
คุม 2 วัยรุ่น ขับรถชน ตำรวจจราจร อาการสาหัส ค้านประกันตัว
คุมตัว 2 วัยรุ่น ขับรถชน ตำรวจจราจรบางนา ได้รับบาดเจ็บ จนอาการสาหัส เบื้องต้นส่งฝากขัง และ คัดค้านการประกันตัว ครอบครัวไม่เชื่อ ปืนเป็นของลูก-โยนเพื่อน ขอให้การในชั้นศาล
เมื่อเวลา 08.40 น. วันที่ 23 พ.ค.2569 พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางนา ควบคุมตัว นายธนบัตร และ นายอัครวินท์ อายุ 20 ปี ชาวเชียงราย ฐานความผิดขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส จากกรณี ขับรถ พุ่งชน ร.ต.อ.ธารณ ภิรมจิตรเจริญ รองสารวัตรจราจร สน.บางนา ขณะปฏิบัติหน้าที่ตั้งด่านตรวจ ถนนเทพรัตน (บางนา-ตราด) ขาออก กม.1 ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่ตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์จนได้รับบาดเจ็บสาหัส จากการตรวจค้นในรถพบอาวุธปืนกล็อก19 ขนาด 9 มม.พร้อมเครื่องกระสุนปืนอีก24นัด ซุกอยู่ในที่ใส่ยางอะไหล่
ผู้ต้องหาทั้งสองถูกควบคุมตัวขึ้นรถ ทั้งสองมีสีหน้าเรียบเฉย แต่ก็ยินยอมที่จะเปิดเผยข้อมูลในเบื้องต้น
นายอัครวินทร์ ระบุว่า อาวุธปืนที่พบในรถเป็นของ นายธนบัตร ส่วนทีมา ของปืน ขอให้การในชั้นศาล ยอมรับว่าในอดีตเคยถูกดำเนินคดีหลายข้อหาหลายกรรมส่วนรายละเอียดไม่ขอพูดถึงเเล้ว ก่อนที่ทั้งสองจะถูกพนักงานสอบสวนนำตัวไปทันที
ขณะที่ ครอบครัวของนายธนบัตร เดินทางมาจากจังหวัดเชียงราย นำอาหารและน้ำดื่มมาเยี่ยมลูกชาย มารดา ระบุว่า หลังเกิดเหตุ ไม่ได้มีการสื่อสารหรือพูดคุยกับลูกชายแต่อย่างใด ทราบเรื่องจากครอบครัวของน้องวิน โทรไปแจ้งว่าลูกชายเกิดอุบัติเหตุรู้สึกตกใจ จนกระทั่งวันนี้ เดินทางมาเยี่ยมลูกชายแต่ยังไม่ได้พบ
มารดา ยอมรับว่า สำหรับลูกชายกับ นายอัครวินทร์ เป็นเพื่อนนักเรียนกันตั้งแต่ชั้นมัธยมต้น ที่โรงเรียนในจังหวัดเชียงราย อาบน้ำทั้งสองก็แยกย้ายกันไปเรียน แต่ก็ยังไปมาหาสู่กัน โดยก่อนเกิดเหตุลูกชายได้นั่งเครื่องจากจังหวัดเชียงรายมาพักผ่อนที่กรุงเทพฯช่วงปิดเทอม
ส่วนอาวุธปืน และ กระสุนที่เจออยู่ภายในรถไม่น่าจะเป็นของลูกชาย เพราะการขึ้นเครื่องบิน ทุกครั้งจะต้องมีการตรวจสแกนวัตถุต้องสงสัย จึงเป็นไปไม่ได้ที่ลูกชายจะนำอาวุธขึ้นเครื่องบินโดยสาร
ส่วนรายละเอียดตนเองยังไม่ทราบ ตอนนี้รู้สึกหัวใจสลาย เมื่อมารู้เห็นเหตุการณ์ ก่อนที่จะขอให้เป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว
ด้าน พนักงานสอบสวน เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ และ มีอัตราโทษสูงเกรงว่าจะยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
สำหรับการแจ้งข้อกล่าวหา นายธนบัตร (คนขับ) ถูกแจ้งข้อหา "ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส"
ส่วนนายอัครวินท์ ถูกแจ้งข้อหา "ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร"
สำหรับ ประวัติผู้ต้องหา จากการสืบสวนพบว่า นายอัครวินท์มีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีทำร้ายร่างกายและพกพาอาวุธปืนถึง 5 คดี และยอมรับว่าเป็นสมาชิกกลุ่มวัยรุ่นที่ชื่อ "แก๊งโอริโอ้"
ก่อนหน้านี้ ผู้ต้องหาอ้างว่าเพิ่งกลับจากสถานบันเทิงย่านรังสิต และ อ้างว่า "มองไม่เห็น" เจ้าหน้าที่ตำรวจขณะขับรถเข้าด่านตรวจ อย่างไรก็ตาม ผลตรวจเบื้องต้นไม่พบสารเสพติดหรือแอลกอฮอล์ในร่างกาย



