
อัปเดตอาการล่าสุด คณะพระธุดงค์ อสม. เฝ้าดูใกล้ชิด พระยังผวา
อัปเดตอาการล่าสุด "คณะพระธุดงค์" อสม. เฝ้าดูใกล้ชิด พระยังผวา ปม! เด็ก 11 ขวบ ตีนผีแอบขโมยรถพ่อซิ่งแหกโค้งกวาดขบวนธุดงค์ ทำพระมรณภาพ 8 รูป
จากประเด็นเกิดเหตุการณ์สุดสลดใจที่ทำเอาสะเทือนใจคนทั้งประเทศ เมื่อช่วงสายวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เกิดอุบัติเหตุสะเทือนขวัญ เด็กชายวัย11 ปี ขโมยรถยนต์พ่อพุ่งชนคณะพระภิกษุสงฆ์ สามเณร และญาติโยมที่กำลังเดินจาริกธุดงค์ ส่งผลให้มีพระภิกษุมรณภาพและได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก บริเวณถนนสายหลัก เส้นมุกดาหาร-ดอนตาล (ฝั่งขาเข้าเมือง) ช่วงก่อนถึงทางเข้าห้วยสิงห์ พื้นที่บ้านนาสีนวล อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร
ทางด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัย แพทย์ และพยาบาล เร่งระดมกำลังเข้าพื้นที่ให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยในที่เกิดเหตุพบพระภิกษุสงฆ์มรณภาพทันที 5 รูป และต่อมามีพระสงฆ์มรณภาพเพิ่มที่โรงพยาบาลอีก 3 รูป ยอดพระมรณภาพล่าสุดพุ่งสูงถึง 8 รูป และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก ซึ่งทางโรงพยาบาลมุกดาหารต้องประกาศขอรับบริจาคเลือดอย่างเร่งด่วนเพื่อช่วยชีวิตพระสงฆ์ที่บาดเจ็บสาหัส มีรายงานเพิ่มเติมว่า คณะพระธุดงค์ดังกล่าวเพิ่งจะออกเดินทางจาริกธุดงค์ธรรมยาตรามาจากวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ เพื่อมุ่งหน้าไปยังอำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี ก่อนจะมาประสบอุบัติเหตุสะเทือนขวัญในครั้งนี้
ล่าสุด สำหรับคณะพระธุดงค์ที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจำนวน 15 รูป เบื้องต้นทางวัดได้ประสานนำรถไปรับกลับมาพำนักชั่วคราวเพื่อรักษาตัว ณ วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ อำเภอเมืองมุกดาหาร โดยได้รับความเมตตาจาก พระวิฑูรวชิรโมลี รองเจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร และเจ้าอาวาสวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ เข้ามาอำนวยการและให้การดูแลอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ พระภิกษุสงฆ์ทุกรูปยังคงอยู่ในอาการตกใจและเสียขวัญกับเหตุการณ์สลดที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา ทางวัดจึงได้ประสานงานร่วมกับกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ให้เข้ามาช่วยเฝ้าดูอาการ พูดคุยเยียวยาจิตใจอย่างใกล้ชิด รวมถึงเร่งประสานงานเกี่ยวกับเอกสารของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทั้งหมด โดยจะให้คณะพระสงฆ์ได้พักฟื้นจนกว่าสภาพจิตใจและร่างกายจะพร้อมดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
ในส่วนของเด็กชายวัย 11 ปี ผู้ก่อเหตุ ขณะนี้อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร ซึ่งยังอยู่ในอาการช็อกและยังไม่สามารถให้การใด ๆ ได้ โดยเจ้าหน้าที่จะร่วมกับสหวิชาชีพและเรียกผู้ปกครองเข้ามาสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



