
สกัดจับ เฮโรอีนซุกกาแฟ–ชาไทย เตรียมส่งไต้หวัน เร่งขยายผลคนบงการ
ป.ป.ส. สกัดจับ เฮโรอีนซุกกาแฟ–ชาไทย เตรียมส่งไต้หวัน ยึดของกลางกว่า 2.1 กิโลกรัม เร่งขยายผลสืบสาวถึงผู้บงการ-เครือข่ายข้ามชาติ
วันที่ 4 ก.ค.2569 เฟซบุ๊ก สำนักงาน ป.ป.ส. - ONCB เผยข่าว พันตำรวจตรีสุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยผลการปฏิบัติการว่า เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 12.00 น. เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ส. ได้เข้าตรวจสอบบริษัทรับส่งพัสดุเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นจุดเฝ้าระวังการลักลอบส่งยาเสพติดไปยังประเทศไต้หวัน ภายหลังได้รับข้อมูลข่าวสารว่ามีความเชื่อมโยงกับการส่งพัสดุต้องสงสัยไปยังปลายทางดังกล่าว
ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่พบหญิงผู้ต้องสงสัยนำพัสดุมาติดต่อส่งไปยังประเทศไต้หวัน โดยมีลักษณะท่าทางพิรุธ จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. และขอทำการตรวจสอบพัสดุ ผลการตรวจค้นพบกาแฟสำเร็จรูปและชาไทย ที่มีลักษณะการซุกซ่อนเช่นเดียวกับคดีตรวจยึดเฮโรอีนในพื้นที่ซอยรางน้ำที่ ป.ป.ส. ตรวจพบก่อนหน้านี้
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่า มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดเชียงราย และได้เดินทางจากจังหวัดเชียงรายมายังกรุงเทพมหานคร ก่อนนำพัสดุดังกล่าวมาส่งไปยังประเทศไต้หวัน โดยรับถุงกาแฟและชาไทยที่ซุกซ่อนเฮโรอีนมาจากพื้นที่จังหวัดเชียงราย พร้อมได้รับค่าจ้างเป็นเงินสดจำนวน 10,000 บาท เพื่อนำพัสดุมาส่ง
พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า “การตรวจยึดครั้งนี้มีรูปแบบการซุกซ่อนเช่นเดียวกับคดีตรวจยึดเฮโรอีนที่ซุกซ่อนในถุงกาแฟซึ่ง ป.ป.ส. ตรวจพบก่อนหน้านี้ จึงเชื่อได้ว่าอาจเป็นเครือข่ายเดียวกันหรือมีความเชื่อมโยงกัน โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบและขยายผลเชิงลึก นอกจากนี้ ยังสะท้อนให้เห็นว่าเครือข่ายค้ายาเสพติดยังคงพยายามใช้ประเทศไทยเป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดออกไปยังต่างประเทศ
โดยอาศัยการอำพรางในสินค้าอุปโภคบริโภคและใช้ระบบขนส่งพัสดุระหว่างประเทศเป็นช่องทางในการกระทำผิด แต่ด้วยการบูรณาการด้านการข่าว การสืบสวน และการเฝ้าระวังของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้สามารถสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดได้อย่างต่อเนื่อง
เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ ภายใต้นโยบาย “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล”
และสอดคล้องกับนโยบายของ พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่มุ่งบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานในการสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง ระหว่างทาง และปลายทาง ควบคู่กับการเร่งสืบสวนขยายผลถึงผู้บงการ เครือข่ายรายใหญ่ และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
พ.ต.ต.สุริยา ยืนยันว่า สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม จะเดินหน้าบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระวังการลักลอบส่งยาเสพติดผ่านระบบขนส่งระหว่างประเทศ ติดตามยึดทรัพย์สินของเครือข่ายค้ายาเสพติด และเร่งขยายผลจับกุมผู้สั่งการ ผู้ว่าจ้าง และผู้ร่วมขบวนการทุกราย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ไม่ปล่อยให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นเส้นทางผ่านของเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาคมระหว่างประเทศในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมขอเตือนประชาชนไม่รับฝากหรือรับจ้างส่งพัสดุไปต่างประเทศโดยไม่ทราบแหล่งที่มาหรือไม่ได้ตรวจสอบสิ่งของภายในอย่างละเอียด เพราะอาจตกเป็นเครื่องมือของเครือข่ายค้ายาเสพติดและต้องรับโทษตามกฎหมาย แม้อ้างว่าไม่รู้เห็นก็ตาม



