
"ไชยชนก" ฉะ Meta ปมไลฟ์อนาจาร 8 ชม. ลั่นอ้าง AI ตรวจไม่เจอ "ฟังไม่ขึ้น"
รมว.ดีอี จวกยับข้ออ้าง "AI ตรวจจับไม่ได้เพราะคนร้ายสลับภาพ-ใส่หน้ากาก" ลั่นฟังไม่ขึ้น! ขีดเส้นตาย 3-5 วันส่งข้อมูลเชิงลึก ด้าน ตร.ไซเบอร์ พบ 5 อวตาร ขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ ล่อคนดูคลิกลิงก์ "ฟิชชิ่ง" ดักข้อมูลเชื่อมโยงไปถึงจอร์เจีย
วันหยุดสุดสัปดาห์ชาวเน็ตต่างฮือฮากรณีไลฟ๋สดอนาจารผ่านทางแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก
ล่าสุดวันนี้ 25 พ.ค. 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยถึงการดำเนินการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิด หลังประชุมร่วม กับ คลาร่า โก๊ะ Director of Public Policy, Central Southeast Asia & ASEAN ของ Meta (บริษัทแม่ของเฟซบุ๊ก) และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นานกว่า 2 ชั่วโมง
นายไชยชนก กล่าวว่า ช่วงสองวันที่ผ่านมากระทรวงดีอีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้นิ่งนอนใจ เรียกประชุม และทำงานตั้งแต่วันเสาร์มาถึงวันนี้ โดยวันนี้เป็นการเรียกประชุมอีกครั้ง กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเจ้าของแพลตฟอร์ม ซึ่งได้รับเกียรติจาก ตัวแทน meta มาชี้แจงในหลากหลายประเด็น นานกว่า 2 ชม.
หลังจากนี้จะต้องดำเนินคดีกับ คอนเทนต์ ครีเอเตอร์ และแพลตฟอร์ม หลังจากนี้จะมีการปรับกฎกระทรวง ม.15 เพราะเดิมจะให้เวลาแพลตฟอร์ม 24 ชั่วโมง เพื่อดำเนินการระงับแอคเค้าท์ที่กระทำผิดกฎหมาย แล้วแพลตฟอร์มไม่ต้องมารับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะถือว่าให้ความร่วมมือ แต่หลังจากนี้จะต้องมีการปรับกฎกระทรวงให้เหมาะสมกับแต่ละเนื้อหาที่เกิดขึ้น หากพบว่ามีการปล่อยปละละเลย ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจะต้องรับผิดชอบร่วมกันด้วย ภายใต้กฎหมายถือครองบัญชีม้า เพราะเดิมหลักเกณฑ์ของกฎหมายบัญชีม้า ถ้ามีการกระทำความผิดของยูสเซอร์ในแพลตฟอร์มที่นำไปสู่การสูญเสียเงิน แพลตฟอร์มก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่เมื่อขยายขอบเขตของกฎหมายให้ครอบคลุมขึ้นแล้ว โดยเฉพาะเรื่องของการไม่ใส่ใจดูแลที่จะป้องกันสิ่งที่เกี่ยวข้อง แพลตฟอร์มก็จะรับผิดชอบในทุกกรณี
ขณะนี้ยังรอข้อมูลและรายละเอียดจากทาง meta เพราะ meta ให้การยืนยันว่า เรื่องนี้ meta เข้มงวด จริงจังและใส่ใจ โดย meta จะมีการเรียกประชุมในระดับ Global ซึ่งหลังจากนี้ตนเองจะเข้าไปพูดคุยกับ meta อีกครั้ง สิ่งที่ meta ได้มีการดำเนินการไปแล้ว คือ การเอาแอคเค้าท์ทั้ง 5 บัญชี ออกจากระบบแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอข้อมูลของทางเฟซบุ๊กชี้แจงกลับมา ว่า คนกลุ่มเดียวกัน หรือ เป็นคนไทย หรือไม่ นอกจากนี้ยังได้นำตัวคอนเทนต์ต่างๆเข้าไปอยู่ในระบบของการตรวจสอบของเอไอ เพื่อไล่กวาดล้างคอนเทนต์ลักษณะนี้ในแพลตฟอร์มอื่นๆ และเพื่อให้คอนเทนต์ถูกระงับจนไม่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งหากพบว่า มีการนำคอนเทนต์เหล่านี้ไปตัดต่อ ก็จะสามารถดำเนินการเพื่อป้องกันการเผยแพร่ ได้ทันที
