
แฉเดือด! อดีตผู้สมัคร สส. กร่าง ฉุนช่างภาพเช็กประวัติ บุกทำร้ายถึงห้องช่าง ขู่ร้องเรียนให้ตกงาน
"กันจอมพลัง" ช่างภาพสื่อดังจูงมือลูกบ้านแฉพฤติกรรม "อดีตผู้สมัคร สส." แอบอ้างชื่อ "อนุทิน" พอโดนฃฃจับโป๊ะได้ฉุนจัด ยกพวกบุกทำร้าย-ฉกแฟลชไดรฟ์หนี
6 ก.ค. 2569 กันจอมพลัง แถลงข่าวกรณีช่างภาพของสำนักข่าวช่องหนึ่งและลูกบ้านของคอนโดร้องเรียน ถูกกลุ่มนักการเมือง ทำร้ายร่างกายและคุกคามกลัวไม่ปลอดภัย แจ้งคามข้ามปี คดีไม่คืบหน้า พร้อมนำคลิปวงจรปิดขณะที่กลุ่มนักการเมือง หรือ สส.สอบตก บุกเข้าไปทำร้ายลูกบ้าน ภายในห้องช่าง ขณะที่ลูกบ้านกำลังเซฟกล้องวงจรปิด
คุณแฟร์ (สงวนชื่อจริง) อายุ 41 ปี ช่างภาพสำนักข่าวช่องหนึ่ง เล่าว่า เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว 2568 เกิดจากปัญหาคอนโดได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว จนลูกบ้านออกรายการช่องดัง และมีนายเต็มพิกัด นักการเมือง หรือ สส.สอบตก (ผู้ก่อเหตุ) ได้ยื่นมือเข้ามาช่วย ยอมรับว่าทำให้คอนโดได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว ทั้งเรื่องของน้ำและเรื่องไฟฟ้า โดยเฉพาะลิฟต์ใช้งานไม่ได้ แต่นักการเมืองคนนี้ช่วยให้ลูกบ้านได้มีน้ำ - ไฟฟ้าใช้ จนนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการนิติคอนโดขึ้นมาใหม่
แต่นักการเมืองรายนี้ถือสิทธิ์เข้ามาเกี่ยวข้องในคณะกรรม และทราบว่ามีการมาตั้งสำนักงานของตัวเองใต้คอนโด ซึ่งก็เข้าใจว่าน่าจะมาเช่า แล้วมองว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่ต่อมาก็เอาลูกบ้านในคอนโดไปช่วยงานอาสาในสำนักงานของนักการเมือง พร้อมกับมีการทำงานร่วมกันกับคณะคณะกรรมการคอนโด แต่ท้ายที่สุดไม่สามารถทำงานร่วมกันได้
อีกทั้งนักการเมืองทำให้ลูกบ้านเกิดการแตกแยกและแบ่งออกเป็นสองฝ่าย จากนั้นมีเหตุการณ์เกิดขึ้นในครั้งแรก โดยตนเองได้เปิดห้องนิติคอนโด แต่นักการเมืองท่านนี้กับไม่พอใจที่ตัวเองไปเปิดห้องนิติคอนโด จึงมีปัญหากันเกิดขึ้น ทั้งที่ตนก็เป็นคณะกรรมการคนหนึ่ง มีอำนาจในการเปิดห้องได้ตามปกติ พร้อมมีพยานลูกบ้านชี้ว่า มีอำนาจทำได้ แต่นักการเมืองนำเรื่องไปโพสต์ในกลุ่มต่อว่าทำแบบนั้นไม่ถูกต้อง จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่นักการเมืองไม่พอใจ
