
รวบยกแก๊งตุ๋นบัตรคอนเสิร์ต BTS เหยื่อพุ่งเกินร้อย หัวโจกเสวยสุขช้อปแบรนด์เนม
ปคบ. จับ 5 ผู้ต้องหาแก๊งหลอกขายบัตรคอนเสิร์ตวง BTS เสียหายพุ่งกว่า 105 คดี แฉหัวโจกนำเงินเหยื่อไปเที่ยว ตปท. ช้อปแบรนด์เนม ส่วนที่เหลืออ้างรับจ้างหลักร้อย โอนเงินผ่านทรูมันนี่
ตำรวจ ปคบ. นำโดย พ.ต.ท.เนติรัฐ ไชยสถิตย์ สว.กก.2 บก.ปคบ. ,พ.ต.ต.กฤตภาส พึ่งนุสนธิ์ สว.กก.๑ บก.ปคบ. และ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.1 และ กก.2 บก.ปคบ จับกุมผู้ต้องหาได้ในพื้นที่ กรุงเทพมหานครและสุราษฎร์ธานี
1.น.ส.เต็มใจ สงวนนามสกุล อายุ 21 ปี
2.น.ส.พิมพ์ชนก สงวนนามสกุล อายุ 19 ปี
3.น.ส.สุชาวดี สงวนนามสกุล อายุ 18 ปี
4.นายปธานิน สงวนนามสกุล อายุ 20 ปี
5.น.ส.เฌอลิลิณญ์ สงวนนามสกุล อายุ 27 ปี
พฤติการณ์ ในช่วงที่การเปิดจำหน่ายบัตรคอนเสิร์ตของศิลปินระดับโลก โดยเฉพาะวง BTS ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม จนบัตรหมดภายในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้มีประชาชนจำนวนมากหันไปหาซื้อบัตรผ่านช่องทางออนไลน์และตลาดซื้อขายต่อ ซึ่งกลายเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพฉวยโอกาสสร้างเพจและบัญชีโซเชียลปลอม หลอกขายบัตรคอนเสิร์ตให้กับผู้เสียหายจำนวนมาก
บก.ปคบ. จึงเปิดปฏิบัติการ “รวบยกแก๊ง ลวงเงินบัตรคอนเสิร์ต BTS ไอดอลเกาหลีชื่อดัง” หลังสืบสวนขยายผลจากคดีที่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความว่า ถูกหลอกซื้อบัตรคอนเสิร์ตผ่านสื่อสังคมออนไลน์ คดีเริ่มจากผู้เสียหายเข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2569 หลังถูกหลอกซื้อบัตรคอนเสิร์ต มูลค่าความเสียหาย 17,700 บาท
ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะขยายผลพบว่า เป็นการกระทำของขบวนการเดียวกัน และมีผู้เสียหายทยอยเข้าแจ้งความอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้วประมาณ 105 คดี และเจ้าหน้าที่เชื่อว่ายังมีผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้เข้าแจ้งความ เนื่องจากหลายรายอาจอาย ไม่ทราบขั้นตอนการดำเนินคดี หรือคิดว่ามูลค่าความเสียหายไม่มากพอ จึงอยู่ระหว่างการรวบรวมสำนวนเพื่อดำเนินคดีในภาพรวม
เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ บก.ปคบ. เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นและติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ จำนวน 5 ราย โดยสามารถจับกุมได้ครบทั้ง 5 ราย คิดเป็น 100% ของเป้าหมายจากการสอบสวน
ผู้ต้องหาส่วนหนึ่งอ้างว่า ถูกชักชวนผ่านกลุ่มหางานออนไลน์ ให้ทำหน้าที่รับโอนเงินและส่งต่อเงินในรูปแบบซองของขวัญผ่านระบบ TrueMoney โดยเข้าใจว่าเป็นการรับงานพรีออร์เดอร์สินค้าและได้รับค่าจ้างครั้งละ 200–2,000 บาท ก่อนจะทราบภายหลังว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินที่ได้จากการหลอกขายบัตรคอนเสิร์ต
ขณะที่ผู้ต้องหาอีกหนึ่งรายให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้สร้างเพจและบัญชีบนแพลตฟอร์ม X เพื่อหลอกขายบัตรคอนเสิร์ตด้วยตนเอง โดยได้รับเงินจากผู้เสียหายประมาณ 800,000 บาท ก่อนนำเงินไปใช้จ่ายส่วนตัว เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ และซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น กระเป๋าแบรนด์เนม จนใช้เงินหมด
เตือนภัยประชาชน เจ้าหน้าที่เตือนว่า ในช่วงที่มีคอนเสิร์ตหรือกิจกรรมยอดนิยม ซึ่งมีความต้องการซื้อบัตรจำนวนมาก มิจฉาชีพมักอาศัยกระแสความนิยมสร้างบัญชีปลอม ปลอมแชต ปลอมสลิป และแอบอ้างว่ามีบัตรพร้อมขายในราคาที่น่าสนใจ เพื่อหลอกให้โอนเงินล่วงหน้า เมื่อได้รับเงินแล้วจะตัดการติดต่อทันที ก่อนซื้อบัตรคอนเสิร์ตทุกครั้ง ควรซื้อผ่านช่องทางจำหน่ายที่ได้รับการรับรอง หรือหากเป็นการซื้อขายต่อ ควรตรวจสอบตัวตนผู้ขาย ประวัติการซื้อขาย และหลีกเลี่ยงการโอนเงินเต็มจำนวนโดยไม่มีหลักประกัน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางขอฝากถึงประชาชนว่า หากตกเป็นผู้เสียหาย ขอให้รีบแจ้งความทันที เพราะทุกข้อมูลที่ได้รับจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถขยายผลไปถึงขบวนการและติดตามจับกุมผู้กระทำผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งป้องกันไม่ให้มีผู้เสียหายรายใหม่เพิ่มขึ้นอีกในอนาคต.
เบื้องต้นแจ้งข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และ เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใด”