ส่วนกรณีที่ meta ไม่ได้ทำการปิดแอคเค้าท์ทันที แต่ปล่อยให้มีการไลฟ์ยาวนานได้ 7-8 ชั่วโมงนั้น นายไชยชนก อธิบายว่า meta ชี้แจงแอคเคาน์ดังกล่าวได้ใช้ AI switch หรือการสลับภาพ เพื่อให้หลุดพ้นจากการตรวจสอบของระบบ เช่น การแปะภาพของบุคคลกำลังนั่งคุยกัน รวมถึงการใส่หน้ากาก ทำให้ระบบของ meta ไม่สามารถตรวจจับได้
ส่วนตัวเห็นว่า การที่ meta อ้างว่า AI ไม่สามารถตรวจจับได้นั้น ถือว่าฟังไม่ขึ้น “จะมาบอกว่า อัลกอริทึม จับไม่ได้ หรือ คอนเทนต์บีนายโผล่ขึ้นมาในไม่กี่วินาที ฟังไม่ขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ meta ได้เข้าใจในความจริงจังของเรา เราจะรอดู solution ในการหาทางออก และmeta โดย Global จะหาทางออกที่เป็นรูปธรรมได้ดีกว่านี้ในอนาคต”
เมื่อถามว่า สุดท้ายไม่สามารถเอาผิดกับ เฟซบุ๊ก ได้ใช่หรือไม่นั้น นายไชยชน ยอมรับ เรื่องนี้มีช่องโหว่ เพราะเป็นช่องโหว่ด้วยระยะเวลา 24 ชั่วโมง ที่ให้แพลตฟอร์มระงับ แต่ยังมีเกณฑ์อื่นๆอีกที่จะนำเอามาพิจารณาได้เอาผิด
ส่วนการแชร์จะมีความผิดด้วยหรือไม่ นายไชยชนก ระบุว่า ตามที่โฆษกรัฐบาลแถลงไปแล้ว การกดแชร์ถือว่า เป็นการกระทำความผิดร่วมด้วย ส่วน ดู ไลค์ คอมเม้นต์ ยังไม่ถือเป็นการเผยแพร่ร่วมกันเพิ่มเติม แต่ถ้ามีการกดไลค์เยอะ จะทำให้คอนเทนต์ในลักษณะนี้ มีอัลกอริทึมทำให้ถูกเผยแพร่ได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมตนเองจึงต้องขอ อัลกอริทึม จากเฟซบุ๊กมาตรวจสอบ ซึ่งหากตรวจสอบเชิงลึกแล้วพบว่า มีการไลค์ คอมเมนต์ ทำให้เกิดการเผยแพร่เพิ่มขึ้น ก็จะถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเอาผิด ประเด็นนี้ถือเป็นแนวคิดของตนเองในการนำไปดำเนินการเอาผิด แต่ต้องอยู่ถายใต้ของกฎหมายที่จะต้องปรึกษากับทีมกฎหมายก่อน พร้อมเตือนว่า หากคนที่จะไปหากดลิงก์รับชมย้อนหลัง อาจจะแฝงลิงก์ที่เป็นสแกมเมอร์หรืออาชญากรรมทางไซเบอร์ จึงขอความร่วมมืออย่าไปตามหาและกดลิงก์ดังกล่าว หากพบเจอให้กดรายงานทันที
นายไชยชนก ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงคำชี้แจงของทาง meta อีกว่า meta ได้ชี้แจงว่า เขามีมาตรการดำเนินการแก้ไข ส่วนที่เอไอตรวจจับไม่เจอ เพราะมีการใช้บีนาย ซึ่งบีนายดังกล่าว meta ชี้แจ้งอ้างว่า ไม่ผิดหลักมาตรฐานชุมชนของแพลตฟอร์มที่เข้ามาแทรก แต่ตนเองไม่ทราบว่า ใน 7-8 ชั่วโมงแทรกมาเป็นระยะเวลาเท่าไร คาดว่าน่าจะเข้ามาเป็นช่วงๆ ซึ่งคำชี้แจงดังกล่าวของ meta ถือว่า ฟังไม่ขึ้น หากเอไอกำลังตรวจสอบอยู่ ก็ควรจะต้องชัด และเห็นในพฤติกรรมดังกล่าว ดังนั้นกระทรวงจึงได้ให้ meta เปิดมาว่า เขาทำอย่างไรในการปิดกั้น ตรวจจับ ปรับเกณฑ์การรีพอร์ต ไม่โปรโมทคอนเทนต์ว่ามีการดำเนินการสิ่งเหล่านี้เป็นอย่างไร ซึ่งทั้งหมดจะต้องรอข้อมูลก่อน เพราะทาง meta จะไปประชุมระดับ Global แล้วจะส่งข้อมูลทั้งหมดที่ขอกลับมาภายใน 3-5วัน
ทั้งนี้ meta ยังชี้แจงอ้างอีกว่า การระงับของระบบที่ผ่านมีผลถึง 25% และมีการตอบสนองหลังแจ้งเรื่องไป โดยสามารถปิดกั้นได้ถึง 95% ของทั่วโลก และส่วนที่เราเห็นถือเป็นส่วนน้อยมากๆ เพราะ meta มีมาตรการต่างๆ ทำให้กระทรวงต้องรอเอกสารหลักฐานที่กล่างอ้างมา แต่ตนเองมองว่า การตอบสนองของmeta ในการระงับยังมีความล่าช้ามานานมากแล้ว หลังจากกดรายงานไปทั้งเฟคนิวส์ การขายของไม่ตรงปก และเรื่องอื่นๆ
