
รองผบ.ตร. แถลงจับกุมขบวนการค้าเฮโรอีนข้ามชาติครบสมบูรณ์แล้ว
รองผบ.ตร. แถลงจับกุม ขบวนการค้าเฮโรอีนข้ามชาติ พร้อมออกหมายจับ “จันทรา” เจ้าของบัญชี Rose Rose พบหลบหนีออกนอกประเทศแล้ว
พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยหลังสอบปากคำนายเอกวิทย์ เครือข่ายส่งเฮโรอีนให้แอร์โฮสเตสมีนา ว่า พฤติการณ์ของนายเอกวิทย์ เป็นผู้ใช้ชื่อแอคเคาท์ไลน์ ว่า “รินริน ” โดยเจ้าตัว ให้การว่า ได้มีการติดต่อสั่งการ จาก จันทรา หรือ ผู้ใช้แอคเค้าท์ชื่อ ‘RoseRose’ คนที่ว่าจ้างแอร์มีนา ในการรับหิ้วไปออสเตรเลีย ซึ่งตำรวจไม่ได้เชื่อแค่คำให้การ แต่ยืนยันว่า มีพยานหลักฐานที่เชื่อได้ว่า เอกวิทย์ เป็นเจ้าของไลน์ชื่อ ‘รินริน’ จริงๆ ทั้งตากคำรับสารภาพ รวมถึงจากการตรวจสอบไปยังบริษัทไลน์ประเทศไทยแล้ว
ซึ่งพฤติการณ์ของ นายเอกวิทย์ จะไปหาซื้อกระเป๋าลายช้าง ที่ จ.เชียงใหม่ แล้วส่งให้ ‘RoseRose’ แล้ว ‘RoseRose’ ก็จะนำไปบรรจุเฮโรอีน แล้วเอาส่งกลับมา นายเอกวิทย์ ก่อนจะประสานให้นายอุทัย มารับของไปส่งต่อ โดยนายเอกวิทย์ อ้างว่า ทำแบบนี้มา 3 ครั้ง และเคยให้เครือข่ายมาส่งให้แอร์มีนาเป็นครั้งแรก โดยมีหลักฐานจากแชทของหลายๆคนซึ่งมีความเชื่อมโยงในลักษณะเดียวกัน
ส่วน ‘RoseRose’ จะเป็นคนบรรจุเฮโรอีน ด้วยตัวเองหรือไม่นั้น พล.ต.อ.สำราญ บอกว่า จากคำให้การของนายเอกวิทย์ อ้างว่า ทุกครั้งพอได้กระเป๋ามาแล้วจะเอากระเป๋าไปให้ ‘RoseRose’ แล้วพอบรรจุเสร็จก็จะส่งกระเป๋สกลับมาให้ ซึ่งยังไม่ชี้ชัดว่า เป็นคนบรรจุเย็บเฮโรอีนใส่เข้าไปเอง หรือไปจ้างใคร
ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ ไปทำการตรวจสอบกับยริษัทเฟซบุ๊ก เพื่อยืนยันตัวตนเจ้าของแอคเค้าท์ ‘RoseRose’ ว่าคือ นางสาวจันทรา ให้พยานหลักชัดเจนด้วย
ส่วนการคัดเลือกเหยื่อ นางสาวจันทรา หรือ ‘RoseRose’ พล.ต.อ.สำราญ ระบุว่า ‘RoseRose’ จะเป็นคนเลือกเอง ด้วยการพูดคุยในกลุ่ม รับหิ้วของทาง facebook ถ้าเหยื่อคนไหนสนใจ ‘RoseRose’ ก็จะทักข้อความไปคุยส่วนตัว ซึ่งในกรณีของแอร์มีนาจะทราบหรือไม่ว่าข้างในเป็นเฮโรอีน ขณะนี้ยังไม่สามารถตอบเจตนาจริงๆของแอร์มีนาได้
ส่วนความสัมพันธ์ของนางสาวจันทรา หรือ ‘RoseRose’กับ นายเอกวิทย์ พล.ต.อ.สำราญ ระบุว่า นางสาวจันทราเป็น ‘พี่สาวของน้องสะใภ้นายเอกวิทย์’
ซึ่งจากข้อมูลยังพบอีกว่า นางสาวจันทรา หรือ ‘RoseRose’ จะเดินทางข้ามไปมาระหว่างประเทศไทย กับ สปป.ลาว อยู่บ่อยครั้ง โดยเชื่อว่าน่าจะไปมีความเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ และขณะนี้เจ้าตัวได้หลบหนีออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติแบบกระทันหัน ซึ่งตำรวจภูธรภาค 5 ได้เข้าค้นบ้านพักและทำการประสานงานในการติดตามตัวแล้ว
เมื่อถามถึงบอสใหญ่ของขบวนการนี้ จะเป็นคนไทยหรือเป็นคนต่างชาตินั้น พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจมีข้อมูลของหัวขบวนการใหญ่แล้ว ส่วนจะเป็นกลุ่มเป้าหมายหรือไม่นั้น พล.ต.อ.สำราญ ระบุว่า กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ เรารู้เส้นทางว่าเฮโรอีนมาทางไหน และเคยจับหลายรอบ และเป็นกลุ่มช่องทางมาจากจ.พะเยา เป็นเครือข่ายที่อยู่ประเทศเพื่อนบ้าน
ส่วนหัวขบวนการใหญ่จะเชื่อมกับ คดีที่ ป.ป.ส.จับสองผัวเมีย ที่จ.เลย หรือไม่นั้นพล.ต.อ.สำราญ ยืนยันว่า ‘เป็นคนละกลุ่ม เป็นคนละร่ม กัน’ เพราะกลุ่มนี้มาจาก จ.พะเยา ไม่ได้ลักลอบเอาเข้ามา จ.เลย และเคยทำซ้ำๆในการลักลอบเข้ามาทาง จ.พะเยา
สำหรับคดีนี้ พล.ต.อ.สำราญ ระบุอีกว่า สำนวนการสอบสวนถือว่าสมบูรณ์ในระดับหนึ่ง หากทางประเทศออสเตรเลียประสานของข้อมูลก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ ส่วนผลการตัดสินคดีแอร์โฮสเตสมีนา ก็ขอไม่ก้าวล่วงกฎหมายออสเตรเลีย แต่ยืนยันว่า ‘ฝั่งไทยปรากฏข้อมูลครบทุกส่วนแล้ว’
สำหรับนายเอกวิทย์ คืนนี้พนักงานสอบสวนปราบปรามยาเสพติด จะสอบปากคำเข้มตลอดทั้งคืน และพรุ่งนี้ 11 ก.ค. ก่อนเที่ยง จะคุมตัวไปขออำนาจศาลอาญารัชดาฝากขัง ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว



