ข่าว

​คุมตัวฝากขัง "จ๋า ศตพร" 1 ใน 3 คีย์แมนโกงสอบท้องถิ่น เจ้าตัวยังปฏิเสธ

​คุมตัวฝากขัง "จ๋า ศตพร" 1 ใน 3 คีย์แมนโกงสอบท้องถิ่น เจ้าตัวยังปฏิเสธ

14 ก.ค. 2569

คุมตัว "ศตพร" ฝากขังศาลทุจริตฯ เซ่นปมฉาวทุจริตสอบท้องถิ่น เจ้าตัวยังปากแข็งปฏิเสธทุกข้อหา กองปราบยันไม่รอด หลักฐานมัดแน่นทั้งเส้นทางการเงิน การติดต่อสื่อสาร

14 ก.ค. 2569 ตำรวจกองบังคับการปราบปรามควบคุมตัว นางสาวศตพร หรือ "จ๋า" ไปขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางฝากขัง เป็นผู้ต้องหาคนแรกในคดี หลังถูกจับกุมคดีทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 

 

โดยเมื่อวานนี้ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ระหว่างควบคุมตัวไปศาล น.ส.ศตพร ไม่ตอบคำถามสื่อมวลชน ใช้มือปิดบังใบหน้า สวมหน้ากากอนามัย ก่อนเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวขึ้นรถ

 

ก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางออกหมายจับผู้ต้องหา 3 คน ประกอบด้วย

 

  • จ่าสิบตรีพิชิต ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์
  • นายอัศวิน หรือ "ดร.วิน" ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง 
  • นางสาวศตพร 

 

ในข้อหาร่วมกันเป็นอั้งยี่ ร่วมกันเป็นซ่องโจร ร่วมกันเอาไปเสีย ซ่อนเร้น หรือทำให้สูญหายซึ่งเอกสาร ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารราชการ และร่วมกันนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

จากข้อมูลการสืบสวน ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและยังไม่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อคดี 

 

ขณะที่พนักงานสอบสวนพบพยานหลักฐาน ทั้งเส้นทางการเงิน ข้อมูลการติดต่อสื่อสาร และหลักฐานอื่น เชื่อมโยงผู้ต้องหากับขบวนการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เชื่อว่าผู้ต้องหาทั้งหมดมีบทบาทเป็นผู้ประสานงานของเครือข่าย ซึ่งในส่วนของ จ่าสิบตรีพิชิต ถูกมองว่ามีบทบาทในระดับปฏิบัติการของเครือข่าย 

 

ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 คน มีบทบาทประสานงานกับหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดสอบ ทั้งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อสอบ และบุคคลอื่นที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานงานในแต่ละพื้นที่ 

 

เบื้องต้น จากข้อมูลการสืบสวน ยังไม่พบพยานหลักฐานเชื่อมโยงเครือญาติของผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ว่าเข้าไปร่วมกระทำความผิด

 

ขณะที่กองบังคับการปราบปรามจะรวบรวมข้อมูลส่งให้ ป.ป.ช. หากพบเจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคคลอื่นเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่