นายไชยชนก กล่าวอีกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น กระทรวงจะต้องหารือในการประชุมกันไม่ใช่แค่เฉพาะในหน่วยงาน แต่ต้องเป็นการประชุมกับ ครม. ทั้งคณะ เพราะไม่ใช่แค่เรื่องคอนเทนต์อนาจาร แต่เรื่องต่างๆในแพลตฟอร์ม สามารถส่งผลเชิงลบกับสังคมไทยและเยาวชนไทย หากปล่อยทิ้งไว้ อาจจะส่งผลในระยะยาวของประเทศ และเรื่องแพลตฟอร์มต่างๆ เราต้องคำนึงถึง ภูมิรัฐศาสตร์ เพราะอาจจะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต
ขณะที่ พล.ต.ต. ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) กล่าวว่า 5 แอคเคาท์ดังกล่าว เป็นบัญชีอวตาร มีการใช้รูปของบุคคลอื่นที่หน้าตาดีมาเป็นโปรไฟล์ ซึ่งยังไม่สามารถตรวจสอบต้นทางได้ว่ามาจากไทยหรือต่างประเทศ อีกทั้งการไลฟ์สดนี้ แนบลิงก์เพื่อเก็บข้อมูลผู้เข้าดูหรือศัพท์ทางไซเบอร์ เรียกว่า ฟิชชิ่ง หรือ การหลอกลวงทางไซเบอร์ที่มิจฉาชีพปลอมตัวเป็นองค์กรที่น่าเชื่อถือ ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพ์ฯ ม.14
นอกจากนี้อยากพบข้อมูลด้วยว่า ฟิชชิ่งข้อมูล เชื่อมโยงไปยังโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่ต่างประเทศจอร์เจียด้วย ซึ่งเราเองก็ต้องไปตรวจสอบต่อว่า การเก็บข้อมูลดังกล่าว เก็บไปทำอะไร ทั้งนี้เชื่อว่าทำเป็นกระบวนการ หากมีการแนบลิงก์ ทำฟิชชิ่ง รีโพสต์ หรือ นำไปรีโพสต์ที่เกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์
พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รอง ผบช.สอท.) ระบุว่า ครั้งแรกที่เกิดขึ้นทางตำรวจไซเบอร์ก็ได้มีการประสานงานแอ็คชั่นทันที แต่ก็ยังมีการกระทำผิดในครั้งที่สอง ซึ่งทางเฟซบุ๊กบอกว่าเขาก็มีมาตรฐานในการตรวจสอบแล้ว ทางเราก็ส่งข้อมูลให้กับทางเฟซบุ๊กไป เพื่อดูถึงพฤติกรรมของคนร้ายที่มีการหลบเลี่ยง เช่น การใส่หน้ากากที่ให้ AI ตรวจสอบไม่เจอ หรือมีการใช้คำพูดเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ผิดมาตรฐาน ยืนยันว่า หลังเกิดเหตุได้มีการประสานข้อมูล เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของบัญชีทันที
จากการไปตรวจสอบขณะที่มีการไลฟ์สด พบว่ามีหลักหมื่นคนในการเข้าไปดู มีการนำวิดีโอขณะไลฟ์สด ไปอยู่ในเว็บอนาจาร รวมถึงนำไปเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งเราก็จะตรวจสอบคนที่เอาคลิปดังกล่าวไปหาประโยชน์ด้วย ขอเตือนบุคคลที่เอาไปเผยแพร่ ถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ คนที่ส่งต่อก็มีความผิดเช่นกัน ทางเฟซบุ๊กเองก็จะนำข้อมูลที่เราขอไป ส่งกลับมาเป็นหลักฐานเพื่อไปดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดเช่นกัน
โดยหลักการในการเอาผิดแล้ว ถ้าเฟซบุ๊กให้ข้อมูลมา ก็สามารถดำเนินคดีได้ไม่ยาก เพราะมีพยานหลักฐานหลายส่วน และจะต้องดำเนินคดีกับคนไทยเป็นหลักที่นำมาเผยแพร่ต่อ แต่หากคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ไม่ใช่คนไทยแล้วมาจากประเทศอื่น ก็จะนำข้อมูลไปให้อินเตอร์โพลหรือประเทศนั้นๆพิจารณาในการดำเนินการ ซึ่งก็จะขึ้นอยู่กับกฎหมายแต่ละประเทศด้วย



