ข่าว

หนุ่มจีนแฉคดีดัง ถูกสาวสองลวงตบทรัพย์ ยันไม่ได้กรีดหน้า

หนุ่มจีนแฉคดีดัง ถูกสาวสองลวงตบทรัพย์ ยันไม่ได้กรีดหน้า

28 พ.ค. 2569

เปิดใจ หนุ่มจีน ยันตกเป็นเหยื่อ "แก๊งสาวสองตบทรัพย์พัทยา" อ้างโปรไฟล์หญิงแท้ พอถึงห้องพาพวกบุก ทุบข้าวของพังยับ ย้ำถือเศษแก้วแค่ป้องตัว สุดช้ำโทร

กรณีก่อนหน้านี้มีการนำเสนอข่าว หนุ่มจีนและสาวสอง ทะเลาะวิวาททำร้ายกัน ภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง ในพัทยาจังหวัดชลบุรี โดยสาวประเภทสองเลือดอาบทั่วใบหน้าต้องเย็บรวมกว่า 31 เข็ม ขณะที่หนุ่มจีน ได้เดินทางกลับประเทศ

 

 

ล่าสุด หนุ่มจีนรายดังกล่าวให้สัมภาษณ์ทีมข่าว Thai Chinese News ในไทย ระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงคืนวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยพร้อมเพื่อน และออกไปเที่ยวสถานบันเทิงในเมืองพัทยา ก่อนจะมีหญิงสาวหลายคนเข้ามาขอแอด WeChat เพื่อพูดคุย

 

เจ้าตัวยืนยันว่า ก่อนนัดเจอกัน ได้สอบถามอีกฝ่ายอย่างชัดเจนว่าเป็น "ผู้หญิงจริง" หรือ "สาวประเภทสอง" ซึ่งอีกฝ่ายยืนยันว่าเป็นผู้หญิง พร้อมส่งภาพบัตรประชาชนมาให้ดู จนทำให้หลงเชื่อ ก่อนตกลงนัดพบกันที่ห้องพักในราคา 1,000 บาท

 

หนุ่มจีนแฉคดีดัง ถูกสาวสองลวงตบทรัพย์ ยันไม่ได้กรีดหน้า

 

ชาวจีนยังอ้างว่า มีแชตสนทนาเป็นหลักฐาน ซึ่งอีกฝ่ายพยายามยืนยันมาตั้งแต่ต้นว่าเป็น "หญิงแท้" ก่อนจะเดินทางมาที่โรงแรม

 

ชายชาวจีน เล่าว่า เมื่ออีกฝ่ายมาถึงห้องพัก ระหว่างกำลังจะมีความสัมพันธ์ กลับพบว่าคู่กรณีใช้โทรศัพท์พูดคุยกับใครบางคนตลอดเวลา ก่อนผ่านไปประมาณ 10 นาที จะเปิดประตูให้บุคคลอีก 2 คนวิ่งเข้ามาภายในห้อง และเริ่มข่มขู่เรียกเงินจำนวนกว่า 6,000 บาท

 

เจ้าตัวระบุว่า หลังจากนั้นกลุ่มคู่กรณีพยายามปิดทางออก ไม่ให้ตนออกจากห้อง พร้อมทั้งทุบทำลายข้าวของ และขว้างสิ่งของใส่ตน ทำให้ต้องหยิบเศษแก้วที่แตกขึ้นมาไว้ป้องกันตัว แต่ยืนยันว่า ไม่ได้ใช้ทำร้ายใครเพียงถือไว้ด้านหลังเพื่อป้องกันตัวเองเท่านั้น

ส่วนคลิปวิดีโอที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์ถูกตัดต่อบางช่วง ทำให้สังคมเข้าใจว่า ตนเป็นฝ่ายใช้ความรุนแรง ทั้งที่ก่อนหน้านั้นตนถูกข่มขู่และถูกทำลายทรัพย์สินภายในห้องพัก พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นนานเกือบ 30 นาที มีเสียงดังและความวุ่นวายตลอดเวลา แต่กลับไม่มีพนักงานโรงแรมขึ้นมาตรวจสอบหรือเข้าช่วยเหลือ พร้อมระบุว่า กล้องวงจรปิดของโรงแรมน่าจะเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด

 

ตั้งแต่คืนวันที่ 25 พ.ค. ต่อเนื่องถึงวันที่ 26 พ.ค. ตนพยายามโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายครั้ง โดยเฉพาะสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ไม่มีผู้รับสาย แม้จะพยายามโทรซ้ำหลายรอบ

 

หลังจากนั้นยังพยายามติดต่อสายด่วน 191 เพิ่มเติมหลายครั้งในวันที่ 26 พ.ค แต่เกิดปัญหาเรื่องภาษา เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถสื่อสารภาษาจีนได้ ทำให้ไม่สามารถพูดคุยหรือแจ้งเหตุได้ ยืนยันว่า มีบันทึกการโทรทั้งหมดเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมส่งหลักฐานบันทึกการโทรออกถึงตำรวจท่องเที่ยว รวมถึงแชตสนทนากับสาวประเภทสองคู่กรณี ให้ทีมข่าวและเจ้าหน้าที่ไว้ตรวจสอบเพิ่มเติม

 

ชายชาวจีนเผยอีกว่า หลังเกิดเหตุรู้สึกหวาดกลัว เนื่องจากเห็นกลุ่มคู่กรณีโทรศัพท์เรียกคนเพิ่ม อีกทั้งบริเวณล็อบบี้โรงแรมยังมีคนรออยู่ด้านล่าง จึงตัดสินใจหลบหนีออกทางบันไดหนีไฟ และจองตั๋วเดินทางกลับประเทศจีนทันที

 

ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้น โทรศัพท์มือถือ iPhone สูญหาย 1 เครื่อง มูลค่าประมาณ 3,000 หยวน ขณะที่โทรศัพท์ Redmi อีกเครื่องหน้าจอแตกเสียหาย รวมถึงตัวเองได้รับบาดเจ็บที่มือ นิ้วต้องเย็บหลายเข็ม และมีรอยฟกช้ำตามร่างกาย

 

นอกจากนี้ ชายชาวจีน ยังตั้งข้อสงสัยว่า กลุ่มคู่กรณีอาจเป็นขบวนการรีดไถนักท่องเที่ยว หลังพบข้อมูลในโซเชียลมีเดียว่า มีพฤติกรรมลักษณะเดียวกันมาก่อน พร้อมยืนยันว่า ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ และจะส่งหลักฐานทั้งหมดให้ตำรวจตรวจสอบเพิ่มเติม ขณะนี้คดีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งต้องรอการตรวจสอบพยานหลักฐานจากทั้งสองฝ่ายอย่างละเอียดต่อไป