ข่าว

กลุ่มเซียนพระร้อง "อนุทิน" ปมบิ๊กสีกากีกลั่นแกล้ง-โยงฉ้อโกง "มาดามเก่ง"

กลุ่มเซียนพระร้อง "อนุทิน" ปมบิ๊กสีกากีกลั่นแกล้ง-โยงฉ้อโกง "มาดามเก่ง"

19 พ.ค. 2569

กลุ่มเซียนพระชื่อดัง ร้อง "อนุทิน" ตรวจสอบคดีพิพาท "มาดามเก่ง" ทั้งบิ๊กตร. ออกสื่อโจมตี เช็คเด้ง 65 ล้าน ไปจนถึงปมรุมทำร้ายร่างกาย เจ็บสาหัส แต่คดีสุดล่าช้า

19 พ.ค.2569 ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล ทำเนียบรัฐบาล บรรดาเซียนพระ โทน บางแค,เจน ปิยะทัต,หนุ่ม นครปฐม และ นัท แฟนพันธุ์แท้ เดินทางไปยื่นหนังสือเรียกร้องความเป็นธรรมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หลังจากถูกกล่าวหาร่วมกันฉ้อโกง "มาดามเก่ง" รวมถึงมีเซียนพระบางรายถูกทำร้ายร่างกาย


โทน บางแค เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ตนได้เคยร้องเรียนกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับเรื่องของนายตำรวจระดับสูงนายหนึ่งที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในกรณีพิพาททางหนี้สินแต่ปรากฏว่า นายตำรวจคนดังกล่าวกลับออกมาให้ข่าวและสัมภาษณ์กับรายการสื่อต่างๆ ในลักษณะชี้นำสังคมว่า ตนเป็นคนคดโกง ทำขบวนการฉ้อฉล ไปจนถึงกล่าวหาว่าตนเป็นโจรกระจอก บางครั้งก็พูดว่า ถ้างูเข้าบ้านกับเซียนพระเข้าบ้าน จะตีเซียนพระก่อน หนักสุดก็ถึงขั้นบอกว่าคนที่ซื้อขายพระกับตนจะเข้าข่ายเป็นการฟอกเงินและรับของโจร


หลายคำพูดที่มีการพูดออกมานั้น มีลักษณะของการชี้นำสังคมว่าตนเป็นคนไม่ดี กลายเป็นการชี้นำทำให้สังคมตัดสินไปแล้วว่าตนเป็นคนผิด ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีข่าวออกมาบอกว่าจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาตน แต่พอตนไปแสดงตัวเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ทั้งตำรวจก็ไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาตนเลย

ซึ่งลักษณะของการชี้นำสังคมแบบนี้ ส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจของตนอย่างมาก แทบจะไม่มีใครมาซื้อขายพระกับตน เพราะกลัวเรื่องรับของโจรและฟอกเงิน ทั้งที่ตนได้ทำธุรกิจอย่างสุจริต


จากพฤติกรรมของนายตำรวจท่านนั้น ตนเลยรู้สึกไม่สบายใจและเกรงว่า จะใช้ตำแหน่งทางราชการมาชี้นำสังคม ตนเลยตัดสินใจนำเรื่องราวดังกล่าวมาร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมกับนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ เพื่อให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบพฤติกรรมของนายตำรวจคนนี้ไปจนถึงการตรวจสอบการดำเนินคดีต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับตนว่าเป็นธรรมกับตนหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาได้เคยยื่นขอความเป็นธรรมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้นำสำนวนคดีออกจากความรับผิดชอบของนายตำรวจที่เป็นคู่กรณีกับตน แต่กลับไม่มีความคืบหน้า ตอนกังวลว่าจะเป็นการยัดเยียดข้อหาความผิดให้ ทั้งที่ตนไม่ได้ทำความผิดอะไร และเนื่องจากนายอนุทินก็มีความรู้ความเชี่ยวชาญเรื่องพระเช่นเดียวกัน หวังว่าท่านจะรับทราบความเดือดร้อนของตนและให้ความเป็นธรรมกับตน


