
ช็อก! "ส.ต.ท." ลั่นไกจบชีวิต คาป้อมตำรวจ แยกปทุมวิไล แฟนสาว เผยปมเหตุ
ช็อก! "ส.ต.ท." ลั่นไกจบชีวิต คาป้อมตำรวจ แยกปทุมวิไล แฟนสาว เผยปมเหตุ ด้าน เพื่อนร่วมงาน ระบุ ผู้ตายเป็นคนร่าเริง ยิ้มแย้ม
16 มิ.ย. 2569 เมื่อเวลา 06.30 น. พ.ต.ท.ชัยพัฒน์ รอดอารีย์ สารวัตร(สอบสวน)สภ.เมืองปทุมธานี รับแจ้งเหตุมีเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธปืนยิงตนเองเสียชีวิต ภายในตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจร แยกปทุมวิไล ตำบลบางปรอก อำเภอเมืองฯ จังหวัดปทุมธานี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี, พ.ต.ท.เกษม ศรีจันทร์อินทร์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองปทุมธานี, เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน, เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน, แพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุเป็นตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจร พบเครื่องปรับอากาศด้านในเปิดใช้งานอยู่ บริเวณด้านหน้ามีรถจักรยานยนต์สายตรวจของงานจราจรจอดอยู่ 1 คัน ส่วนประตูอะลูมิเนียมกระจกถูกล็อกไว้จากด้านใน เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบพบร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อ ส.ต.ท.ภควัต (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ตำแหน่ง ผบ.หมู่(จร.)สภ.เมืองปทุมธานี นั่งพิงโซฟา มือขวากำอาวุธปืนขนาด 9 มม. ยี่ห้อซิกซาวเออร์ ไว้แน่น บริเวณศีรษะมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่ขมับซ้ายทะลุขมับขวา คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วกว่า 6 ชั่วโมง
สอบถาม ส.ต.อ.ณัฐพล ผบ.หมู่ (จร.) สภ.เมืองปทุมธานี ผู้พบศพคนแรก เปิดเผยว่า ทุกวันเวลา 06.00 น. จะมีการปล่อยแถวตำรวจจราจรเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกปฏิบัติหน้าที่บริเวณสถานีบริการน้ำมัน ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ แต่เช้าวันนี้ผู้เสียชีวิตไม่ได้เข้าร่วมปล่อยแถว ประกอบกับเห็นรถจักรยานยนต์ของผู้ตายจอดอยู่ จึงขี่รถมาตรวจสอบ เมื่อมาถึงพบว่าห้องถูกล็อกและเครื่องปรับอากาศเปิดอยู่ จึงส่องดูกระจกด้านข้างเห็นท่านอนของผู้ตายผิดสังเกต จึงตัดสินใจพังประตูเข้าไปและพบว่าผู้ตายใช้อาวุธปืนยิงตนเองเสียชีวิตแล้ว ทั้งนี้ ปกติตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจรดังกล่าวจะมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้าเวรเป็นประจำ ส่วนอุปนิสัยของผู้ตายเป็นคนร่าเริง ยิ้มแย้ม และเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงาน
ด้าน พ.ต.อ.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี เปิดเผยว่า ส.ต.ท.ภควัต เดิมสังกัดอยู่ชุดควบคุมฝูงชน ภ.จว.ปทุมธานี ก่อนมาช่วยราชการทำหน้าที่ตำรวจจราจร และเพิ่งย้ายขาดมาสังกัด สภ.เมืองปทุมธานี เมื่อปีที่ผ่านมา โดยส่วนตัวเป็นคนขยันขันแข็ง มักไปอำนวยความสะดวกด้านการจราจรที่หน้าโรงเรียนปทุมวิไลเป็นประจำ เบื้องต้นยังไม่ทราบแรงจูงใจที่แน่ชัด อยู่ระหว่างรอสอบปากคำญาติและแฟนสาวที่เพิ่งคบหากันได้ประมาณ 1 ปี อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงเย็นวานนี้ผู้ตายยังคงมาเข้าเวรปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ
เวลาต่อมา น.ส.ชลพิชา (สงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี แฟนสาวของผู้ตาย ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ พร้อมให้ข้อมูลว่า แฟนหนุ่มออกจากแฟลตพักข้าราชการตำรวจตั้งแต่เวลา 22.00 น. เพื่อมาปฏิบัติหน้าที่ จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย กระทั่งช่วงเวลา 00.01 - 02.00 น. ตนได้ออกตามหาแต่ก็ไม่พบตัว ส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดจากปัญหาหนี้สิน อีกทั้งยังพยายามพูดคุยเคลียร์ปัญหากับพ่อแม่แต่ไม่ลงตัว จึงอาจทำให้เกิดความเครียดจนคิดสั้นก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้แฟนหนุ่มเคยมีความคิดที่จะทำร้ายตนเองมาแล้วหลายครั้ง



