คงรอให้อาการดีขึ้น พูดคุยสื่อสารได้แล้วจะรีบเข้าไปดำเนินการ เพราะตอนนี้ ยังใช้เครื่องช่วยหายใจแต่อาการดีขึ้น
ทั้งนี้ตัวเจ้าของร้าน ก็จะถูกดำเนินคดีเบื้องต้นในข้อหา ประมาทเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ข้อหาประมาทฯ ทำให้เกิดเพลิงไหม้และข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงการตรวจสอบความผิดเกี่ยวกับการเปิดสถานบริการกรณีหากพบว่ามีการเปิดกิจการเกินกว่าขอบเขตที่ได้รับอนุญาต
ในส่วนของการประสานงานกับสำนักงานเขตจตุจักร ทางเขตได้ส่งเอกสารข้อมูลการขอใบอนุญาตมาให้บางส่วนแล้ว และอยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารที่เหลือมาส่งมอบเพิ่มเติม แต่ยังไม่ได้มีการสอบปากคำเจ้าหน้าที่เขตอย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้ พลตำรวจโท สยาม ย้ำว่า หากตรวจสอบแล้วพบว่าทางเขตมีความบกพร่องหรือปล่อยปละละเลยในการตรวจตราอาคาร ก็จะต้องถูกดำเนินคดีทางกฎหมายด้วยเช่นกัน
ด้านประเด็นความผิดปกติของตัวอาคาร เช่น วัสดุเพดาน หรือทางหนีไฟที่มีไม่ถึงสองทางตามเกณฑ์มาตรฐาน ขณะนี้กองพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจพื้นที่เสร็จสิ้นและคืนพื้นที่ให้ สน. ท้องที่แล้ว โดยอยู่ระหว่างรอรายงานผลการตรวจอย่างเป็นทางการ
พล.ต.ท.สยาม ยังเปิดเผยข้อมูลสำคัญจากทางนิติเวชเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตด้วยว่า ‘ผู้เสียชีวิตทั้งหมดไม่ได้เสียชีวิตจากเปลวไฟโดยตรง แต่เกิดจากการขาดอากาศหายใจเนื่องจากสูดดมก๊าซพิษ โดยผลตรวจพบก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ และไซยาไนด์ในร่างกาย ซึ่งสารทั้งสองชนิด มีคุณสมบัติบล็อกเนื้อเยื่อไม่ให้รับออกซิเจน หากสูดดมในปริมาณมากจะทำให้เสียชีวิตได้ภายในเวลาไม่เกิน 4 นาที
สารพิษนี้ยังส่งผลกระทบถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในวันเกิดเหตุ จนมีอาการระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ แสบคอ และสำลักควันอย่างรุนแรง ตามที่ปรากฏในคลิปภาพข่าว ซึ่งทั้งหมดได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจและแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้อย่างปลอดภัยแล้ว โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้แสดงความห่วงใยและสั่งการให้ บช.น. ร่วมกับกองกำลังพล ตรวจสอบสิทธิประโยชน์อันพึงมีพึงได้ เพื่อมอบรางวัลและประกาศเกียรติคุณให้แก่ตำรวจทุกนายที่เกี่ยวข้อง
ส่วนการตรวจสอบเรื่องของการใช้ไฟฟ้าของร้าน พล.ต.ท.สยาม ระบุว่า ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวง ถือเป็นพยานหลักฐานชิ้นสำคัญที่บ่งชี้ถึงพฤติการณ์ความประมาท โดยพบว่า ‘เดิมทางร้านขอใช้ไฟไว้ที่ขนาด 30/100 ต่อมามีการใช้ไฟเพิ่มขึ้นและยื่นขอเพิ่มขนาดไฟ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าจะเข้าตรวจสอบทางร้านกลับบ่ายเบี่ยงอ้างว่าไม่พร้อมให้ตรวจ พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ทางร้านอาจต่อเติมระบบไฟเองจนทำให้กระแสไฟเกิดการโอเวอร์โหลด และลัดวงจรจนเกิดไฟไหม้
โดยพนักงานสอบสวนกำลังรอรายงานอย่างเป็นทางการจาก 3 หน่วยงานหลัก คือ กองพิสูจน์หลักฐาน สถาบันนิติเวชวิทยา และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ร่วมกับเอกสารจากสำนักงานเขต เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดีตามข้อสั่งการเร่งรัดจากนายกรัฐมนตรี และคาดว่าจะสามารถส่งสำนวนฟ้องต่อศาลได้ในไม่ช้า
นอกจากนี้ พล.ต.ท.สยาม ยังได้บอกเพิ่มเติม ด้วยว่สพนักงานสอบสวนได้การสอบปากคำพนักงานภายในร้านและลูกค้าที่ออกจากร้านได้เป็นคนแรก พบข้อเท็จจริงที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องประตูทางหนีไฟ 1 โดยก่อนเกิดเหตุ ‘ประตูหนีไฟตรงห้องน้ำมีการใส่กลอนไว้ ซึ่งตามปกติ ไม่ควรล็อกกลอนเพื่อให้เข้าออกได้สะดวก แต่พบว่ามีการล็อกกลอน แล้วต้องเปิดกลอนออกจึงจะสามทรถออกไปได้ ซึ่งจะเป็นพยานหลักฐานในสำนวนคดีชิ้นสำคัญที่จะชี้ให้เห็นว่าเป็นการกระทำการโดยประมาทหรือไม่’ รวมถึงต้องตรวจสอบว่ามีการซ้อมแผนหนีไฟ ก็ต้องงตรวจสอบเพื่อนำมาพิจารณาว่าเจ้าของร้านประมาทหรือไม่เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องดูแลลูกค้า
โดยพนักงานสอบสวนจะต้องนำไปพิจารณาร่วมกับการตรวจสอบที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานว่าประตูทางเข้าออกทั้ง 4 ทางที่มีถูกต้องตามมาตรฐานหรือไม่และการล็อคประตูดังกล่าวจะมีผลต่อการหลบหนีออกมาจากภายในจุดเกิดเหตุอย่างไรซึ่งจะมีผลต่อข้อหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
—ปล่อยเสียง— (ประเด็นท้ายสุด เรื่องยืนยันว่า ประตูล็อกกลอน)