ต่อมานักการเมืองมีการส่งรูปภาพของตัวเองถ่ายรูปกับนายกรัฐมนตรี (อนุทิน ชาญวีรกูล) เข้าไปในกลุ่ม LINE คณะกรรมการ และอ้างตัวเองเป็นผู้ได้รับทาบทาม เป็นคณะทำงานของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ทันทีที่ตนเองทราบ ก็หวังว่าลูกบ้านจะเข้าใจผิด และด้วยสัญชาตญาณนักข่าว จึงตรวจเช็คให้ถี่ถ้วนว่า นักการเมืองคนนี้ เป็นคณะทำงานของนายกรัฐมนตรีหรือไม่ พร้อมมีลิ้งข่าวแปะ พบว่า เป็นข่าวปี 2562 ที่เคยทำงานร่วมกับนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันจริง แต่เป็นอดีตไปแล้ว เพราะที่เกิดเรื่อง ปี 68 เมื่อเช็กก็พบว่าเป็นการแอบอ้าง ทำให้นักการเมืองคนนี้ถูกเบรก ห้ามนำชื่อนายกรัฐมนตรีไปแอบอ้างนักการเมืองท่านนี้จึงไม่พอใจ
จนกระทั่ง 5 ตุลาคม 68 ขณะที่ตนเองเดินตรวจคอนโดตามปกติ ทางนักการเมืองปรี่เข้ามาหาเรื่อง และมีกลิ่นสุราเหม็นมาก ใช้คำพูดกลาง โดยบอกว่า "เฮ้ยไอแฟร์มึงมาเคลียร์กับกูหน่อยสิวะ มึงเช็คกูหรอ" และพูดถึงเรื่องที่ตนเองเช็คกับพรรคภูมิใจไทย ก่อนเกิดชุลมุน พร้อมพวกนักการเมือง 5-6 คน จนเรื่องบานปลาย และนักการเมืองก็ย้ำว่า จะแจ้งข้อหาหมิ่นประมาท
ประเด็นที่พูดคุยกันในกลุ่ม LINE ในขณะที่ตัวเองยุ่งกับงานข่าวในต่างจังหวัด แล้วตนเองได้ถ่ายรูปแจ้งว่าตัวเองทำงานที่ไหน แต่นักการเมืองกล่าวหาว่าตนเองถ่ายรูปอาวุธปืนข่มขู่เขาซึ่งไม่เป็นความจริง โดยเหตุการณ์ในจังหวะนี้ได้แยกย้ายกันไป แต่หลังจากนั้นด้วยความกังวลใจ ตนเองจึงเข้าไปเซฟกล้องวงจรปิดเพื่อเอาไว้เป็นหลักฐานในการป้องกันตัวเอง แต่นักการเมืองคนนี้กลับไม่พอใจยกพวกเข้ามา ที่ห้องทำงานของช่างซึ่งเป็นสถานที่เก็บเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิด พร้อมกับใช้ศีรษะโขกลูกบ้านจนล้มลง ขณะที่ตนเองก็เข้าไปป้องกันไม่ให้เขาทำร้ายซ้ำอีก แต่หลังจากแยกย้ายกันไปกลับพบว่าแฟลชไดรฟ์นั้นหายไป ซึ่งแฟลตไดรฟ์ดังกล่าวนั้นมีข้อมูลสำคัญทั้งข้อมูลบัตรประชาชนทะเบียนบ้าน และข้อมูลที่เกี่ยวกับสถานที่ทำงาน
ต่อมานักการเมืองก็ได้พยายามดิสเครดิตและคุกคามตัวเองในที่ทำงาน มีการเดินทางเข้าไปพบหัวหน้างาน หลังจากตนเองทราบว่า เขามีความพยายามที่จะร้องเรียนตนเองเพื่อให้ออกจากงานให้ได้ ตามเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่ตนเองทราบมาคือ กรณีที่เรียกคณะคณะกรรมการคนนึงไปด่าและพูดคำว่า "กูจะเอาไอ้แฟออกจากงานให้ได้ พร้อมอ้างว่ารู้จักผู้ใหญ่ในสถานีโทรทัศน์ที่ตนเองทำงานอยู่" แต่เคราะห์ดีที่หัวหน้างานฟังเหตุผลและไม่เล่นด้วย
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้มีการแจ้งความดำเนินคดี แต่ก็มีการรอคดีเป็นระยะเวลานานมาก นานจนเริ่มรู้สึกว่าจะไม่ได้รับความเป็น จึงร้องขอความช่วยเหลือจากคุณกันจอมพลัง