โทน บางแค ยืนยันว่า ตนไม่ใช่ 9 เซียนพระที่มีการแถลงว่าร่วมกันฉ้อโกง รวมทั้งขอว่าอย่าเหมารวมว่าเซียนพระทุกคนเป็นคนไม่ดี ส่วนตัวตอนนี้แม้ยอมรับว่าเคยพูดเห็นใจเจ้าหนี้ที่มีข้อพิพาทกัน แต่ก็เป็นคนละเรื่องกับการที่ตนมาร้องขอความเป็นธรรม เพราะถึงยังไงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็มีต้นทางมาจากอะไร ทุกคนรู้กันดี ตอนนี้ตนทำได้เพียงทำธุรกิจเพื่อหาเงินมาชดใช้หนี้

ด้าน เจน ปิยะทัต เล่าว่า ตนเองถูกเหมารวมว่าเป็นผู้ร่วมขบวนการฉ้อโกง ทั้งๆที่เป็นผู้เสียหาย ถูกมาดามเก่งฉ้อโกง 65 ล้านบาท เนื่องจากขายพระให้มาดามเก่ง จากนั้นเขาเอาไปขาย หนุ่ม นครปฐม และ ต้อม นครสวรรค์ (ในลักษณะของการหารครึ่งราคา) ในราคา 75 ล้าน ซึ่งบวกกำไรตั้ง 10 ล้านบาท โดยหนุ่มและต้อมตีเช็คและส่งมอบเงินให้กับมาดามเก่งแล้ว แต่มาดามเก่งกลับไม่จ่ายให้ตนสักบาท ต่อมามาดามเก่งได้เข้ามาเจรจาต่อรองเหลือจ่าย 15 ล้าน

 

กลายเป็นว่าเช็คของมาดามเก่งที่ตีให้ตนเป็นเช็คเด้ง และยังพยายามที่จะเหมารวมเช็คทั้ง 2 ใบของเซียนพระที่โอนเงินให้กับมาดามเก่งว่า เป็นเช็คที่ตีมาให้กับตนเพื่อเป็นเช็คค้ำประกัน เพื่อเปลี่ยนจากคดีอาญาเป็นคดีแพ่ง เรื่องนี้ตนรับไม่ได้อย่างมาก จึงได้มาร้องขอความเป็นธรรมกับนายกรัฐมนตรีด้วยและหวังว่าจะได้รับความเมตตาจากนายกรัฐมนตรี

 

ขณะที่ หนุ่ม นครปฐม ถูกทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัส เล่าว่า ตนเองติดหนี้มาดามเก่ง แต่ถูกทำร้ายร่างกาย บาดเจ็บสาหัส เมื่อม.ค.68 อีกฝ่ายนัดให้เคลียร์หนี้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่มีใครรู้ แต่จู่ๆกลับถูกทำร้าย ตีหัว เลือดคลั่งในสมอง ต่อมารักษาตัวก่อนจะพบว่า จุดที่เลือดคลั่งในสมองนั้นมีเนื้องอก ซึ่งซ้ำร้าย เนื้องอก และตรวจพบว่าเป็นเนื้อร้าย ตนมองว่าแจ้งความที่สนใชัยพฤกษ์แล้ว แต่คดีล่าช้ามาก ยังไม่สามารถจับคนร้ายได้  แต่ยังไม่ชี้ชัดว่าคู่กรณีคนดังกล่าวมีส่วนพัวพันหรือไม่
 

 

ด้าน นัท แฟนพันธุ์แท้ เล่าว่า ตนมีรุ่นน้อง 2 คนที่ขณะนี้อยู่ในเรือนจำ เนื่องจากถูกดำเนินคดีเช็คเด้ง แม้ว่าจะมีความผิดเกิดขึ้นจริง แต่รุ่นน้องทั้งสองคนก็ถูกกระทำในลักษณะที่คล้ายคลึงกันกับโทน บางแค คือการไม่ยอมทำตามสัญญาที่จะมีการถอนแจ้งความและบีบบังคับให้โอนบ้านของครอบครัว อีกทั้งยังถูกทำร้ายร่างกายจากกรณีหนี้สินที่เกิดขึ้นด้วย ซึ่งขณะอยู่ภายในเรือนจำ ยังถูกบุคคลข้างนอกข่มขู่ให้ติดคุกเพิ่มด้วย  ด้วยเหตุนี้ตนจะช่วยเหลือรุ่นน้องทั้งสองด้วยการให้ทั้งคู่เขียนเรื่องราวผ่านจดหมายและจะนำมาร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับนายกรัฐมนตรีในภายหลัง