
นาทีเฉียดตุย กู้ภัยช่วย ร.ต.ต. เมาจยย.คว่ำ ฟื้นมากลับเหนี่ยวไกขู่ลั่น
เชื่อคุณพระช่วย! กู้ชีพหนีตายอลหม่าน หลังรุดช่วยเหลือ ร.ต.ต. เมาขี่ จยย.คว่ำข้างทาง พอฟื้นกลับชักอาวุธปืนขึ้นลำจ่อหน้าเหยื่อ โชคดีปืนขัดลำกล้อง เหยื่อเชื่อรอดเพราะพุทธคุณช่วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 18 พ.ค. 2569 เกิดเหตุการณ์เฉียดตายของกู้ชีพเทศบาลปะโค อ.กุดจับ เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ชีพรายหนึ่ง คือ นายจิรวัฒน์ พันรังสี อายุ 40 ปี พร้อมเพื่อนกู้ชีพที่เกือบต้องสังเวยชีวิตขณะเข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ แต่ถูกชักปืนใส่โชคดีที่กระสุนด้านไม่งั้นกู้ชีพหวิดสิ้นชื่อแน่ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น.เศษเมื่อคืนวันที่ 17 พ.ค.69 ที่ผ่านมา หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เสียหลักล้มลงข้างทาง และมีอาการคล้ายคนเมาสุราได้รับบาดเจ็บ บนถนนสายอ.กุดจับ - บ้านผือ บ้านโนนสูง ต.ปะโค อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ทางศูนย์กู้ชีพและเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันรวม 5 คน จึงรีบนำรถฉุกเฉินรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ
เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เปิดสัญญาณไฟไซเรนและนำรถจอดบล็อกพื้นที่ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อนตามขั้นตอน จากนั้นเข้าตรวจสอบผู้บาดเจ็บที่นอนหมดสติอยู่ โดยรถจยย.ล้มทับขาอยู่และพบว่าผู้ประสบเหตุเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ซึ่งมีความคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เจ้าหน้าที่กู้ชีพจึงเข้าไปปลุกเรียก พร้อมตรวจเช็กบาดแผลตามร่างกาย โดยในขณะนั้นพบโทรศัพท์มือถือและอาวุธปืนของผู้บาดเจ็บตกอยู่ข้างตัว
แต่เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อตำรวจรายดังกล่าวเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในอาการงัวเงียและมึนเมาอย่างหนัก จากนั้นเริ่มส่งเสียงโวยวายขัดขืน ด่าแรง และจู่ ๆ ได้เอื้อมมือไปคว้าอาวุธปืนขึ้นมาจัดการ “ขึ้นลำกล้อง” ทันที ท่ามกลางความตกตะลึงของเจ้าหน้าที่และชาวบ้านที่มายืนมุงดูเหตุการณ์ประมาณ 3-4 คน
นายจิรวัฒน์ เจ้าหน้าที่กู้ชีพ เล่าต่อด้วยน้ำเสียงตกใจว่า วินาทีนั้นตำรวจคลั่งรายนี้ได้ชูปืนส่ายไปมา ก่อนจะเล็งตรงมาที่หน้าและขาของตนในระยะประชิด แล้วทำการเหนี่ยวไกทันที เสียงกลไกปืนดัง “แชะ” แต่เดชะบุญที่กระสุนไม่ทำงาน เนื่องจากปืนเกิดอาการขัดลำกล้อง ทำให้ตนรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด หากปืนไม่ขัดลำกล้องในวินาทีนั้น คาดว่าน่าจะถูกยิงเข้าจุดสำคัญ หรืออาจถูกกระหน่ำยิงจนหมดแม็กกาซีนอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กู้ชีพเปิดเผยความรู้สึกส่วนตัวว่า เหตุการณ์ที่ตนสามารถรอดตายมาได้อย่างปาฏิหาริย์ในครั้งนี้ เชื่อว่าเป็นเพราะบารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนเคารพนับถือ โดยส่วนตัวได้ห้อย “เหรียญหลวงปู่สรวง รุ่นแรก” และ “เหรียญหลวงพ่อเจริญ” ที่ผ่านพิธีสวดพุทธมนต์เข้มขลัง ซึ่งตนพกติดตัวไว้ตลอดเวลา จึงเชื่อว่าอานุภาพแห่งพุทธคุณดลบันดาลให้ปืนของตำรวจรายนี้เกิดขัดลำกล้องและสับไม่แตก ช่วยชีวิตตนให้ผ่านพ้นนาทีวิกฤตมาได้
นายจิรวัฒน์ เล่าต่อว่า ยังไม่จบเท่านี้ หลังจากเสียงปืนดังแชะแรก ตำรวจรายดังกล่าวพยายามจะดึงสไลด์เพื่อขึ้นลำกล้องรอบที่สอง ทำให้ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่กู้ชีพคนอื่น ๆ ที่เห็นท่าไม่ดี ต่างพากันวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงไปคนละทิศละทาง ส่วนตนตัดสินใจกระโดดข้ามตัวตำรวจรายนั้น แล้วรีบพุ่งขึ้นรถกู้ชีพที่ยังไม่ได้ปิดประตู ก่อนจะเหยียบคันเร่งขับหนีออกจากจุดเกิดเหตุเพื่อเอาชีวิตรอดอย่างเร่งด่วน พร้อมโทรศัพท์แจ้งร้อยเวรในพื้นที่ให้ส่งกำลังมาควบคุมสถานการณ์
"ผมช่วยคนมานับไม่ถ้วน มีแต่คำขอบคุณและรอยยิ้ม แต่อันนี้กลับให้ลูกปืนกับกำปั้น ทั้งที่เราใส่ชุดเครื่องแบบเต็มยศ เปิดไฟไซเรนวาบ ๆ ขนาดนี้ ยังคิดว่าเป็นขโมยอีกหรือ น่าจะเป็นเพราะอาการเมาจนสติหลุดมากกว่า" เจ้าหน้าที่กู้ชีพกล่าวด้วยความอัดอั้น
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กู้ชีพยังเปิดเผยข้อมูลพฤติกรรมสุดระอาของตำรวจรายนี้เพิ่มเติมว่า ในพื้นที่ทราบกันดีว่าตำรวจคนดังกล่าวมีพฤติกรรมชอบดื่มสุราจนมึนเมาเป็นประจำ และเคยสร้างวีรกรรมฉาวมาแล้วหลายครั้ง มีประวัติเก่าทั้งเรื่องการยิงปืนขึ้นฟ้า รวมถึงเคยใช้อาวุธปืนยิงภรรยาตัวเองจนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเคยถูกยึดอาวุธปืนไปนานแล้ว แต่ไม่ทราบว่าเหตุใดระยะหลังถึงเริ่มกลับมาพกพาอาวุธปืนได้อีก
ความคืบหน้าล่าสุด มีรายงานว่า ผู้หมวดนายดังกล่าว ยศ ร้อยตำรวจตรี ได้เดินทางมาที่สำนักงานเทศบาลตำบลปะโค เพื่อเข้าพบกับเจ้าหน้าที่กู้ชีพคู่กรณี โดยผู้หมวดนายนี้ได้เปิดเผยถึงชนวนเหตุระทึกขวัญว่า ในวันเกิดเหตุตนประสบอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์จริง และอยู่ในสภาพที่มึนเมาสุราอย่างหนักมาก เมื่อกลุ่มกู้ชีพเข้ามาทำการช่วยเหลือและปลุกเรียกสติ ตนเกิดอาการเบลอและจำหน้าเจ้าหน้าที่กู้ชีพไม่ได้เลย ในวินาทีนั้นสติหลุดและระแวงไปเองว่าอาจเป็นกลุ่มคนร้ายหรือมิจฉาชีพที่เข้ามาล้อมรถเพื่อหวังจะชิงทรัพย์สิน จึงได้คว้าอาวุธปืนประจำกายขึ้นลำแล้วเหนี่ยวไกยิงออกไปเพื่อป้องกันตัว โดยยอมรับสารภาพผิดแต่โดยดีว่าทำไปเพราะความมึนเมาจนขาดสติอย่างสิ้นเชิง
อย่างไรก็ตาม แม้ทางผู้หมวดนายนี้จะเดินทางมาอ้างเหตุผลเรื่องอาการมึนเมาและเข้าใจผิด แต่ทางผู้เสียหายได้รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นเรียบร้อยแล้ว และยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อให้กรณีนี้เป็นเคสตัวอย่าง และเรียกร้องให้ทางต้นสังกัดมีการตรวจสอบพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจรายนี้อย่างจริงจัง ไม่ปล่อยให้สร้างความเดือดร้อนหรือเป็นภัยต่อสังคมอีกต่อไป ล่าสุดมีรายงานว่า ทาง พ.ต.อัมรินทร์ อยู่เย็น ผกก.สภ.กุดจับ สั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงเรียบร้อยแล้ว



