ข่าว

อัยการ-ตร.นนฯ กำชับข้อตกลงส่งสำนวนก่อนครบขังไม่น้อย 12 วัน

อัยการ-ตร.นนฯ กำชับข้อตกลงส่งสำนวนก่อนครบขังไม่น้อย 12 วัน

30 พ.ค. 2569

อัยการ-ตำรวจ เมืองนนฯ ประชุมร่วมกำชับข้อตกลงส่งสำนวนก่อนครบฝากขังอย่างน้อย 12 วัน ป้องกันผู้ต้องหาหลุดขัง นำเเนวปฏิบัติ อสส.อัยการเรียกสอบพยานเอง ลดภาระสั่งสอบเพิ่มเติม

30 พ.ค.2569  ที่ห้องประชุมงามวงศ์วาน ชั้น 3 อาคารศาลากลางจังหวัดนนทบุรี ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานการประชุมหารือข้อราชการ และแสวงหาความร่วมมือ ระหว่างสำนักงานอัยการสูงสุดและตำรวจ จังหวัดนนทบุรี  โดยมี นางสาวอัจฉรา ศรีฉ่ำ อัยการจังหวัดนนทบุรี ,นายเทพประทานพร ทองคลัง อัยการจังหวัดคดีศาลแขวงนนทบุรี พร้อมคณะ ได้เข้าร่วมประชุม ร่วมกับ ทางฝ่ายตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี มี พลตำรวจตรีเดชรพี คงดี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี พร้อมผู้กำกับการ ในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี เข้าร่วมประชุม  เมื่อวันที่ 29  พ.ค.ที่ผ่านมา

 

โดยสำนักงานอัยการในจังหวัดนนทบุรี มีวาระสำคัญเร่งด่วน ได้แก่  การขอความร่วมมือ ให้ผู้บังคับการ และผู้กำกับการ ดำเนินการเร่งรัดให้พนักงานสอบสวน ในสังกัด ส่งสำนวนการสอบสวนคดีอาญา ให้กับ สำนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรีและสำนักงานอัยการคดีศาลแขวงนนทบุรีโดยเร็ว โดยให้เหลือระยะเวลา ให้พนักงานอัยการ สามารถตรวจสอบความเรียบร้อยในสำนวน อย่างน้อยจำนวน 1 ฝาก ซึ่งก็คือระยะเวลาไม่น้อยกว่า 12 วัน 
 

อัยการ-ตร.นนฯ กำชับข้อตกลงส่งสำนวนก่อนครบขังไม่น้อย 12 วัน

 

อันเป็นไปตามข้อตกลงระหว่างสำนักงานอัยการสูงสุดกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากการตรวจสอบพบว่าในห้วงระยะเวลาที่ผ่านมาพนักงานสอบสวน ส่งสำนวนคดีล่าช้า บางสำนวนคดี พนักงานสอบสวนส่งสำนวนคดีอาญาใกล้ครบกำหนดฝากขังครั้งสุดท้ายจำนวน 1 วันหรือ 2 วัน 

 

หรือบางสำนวนครบกำหนดฝากขังไปแล้วบ้าง เป็นเหตุให้ต้องติดตามตัวผู้ต้องหามาฟ้องคดี ไม่ทันการณ์ หรือทันท่วงที 

 

โดยที่ผ่านมา ทางสำนักงาน อัยการ จังหวัดนนทบุรีก็ดี สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงนนทบุรีก็ดี ได้ใช้ดุลพินิจ รับสำนวนจากพนักงานสอบสวนมาทำการพิจารณาไว้ก่อน เพื่อมิให้เกิดความเสียหายกับทางราชการ 

ทั้งนี้ หากพนักงานสอบสวนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการรวบรวมพยานหลักฐาน ในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือคดีฟอกเงินที่มีความยุ่งยากซับซ้อนทางสำนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี และสำนักงานอัยการคดีศาลแขวงนนทบุรี มีความยินดีที่ให้คำปรึกษา เกี่ยวกับ สำนวนคดีลักษณะดังกล่าว เพื่อให้พนักงานสอบสวนสามารถรวบรวมพยานหลักฐาน ได้ครบถ้วนสมบูรณ์ โดยพนักงานอัยการ ไม่จำต้องสั่งให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนเพิ่มเติม อันเป็นการยุ่งยากและเพิ่ม ภาระงาน ของพนักงาน สอบสวน 

 

นอกจากนี้ ทางสำนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี และสำนักงานอัยการแขวงนนทบุรีได้ขอความร่วมมือ ให้ผู้บังคับการและผู้กำกับการ ช่วยดำเนินการเร่งรัดให้พนักงานสอบสวน ดำเนินการส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติม ให้กับพนักงานอัยการโดยเร็วเพื่อไม่ให้เกิดภาระสำนวนค้าง อันทำให้เกิดความล่าช้าในกระบวนการยุติธรรม 

 

โดยอัยการสูงสุดได้มอบนโยบายให้พนักงานอัยการ สามารถเรียกผู้เสียหาย หรือพยานบุคคล มาซักถามข้อเท็จจริง ในคดีได้เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงในทางคดีครบถ้วนชัดเจน และนำข้อเท็จจริงดังกล่าวไปใช้ในการสืบพยานในชั้นศาล โดยการซักถามพยาน ของพนักงานอัยการในชั้นสอบสวนจะช่วยลดภาระงานของพนักงานสอบสวนในการสอบสวนเพิ่มเติม อันทำให้คดีเป็นไปด้วยรวดเร็วไม่ล่าช้า 

 

ทั้งนี้ในระหว่างร่วมปรึกษาหารือ  นายเชษฐา ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธานในที่ประชุมได้ให้ความเห็นกับที่ประชุมว่า การประชุมระหว่าง สองหน่วยงาน ซึ่งเป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในกระบวนการยุติธรรม เป็นเรื่องที่ดี ที่จะได้หารือการปฏิบัติร่วมกัน และควรกำหนดแนวทางในการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างกลไก สร้างความเข้าใจในการทำงานของแต่ละองค์กร 

 

ทั้งนี้อาจมีการตั้งกลุ่มไลน์ของอัยการและตำรวจ เพื่อดำเนินการสื่อสารกันได้ง่ายขึ้น เพื่อทำให้ปัญหาข้อขัดข้อง ในการทำงานลดน้อยลง 

 

ทั้งนี้บรรยากาศในการปรึกษาหารือข้อราชการ ระหว่างทั้งสองหน่วยงาน เป็นไปด้วยดี เปี่ยมด้วย ไมตรีจิตในการปฏิบัติงาน ของหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการอำนวยความยุติธรรม ของประชาชน 

 

โดยที่ประชุมมีมติร่วมกันว่าจะมีการจัดประชุมครั้งต่อไป เพื่อพัฒนางาน ด้านกระบวนการยุติธรรมให้เรียบร้อยลุล่วงยิ่งๆขึ้นไป