ข่าว

ล่า "แม่ทีมซ้อโรส" ลวงไทยค้ามนุษย์กัมพูชา ฟันรายได้เดือนละ 10 ล้าน

ล่า "แม่ทีมซ้อโรส" ลวงไทยค้ามนุษย์กัมพูชา ฟันรายได้เดือนละ 10 ล้าน

10 มิ.ย. 2569

รวบ "แม่ทีมคนสำคัญ" แก๊งซ้อโรส ร่วมมือหลอกคนไทยรายได้น้อยข้ามแดนเขมร อ้างงานสบายเงินหนา แต่พอไปถึงกลับกักขัง บังคับทำสแกมเมอร์ ใครปฏิเสธหรือยอดไม่ถึงเป้าเจอทุบตี-ทารุณกรรม รายได้เดือนละ 7-12 ล้าน

10 มิ.ย. 2569 พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม. สั่งการให้ พ.ต.อ.ก่อเกียรติ วุฒิจำนงค์ ผกก.1 บก.ปคม. พ.ต.ต.พศวัต ศรีสุขโข สว.กก.1 บก.ปคม. นำกำลังเข้าจับกุม น.ส.สุดารัตน์ สามารถจับกุมตัวภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านลาดพร้าว แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

 

 

 

ทั้งนี้ทราบว่าเมื่อช่วงปลายเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่าย "ซ้อโรส" พร้อมผู้ร่วมขบวนการรวม 5 ราย หลังพบพฤติการณ์หลอกลวงคนไทยผู้มีรายได้น้อยให้เดินทางไปทำงานที่ประเทศกัมพูชา ด้วยข้อเสนอรายได้สูง งานสบาย และมีสวัสดิการฟรี

 

ล่า "แม่ทีมซ้อโรส" ลวงไทยค้ามนุษย์กัมพูชา ฟันรายได้เดือนละ 10 ล้าน

 

เมื่อผู้เสียหายเดินทางไปถึงกลับถูกนำตัวไปกักขังภายในสแกมคอมพาวด์ และถูกบังคับให้ทำงานหลอกลวงในรูปแบบโรแมนซ์สแกม หรือ ชักชวนเหยื่อลงทุนผ่านเว็บไซต์ปลอม หากไม่สามารถทำยอดได้ตามเป้าหมาย จะถูกทำร้ายร่างกายด้วยการช็อตไฟฟ้าและทุบตี 

 

 

โดยเครือข่ายดังกล่าวมีรายได้จากการกระทำผิดสูงถึง 7-12 ล้านบาทต่อเดือน จากการสืบสวนเจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องในเครือข่ายดังกล่าวรวม 8 ราย และสามารถติดตามจับกุมไปได้แล้ว 6 ราย 

 

ล่า "แม่ทีมซ้อโรส" ลวงไทยค้ามนุษย์กัมพูชา ฟันรายได้เดือนละ 10 ล้าน

กระทั่งสามารถตามจับกุม น.ส.สุดารัตน์ ผู้ต้องหารายสำคัญของขบวนการได้เพิ่มเติม จากการสืบสวนพบว่า น.ส.สุดารัตน์ เป็นแม่ทีมแก๊งสแกมเมอร์ และเป็นผู้ต้องหารายที่ 6 จากทั้งหมด 8 ราย ที่ร่วมขบวนการหลอกคนไทยข้ามแดนไปกักขังและบังคับทำงานในพื้นที่จังหวัดตะโบงคมุม ประเทศกัมพูชา 

 

 

อีกทั้งยังเป็นมือทำงานคนสำคัญของนายกิตติกร หรือ "ซ้อโรส" หัวหน้าแก๊งสแกมเมอร์ชาวไทย โดยมีบทบาทควบคุมดูแลทีมงานภายในออฟฟิศสแกมเมอร์ ภายหลังเครือข่ายถูกเจ้าหน้าที่กวาดล้าง น.ส.สุดารัตน์ ได้หลบหนีกลับเข้ามาในประเทศไทย ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสืบทราบแหล่งกบดานและรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลเข้าตรวจค้น จนนำไปสู่การจับกุมตัวได้ในที่สุด จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคม. ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งติดตามตัวผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีก 2 ราย มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

เบื้องต้นแจ้งข้อหา ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และร่วมกันกระทำความผิดร้ายแรงเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ทางการเงิน โดยความผิดที่กระทำในเขตแดนของรัฐมากกว่าหนึ่งรัฐ และร่วมกันค้ามนุษย์ตั้งแต่สามคนขึ้นไปโดยสมาชิกองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