
ดีเอสไอ เผยศาลออกหมายจับ ‘อนันต์ อัศวโภคิน’ เซ่นคดีฟอกเงินโยงธรรมกาย
ดีเอสไอเผย ศาลออกหมายจับ ‘อนันต์ อัศวโภคิน’ เซ่นคดีฟอกเงินโยงธรรมกาย หลังเบี้ยวนัดฟ้องอ้างป่วยหนัก คาดบินหนีออกนอกประเทศไปแล้ว
ดีเอส เผย ศาลออกหมายจับ“อนันต์ อัศวโภคิน” เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง เซ่นคดีฟอกเงินเชื่อมโยงวัดพระธรรมกาย-ยักยอกคลองจั่น ตั้งแต่มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา หลังเบี้ยวนัดอัยการอ้างป่วยหนัก ด้านพนักงานสอบสวนคาดบินหนีออกนอกประเทศไปแล้ว เร่งพลิกแผ่นดินลากตัวดำเนินคดี ขณะที่แพทย์เผยอาการป่วยขั้นวิกฤต "ไตวายระยะสุดท้าย-ภาวะสลัดไต" เสี่ยงเสียชีวิตได้ตลอดเวลา
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีสำคัญระดับประเทศ จากกรณีที่อัยการสูงสุด (อสส.) มีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้อง นายอนันต์ อัศวโภคิน อดีตผู้บริหารและเจ้าของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของเมืองไทย ในข้อหา “สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุได้มีการสมคบกัน” ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ตามความเห็นแย้งของอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินจากการซื้อขายที่ดินต่อเชื่อมโยงคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น
ล่าสุด มีรายงานข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขออนุมัติออกหมายจับนายอนันต์ เนื่องจากไม่สามารถนำตัวส่งฟ้องคดีได้ตามที่พนักงานอัยการนัดหมาย โดยศาลได้อนุมัติออกหมายจับเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ทั้งนี้จากการสืบสวนและติตามตัว คาดว่าปัจจุบัน นายอนันต์ ไม่ได้พำนักอยู่ในประเทศไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งแกะรอยติดตามจับกุมอย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกัน นายเขษมศักดิ์ กันภัย ทนายความ ในฐานะตัวแทนผู้เสียหายคดีฟอกเงิน ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เพื่อขอให้เร่งรัดพิจารณาดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดในคดีฟอกเงินกับวัดพระธรรมกาย และพระเทพญาณมหามุนี (ธัมมชโย) พร้อมพวก ซึ่งเกี่ยวข้องกับสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษที่ 10/2560 ในกรณีดังกล่าว เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับผู้เสียหาย
เปิดไทม์ไลน์ "เจ้าสัวอนันต์" เบี้ยวนัดอัยการ 3 รอบรวด ก่อนเจอหมายจับ
สำหรับเบื้องหลังการออกหมายจับในครั้งนี้ สืบเนื่องจากสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 ได้นัดหมายนายอนันต์ เพื่อนำตัวส่งฟ้องศาลครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2567 แต่นายอนันต์ไม่ได้เดินทางมาตามนัด โดยส่งทนายความยื่นคำร้องขอเลื่อนส่งตัว พร้อมแสดงใบรับรองแพทย์อ้างเหตุผลเรื่องอาการเจ็บป่วยอย่างรุนแรง ซึ่งอัยการได้อนุญาตให้เลื่อนไปเป็นวันที่ 24 พฤษภาคม 2567 และเลื่อนอีกครั้งเป็นวันที่ 24 มิถุนายน 2567 ซึ่งผู้ต้องหาก็ยังคงใช้เหตุผลอาการป่วยขั้นวิกฤตเช่นเดิม จนกระทั่งเมื่อครบกำหนดนัดส่งฟ้องต่อศาล นายอนันต์ก็ยังไม่ปรากฏตัว นำไปสู่การออกหมายจับเด็ดขาดในเวลาต่อมา
เจาะข้อมูลใบรับรองแพทย์ อาการป่วยขั้นวิกฤต
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องอาการป่วย คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษกองคดีฟอกเงินทางอาญา ได้เชิญแพทย์หญิงผู้ทำการรักษามาให้ถ้อยคำชี้แจงอย่างละเอียด โดยพบว่า นายอนันต์ ป่วยด้วยโรคเรื้อรังร้ายแรงจริง โดยมีภาวะ "ไตวายระยะสุดท้ายอย่างถาวร"
ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายเปลี่ยนไตที่ประเทศออสเตรเลีย แต่กลับเกิดความเสียหายรุนแรงที่เรียกว่า "ภาวะสลัดไต" จนไตไม่สามารถทำงานได้ ทำให้ต้องกลับมารับการฟอกเลือดล้างไตสัปดาห์ละ 1 ครั้งไปตลอดชีวิตจนกว่าจะสามารถผ่าตัดเปลี่ยนไตครั้งที่ 2 ได้
นอกจากนี้ แพทย์หญิงผู้รักษายังให้การระบุอีกว่า ปัจจุบันยังไม่สามารถผ่าตัดเปลี่ยนไตใหม่ได้ เนื่องจากร่างกายคนไข้มีภาวะแทรกซ้อนที่อวัยวะสำคัญ ประกอบด้วย
- ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน
- ภาวะเลือดออกในสมอง
- ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายบกพร่องอย่างรุนแรง
ส่งผลให้คนไข้อยู่ในภาวะวิกฤต มีความเสี่ยงสูงที่จะเสียชีวิตได้ตลอดเวลา และจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลรักษาของแพทย์เฉพาะทาง พร้อมด้วยอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัยในสถานที่ปลอดเชื้ออย่างเข้มงวด ไม่ควรเคลื่อนย้ายออกจากสถานพยาบาลเด็ดขาดเพราะอาจติดเชื้อจนถึงแก่ชีวิตได้
บทสรุปของคดีมหากาพย์ฟอกเงินวัดพระธรรมกายครั้งนี้จะเป็นอย่างไร และดีเอสไอจะสามารถตามแกะรอยนำตัวเจ้าพ่ออสังหาฯ รายนี้กลับมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้หรือไม่ "คมชัดลึกออนไลน์" จะเกาะติดสถานการณ์และรายงานให้ทราบอย่างต่อเนื่อง!



