
ระทึกชายแดนสระแก้ว พบลูกระเบิดขว้าง ซุกหน้าจุดตรวจตาพระยา
ระทึกชายแดนสระแก้ว เจ้าหน้าที่สนธิกำลังกู้ระเบิดขว้างสังหารโผล่หน้าจุดตรวจตาพระยา EOD ตชด.12 ตัดสินใจทำลาย ไร้ผู้บาดเจ็บ
26 มิ.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนร่วมกับชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 12 เข้าปฏิบัติภารกิจตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยบริเวณหน้าจุดตรวจชายแดนในพื้นที่อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว หลังได้รับแจ้งพบวัตถุคล้ายระเบิด ก่อนยืนยันว่าเป็น ลูกระเบิดขว้างสังหาร จำนวน 1 ลูก และสามารถเก็บกู้พร้อมทำลายได้สำเร็จตามหลักยุทธวิธี ทำให้พื้นที่กลับมาปลอดภัยโดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหาย
โดยเมื่อเวลา 11.00–11.45 น. ภายใต้การอำนวยการของ ว่าที่ พ.ต.ต.ชวิศศา บุญมี ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 126 และผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 4 (ชค.ตชด.12) สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติภารกิจพิสูจน์ทราบและทำลายวัตถุระเบิด หลังตรวจพบวัตถุต้องสงสัยบริเวณหน้าจุดตรวจปฏิบัติการที่ 25 บ้านเขาลูกช้าง หมู่ที่ 14 ตำบลตาพระยา อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว
การปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ ส.ต.ต.ปานบุญ สียุทธ ทำหน้าที่หัวหน้าชุด พร้อมกำลังพลจาก ร้อย ฉก.ตชด.4 จำนวน 2 นาย ทำหน้าที่อำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัย และกันพื้นที่โดยรอบ เพื่อให้การปฏิบัติงานของชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเป็นไปอย่างปลอดภัยสูงสุด
ขณะเดียวกัน ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) กก.ตชด.12 นำโดย ร.ต.อ.ยงยุทธ โชติชนะเสรี รองสารวัตร (กลุ่มงานเก็บกู้วัตถุระเบิด) พร้อมกำลังพลรวม 4 นาย ได้เข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยอย่างละเอียดตามขั้นตอนมาตรฐาน โดยใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากพื้นที่ชายแดนยังคงมีความเสี่ยงจากวัตถุระเบิดและเครื่องกระสุนที่อาจตกค้างจากเหตุการณ์ในอดีต
ผลการพิสูจน์ทราบพบว่า วัตถุดังกล่าวเป็น ลูกระเบิดขว้างสังหาร จำนวน 1 ลูก ซึ่งยังคงมีอันตรายหากมีการเคลื่อนย้ายหรือสัมผัสโดยไม่มีความเชี่ยวชาญ เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจดำเนินการเก็บกู้และทำลาย ณ จุดตรวจพบ ตามหลักวิชาการและมาตรการความปลอดภัย จนสามารถทำลายวัตถุระเบิดได้สำเร็จโดยไม่เกิดเหตุแทรกซ้อน
จากการปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ พื้นที่บริเวณหน้าจุดตรวจปฏิบัติการที่ 25 ได้รับการเคลียร์ให้กลับมามีความปลอดภัย สามารถใช้งานได้ตามปกติ โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และไม่เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการหรือประชาชน
ทั้งนี้ หน่วยงานด้านความมั่นคงยังคงเน้นย้ำการเฝ้าระวังพื้นที่แนวชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่เคยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบหรือพื้นที่ซึ่งอาจมีวัตถุระเบิดและเครื่องกระสุนตกค้าง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน เจ้าหน้าที่ และผู้ที่สัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือประชาชน หากพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิด กระสุน หรือวัตถุแปลกปลอมในพื้นที่ ห้ามจับต้อง เคลื่อนย้าย หรือพยายามตรวจสอบด้วยตนเอง ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร หรือฝ่ายปกครองในพื้นที่ทันที เพื่อให้ชุด EOD เข้าดำเนินการตรวจสอบและเก็บกู้อย่างถูกต้องตามหลักความปลอดภัย ลดความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน



