
พม. เผย "เด็ก 11 ขวบ" ขับกระบะชนพระมรณภาพ 10 รูป เป็นผู้ป่วยออทิสติก
พม. เผย "เด็ก 11 ขวบ" ขับกระบะชนพระมรณภาพ 10 รูป เป็นผู้ป่วยออทิสติก มีบัตรผู้พิการประเภท 7 วอนสังคมหยุดแชร์รูปซ้ำเติมโศกนาฏกรรม
จากกรณีอุบัติเหตุสะเทือนขวัญคนไทยทั้งประเทศ เมื่อเด็กชายวัย 11 ปี แอบนำรถกระบะของผู้ปกครองออกไปขับ ก่อนพุ่งชนขบวนพระธุดงค์อย่างรุนแรงในพื้นที่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ส่งผลให้มีพระสงฆ์มรณภาพถึง 10 รูป (หนึ่งในนั้นคืออดีตหมอลำดัง พ่อแท้ ๆ ของนักร้องอินดี้ ออย แสงศิลป์) และบาดเจ็บสาหัสอีก 12 รูป จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคมถึงการทำหน้าที่ของผู้ปกครองตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันนี้ (3 กรกฎาคม 2569) ความคืบหน้าในเรื่องนี้ นางเตือนใจ คงสมบัติ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะโฆษก พม. ได้ออกมาแถลงถึงแนวทางการดำเนินการและข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตัวเด็กชายวัย 11 ปีผู้ก่อเหตุ โดยระบุว่า เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นเด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ปี จึงเข้าข่ายต้องได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546
จากการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดของเจ้าหน้าที่เบื้องต้น พบข้อเท็จจริงสำคัญว่า: เด็กชายวัย 11 ปีรายนี้ ได้มีการจดทะเบียนคนพิการ กลุ่มความพิการประเภท 7 ซึ่งเป็น “บุคคลที่มีความบกพร่องทางออทิสติก”
จากการประชุมร่วมกันของทีมสหวิชาชีพในเบื้องต้น มีความเห็นตรงกันว่าเด็กจำเป็นต้องเข้ารับการคุ้มครองสวัสดิภาพอย่างเร่งด่วน โดยในเวลานี้เด็กได้อยู่ในความดูแลของทางกระทรวง พม. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะมีนักจิตวิทยาจากกรมสุขภาพจิตเข้าไปร่วมดูแลเยียวยาสภาพจิตใจอย่างใกล้ชิด
ส่วนในเรื่องของคดีความและกระบวนการยุติธรรม ทาง พม. จะทำหน้าที่ประสานงานอย่างตรงไปตรงมาเพื่อดูแลทั้งตัวเด็กตามกฎหมาย และเยียวยาผู้เสียหายทุกท่านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุวินาศกรรมในครั้งนี้
นอกจากนี้ รองปลัดกระทรวง พม. ยังได้ส่งข้อความแชร์ความห่วงใยและขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชน รวมถึงชาวเน็ตทุกคนบนโลกโซเชียล ให้หยุดเผยแพร่หรือแชร์ภาพถ่ายของเด็ก ผู้ปกครอง ครอบครัว รวมถึงภาพจากเหตุการณ์สลดดังกล่าว เพื่อไม่ให้เป็นการละเมิดสิทธิ์ของเด็กตามกฎหมาย และที่สำคัญที่สุดคือเพื่อไม่เป็นการตอกย้ำและซ้ำเติมความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของญาติผู้ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ หากมีความคืบหน้าทางคดีหรือแนวทางการเยียวยาคณะพระธุดงค์เพิ่มเติม ทางทีมข่าว คมชัดลึก จะรายงานให้ทราบต่อไป



