
แถลง ผลปฏิบัติการ ”ถอดเกล็ดมังกร“ เอี่ยว จนท.รัฐ-รพ. รอขยายผลต่อ
มท. 2 - รอง ผบ.ตร. แถลง ผลปฏิบัติการ ”ถอดเกล็ดมังกร“ จับกุม จนท.รัฐ - จนท.รพ. - ชาวจีน ยัน รบ. เอาจริง พร้อมขยายผลต่อไป เตรียมประสาน ก.ดีอี ร่วม หลัง พบชาวต่างชาติ ตัดสินใจจ้างพ่อทิพย์ คุยกันในออนไลน์
วันที่ 9 กรกฏาคม 2569 กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 8 เวลา 15:45 น. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พลตำรวจโท นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, นายวิฑูรย์ สิรินุกูล รองอธิบดีกรมการปกครอง, นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม กรมสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ, นายสุภาพ สิริ ผู้อำนวยการกองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 1 และนายอภินันท์ นวลสุวรรณ์ ผู้อำนวยการส่วนวิเคราะห์ข่าวกรองทางการเงิน ร่วมกันแถลงข่าว การแถลงผลการปฏิบัติการถอดเกล็ดมังกร
นายพลพีร์ระบุว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และทุนสีเทา ซึ่งพบว่ามีการใช้ช่องโหว่ด้านทะเบียนราษฎรและสัญชาติไทยเป็นเครื่องมือหลบซ่อนตัวตนและเคลื่อนย้ายทรัพย์สิน ซึ่งรูปแบบใหม่ที่พบคือ การจ้างคนไทย “สมรสเท็จ” หรือ “รับรองเท็จ” เพื่อให้ลูกของคนต่างด้าวได้สัญชาติไทย ส่งผลกระทบทั้งสิทธิของคนไทย เศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ
จึงเกิดปฏิบัติการ “ถอดเกล็ดมังกร” บูรณาการหลายหน่วยงาน เข้าปราบปรามและจับกุมเครือข่ายจำนวนมาก พร้อมเดินหน้าสืบสวนต่อ รวมถึงตรวจสอบการใช้ช่องทางออนไลน์
ยืนยันดำเนินคดีทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องแบบไม่เลือกปฏิบัติ แม้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือเอกชน และจะขยายผลจนถึงต้นตอ แม้ภารกิจยังไม่จบ แต่จะเดินหน้าต่อเนื่องจนกวาดล้างให้ได้มากที่สุด
พลตำรวจเอก สำราญ เปิดเผยถึงการปฎิบัติการทลายเครือข่ายพ่อทิพย์ ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการร่วมกับกรทการปกครอง โดยได้มีการขอหม่ยจับทั้งหมด 40 หมาย ฃ ขอหมายค้น 53 หมาย ซึ่งเป็นการค้นเพื่อตรวจ DNA 32 หมาย และค้นเพื่อจับกุม 21 หมาย
โดยแบ่งกลุ่มการดำเนินการทั้งหมด 5 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 เป็นการขอหมายจับเจ้าหน้าที่ของรัฐ 1 ราย โดยได้จับกุมเรียบร้อย ในข้อหาทำ-ใช้แสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ และนำเข้ามูลเข้าสู้ระบบคอมพิวเตอร์ และปฎิบัตหน้าที่โดยไม่ชอบ ส่วนเจ้าพนักงานของโรงพยาบาล 1 ราย ก็ได้มีการจับกุม ส่วนมารดาต่างด้าว ก็คือชาวต่างชาติ ที่มาแจ้งได้ออกหมายจับทั้งหมด 16 ราย ส่วนบิดาที่เป็นพ่อทิพย์ ขอหมายจับ 17 ราย บิดาที่เป็นพ่แคนจีนแท้ๆในข้อหาสำนับสนุนหรือใช้การจ้างวานต่างๆ ซึ่งต้องดูพฤติกรรมอีกที จับกุมอีก 5 ราย ทั้ฃชุดร่วมกันจับกุมมาแล้วทั้มหมด 15 ราย
สำหรับกรณี นายประจวบ ศิริเขต หนึ่งในผู้ถือหุ้น 10 เปอร์เซน และเป็นกรรมการ ของ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ ซึ่งนานประจวบให้การปฎิเสธ แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจ DNA พบว่าผล DNA ยืนยันว่าตัวนายประจวบเองไม่ใช่พ่อ และทราบว่า หากเจ้าหน้าที่มีหมายจับแล้ว นายประจวบจะเดินทางไปพร้อมทนายที่ สน.นี่เรือ
ส่วนพ่อไทยทิพย์ บางคนจะรู้เห็น พรักงานสอบสวนเปิดโอกาศให้ชี้แจง แต่เมื่อมีการลงรายชื่อรับรองว่าเป็นพ่อนั้นมีความผิดแล้ว ส่วนเรื่องเจตนาเบื้องต้นยังต้องสืบหาข้อเท็จจริงต่อไป
ทั้งนี้ยังพบอีกหลายกลุ่มที่พบพฤติการลักษณะคล้ายกันนี้ ยืนยันว่าจะดำเนินการและขยายผลต่อไป
นายวิฑูรย์ สิรินุกูล รองอธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า ทางกรมการปกครองได้มีหนังสือแจ้งสั่งการไปทั้วประเทศ ทั้งสำนักเบียน 878 อำเภอ และสำนักทะเบียนท้องถิ่นทั้งหมด ในกรณีของการแจ้งเกิดลูกที่เกิดกับพ่อหรือแม่ที่เป็นต่างชาติ ต้องให้พ่อและแม่มายืนยันบุตรด้วยตนเอง ว่าเป็นบุตรจองบุคคลลนั้นๆ เพราะที่ผ่านมาที่เจอเคสผิดปกติ คือเป็นการผ่านมาจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลให้กับเจ้าหน้าที่ทะเบียนดำเนินการและออกหมายสูติบัตรและได้ทะเบียนใหม่ ซึ่งนี้คือการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ส่วนการแก้ไจระยะยาว กรมการปกครองได้ดำเนินการเสนอในเรื่องการแก้ไขกฎหมายในเรื่องของทะเบียนราษฎร์ ว่า ให้มีส่วนของข้อบัญญัติในเรื่องของผู้กระทำความผิดแยกเป็นบัญญัติว่าด้วยเรื่องดังกล่าวหรือเรื่องนั้นๆ อย่างชัดเจน และมีบทลงโทษที่รุนแรงเพิ่มมากขึ้น
นายวิฑูรย์ บอกอีกว่า 40 หมายจับนั้นเป็นแค่จุดเริ่มต้น เพราะว่าวันนี้พบการปรากฏชัดในเรื่องการประทำความผิดจึงดำเนินการก่อน ยืนยันว่าจะขยายผลต่อไปจนครบในทุกเรื่อง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่บ่อนทำลายความมั่นคงของประเทศ และเศรษฐกิจของประเทศอย่างแท้จริง
ตัวแทน ปปง. บอกว่า ในส่วนของปฏิบัติการถอนเกรดมังกร จะเห็นได้ว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐสำนักงานเขตมีส่วนเกี่ยวข้องสำคัญซึ่งเข้าข่ายความผิดมูลฐานตามกฏหมายฟอกเงินความผิดเกี่ยวกับการทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ซึ่งในส่วนนี้เมื่อมีการจดทะเบียนจากบุตรจีนให้เป็นบุตรไทยก็เป็นจุดเริ่มต้นของการฟอกเงินอีกรูปแบบนึงเนื่องจากเมื่อมีการจดรับรองบุตรให้เป็นคนไทยแล้วทางพ่อแม่จีนจะมีการ โอนทรัพย์สินให้กับลูกออกไป ซึ่งจะทำเสมือนว่าเป็นธุรกรรมที่มีความปกติ
ในส่วนของข้อมูลทางการเงินจะมีการขยายผลใช้มาตรการเกี่ยวกับทรัพย์สิน ในการริบทรัพย์สินของเครือข่ายแก๊งดังกล่าว เพื่อตรวจยึดทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดรวมถึงผู้เกี่ยวข้องสำคัญ และผู้รับโอนทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดต่อไป
ขณะที่ ดีเอสไอ กล่าวว่า การกระทำดังกล่าว ทำให้ตัวตนของบุคคลที่เข้ามาในทะเบียนราษฎรสามารถมีฐานะเป็นบุคคลสัญชาติไทยได้เลย โดยไม่ต้องผ่านขบวนการคัดกรอง ซึ่งนี่เป็นอีกรูปแบบที่เป็นภัยต่อความมั่นคง เพราะการสร้างตัวตนเป็นคนไทยเพิ่มขึ้นในทันที ทำให้สถานะของบุคคลที่เกิดขึ้นมา หรือเด็กที่เกิดขึ้นมาณขณะนี้ กลายเป็นคนไทยโดยสมบูรณ์ ดังนั้นสิ่งที่เป็นข้อห้าม หรือข้อจำกัดต่างๆสำหรับชาวต่างชาตินั้นก็จะไม่มี และจะสามารถถือครองทรัพย์สิน ที่ดิน การเปิดบัญชีธนาคารหรือการกลายเป็นกรรมการในผู้ถือหุ้นบริษัทต่างๆแทนบิดามารดาที่เป็นคนคนต่างชาติได้เลยซึ่งตรงนี้เป็นจุดสำคัญที่มองว่านอกจากเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติแล้วยังเป็นภัยกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศด้วย



