
มนุษย์ลุงหัวร้อน ท้าประธานชุมชนต่อย ไม่พอใจถูกเพื่อนบ้านร้องเรียน
มนุษย์ลุงหัวร้อน ด่านายกเทศบาล ท้าประธานชุมชนต่อย หลังไม่พอใจ ถูกเพื่อนบ้านร้องเรียน ปมปลูกต้นไม้รุกล้ำ เผย วีรกรรมแสบ
วันที่ 18 มิ.ย.69 เมื่อเวลา 11.30 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเหตุชุลมุน ที่หน้าบ้านพักหนึ่งในหมู่บ้านเยาวพรรณ หมู่ 1 ต.บางกร่าง อ.เมือง จ.นนทบุรี ว่าชายเจ้าของบ้านรายหนึ่งเกิดความไม่พอใจประธานชุมชนหลังถูกเพื่อนบ้านร้องเรียนเรื่องปลูกต้นไม้ยื่นล้ำเข้าไปในรั้วเพื่อนจนทำให้ต้นไม้ไปเกยหลังคาจนแตกหัก จึงได้แจ้งให้ทางเทศบาลมาทำการตรวจสอบ สร้างความไม่พอใจให้กับชายคนดังกล่าวเป็นอย่างมาก จนเกิดการโต้เถียงกับนายกเทศบาลบางศรีเมืองและเจ้าหน้า หน้าที่เทศบาลที่ลงมาทำความสะอาด ก่อนจะท้าต่อยประธานกลางวงเจรจา
จากการสอบถามนาย ณรม พิมล อายุ 88 ปี เพื่อนบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน เปิดเผยว่า ตนได้รับความเดือดร้อนจากเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันมานานหลายปีแล้ว ก่อนหน้านี้ก็เคยเป็นเพื่อนบ้านที่สนิมสนมกัน แต่มาในตอนหลังเขาก็เริ่มเปลี่ยนไปไม่สุงสิงกันเพราะตนเคยไปบอกกับเขาว่าต้นไม้ที่ปลูกติดกับกำแพงบ้านมันรุกล้ำเข้ามาเกยหลังคาบ้านตนแล้ว แต่เขาก็ไม่สนใจแก้ไขอะไรให้กับตน แถมยังท้าทายให้ตนไปฟ้องร้องเอา ตนจึงทำเรื่องร้องเรียนไปขอความช่วยเหลือกับทางเทศบาลให้ลงพื้นที่มาตรวจสอบในวันนี้ โดยก่อนหน้านี้เมื่อปีที่แล้วตนก็เคยถูกทางเพื่อนบ้านรายนี้นำเอาถุงใส่อุจจาระขว้างใส่บ้านมาแล้วครั้งหนึ่ง
นายสุกมล วังกระพงษ์ ประธานชุมชน กล่าวว่า ปัจจุบันเจ้าของบ้านหลังที่มีปัญหารายนี้อาศัยอยู่เพียงลำพังคนเดียว เพราะเขาชอบมีปากเสียงกับภรรยากับลูก จนต้องย้ายหนีกันออกไป ทำให้เหลือเขาเพียงลำพังคนเดียว ซึ่งเขาก็ยังคงมีปัญหากับคนในซอยในหมู่บ้านไปทั่ว จนถึงขั้นมาท้าต่อยกับตนในวันนี้อีก ก่อนหน้านี้เขาก็เคยก่อเหตุทุบรถยนต์ที่มาจอดฝั่งตรงข้ามหน้าบ้านมรแล้วครั้งหนึ่ง
นายบุญสืบ ตรีพุทธ อายุ 78 รองประธานชุมชนกล่าวว่า เป็นเพราะปลูกต้นไม้ยื่นล้ำไปเกยหลังคาเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน จนทำให้หลังคาแตกได้รับเสียหาย พอไปพูดคุยเจรจาให้เขาตัดต้นไม้ทึ่ยื่นรุกล้ำไปในพื้นที่คนอื่นออก เขาก็แสดงความไม่พอใจท้าทายให้ไปเอากฎหมายมาดู โดยเขาไม่ยินยอมตัดต้นไม้ที่ยื่นรุกล้ำออกให้ ทางตนจึงได้แจ้งให้ทางเทศบาลลงพื้นที่มาตรวจสอบเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน แต่ไม่ได้รับความร่วมมือจากทางเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว
จึงได้พยายามเจรจาพูดคุยเพื่อขอความร่วมมือ แต่กลับถูกต่อว่าด้วยถัอยคำรุนแรงแสดงความพอใจใส่ตนกับเจ้าหน้าที่ที่ลงพื้นที่มาตรวจสอบตามเรื่องร้องเรียน แต่ไม่ได้รับความร่วมมือใดๆจากทางเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวเลย ก่อนที่เข้าจะขับรถออกไป ทางเทศบาลจึงได้ทำการเก็บเศษวัสดุและขยะที่อุดตันทางระบายน้ำหน้าบ้านของเขาออก พร้อมกับแนะนำใหัทางเจ้าของบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนเดินทางไปเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเพื่อนบ้านรายนี้แทน เนื่องจากทางเทศบาลไม่มีอำนาจเข้าไปจัดการต้นไม้ที่ปลูกในบ้านของเขาได้



