
ปิดฉากการยื้อชีวิต… ลูกพะยูนน้อยระนอง จากไปอย่างสงบหลังเผชิญภาวะช็อก
รมว.ทส.แสดงความเสียใจ ลูกพะยูนเกยตื้นที่ระนอง เสียชีวิตลงแล้วด้วยภาวะช็อก ท้องอืดรุนแรง แม้ทีมสัตวแพทย์จะพยายามยื้อชีวิต กำชับเร่งชันสูตรหาสาเหตุ นำข้อมูลไปพัฒนาแผนอนุรักษ์ประชากรพะยูนไทย
หลังจาก พบลูกพะยูนเพศผู้ ความยาว 112 ซม. น้ำหนักตัว 25 กก. พลัดหลงเกยตื้น บริเวณชายหาดแหลมสน จังหวัดระนอง เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2569 ที่ผ่าน และชาวบ้านได้ให้การช่วยเหลือ
แม้ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่จะระดมกำลังช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง แต่สุดท้ายไม่สามารถยื้อชีวิตลูกพะยูนเพศผู้ที่พลัดหลงฝูงไว้ได้ ล่าสุดได้เสียชีวิตลงแล้ว
ขณะที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความเสียใจต่อการสูญเสียครั้งนี้ พร้อมกำชับให้เร่งชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิต เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการอนุรักษ์และช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากในอนาคต
ด้านดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ระบุอาการว่า บาดแผลแรกเริ่ม พบบาดแผลขนาดเล็กตามลำตัวและส่วนหัว คาดว่าเกิดจากการพลัดหลงและถูกกระแสน้ำพัดเกยตื้น ส่งต่อ ย้ายไปอนุบาลต่อที่ ศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร จังหวัดภูเก็ต
อาการและการตรวจรักษา (ตลอด 24 ชั่วโมง) จากการเฝ้าดูแลของทีมสัตวแพทย์และอาสาสมัคร พบความผิดปกติทางร่างกายหลายด้านเนื่องจากการขาดอาหารเป็นเวลานาน
• สภาพร่างกาย: ค่อนข้างผอม (Body condition score 2.5/5) และมีรอยช้ำข้างลำตัวจากการเกยตื้น
• ระบบภายใน: มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ และขาดน้ำรุนแรง
• ระบบทางเดินอาหาร : มีภาวะท้องอืดและแก๊สสะสมในทางเดินอาหารจำนวนมาก ซึ่งเป็นผลมาจากการไม่ได้กินอาหารเป็นเวลานาน
• สัญญาณชีพ : อัตราเต้นหัวใจ 80-100 ครั้ง/นาที, อัตราหายใจช่วงพัก 1-3 ครั้ง/5 นาที (ช่วงว่ายน้ำ 4-5 ครั้ง/5 นาที)
แม้ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่จะให้การรักษาอย่างเต็มความสามารถ แต่ลูกพะยูนเกิดภาวะช็อก ทีมสัตวแพทย์ได้เร่งปั๊มหัวใจและให้ยากระตุ้นเพื่อช่วยชีวิตอย่างสุดกำลัง แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะนี้กำลังดำเนินการชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด และนำผลที่ได้มาพัฒนาองค์ความรู้และแนวทางการช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของสัตว์ทะเลหายากที่ประสบเหตุในอนาคต ตลอดจนเดินหน้ามาตรการอนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรพะยูนของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง



