ข่าว

จับเพิ่ม! หนุ่มกองร้อยปอยเปต แต่งเครื่องแบบ วิดีโอคอลข่มขู่เหยื่อ

จับเพิ่ม! หนุ่มกองร้อยปอยเปต แต่งเครื่องแบบ วิดีโอคอลข่มขู่เหยื่อ

12 พ.ค. 2569

จับเพิ่ม! หนุ่มกองร้อยปอยเปต ขณะเตรียมตัวกลับไปทำงานกัมพูชา สารภาพผันตัวจากบัญชีม้า ก่อนรับหน้าที่แต่งเครื่องแบบ วิดีโอคอลข่มขู่เหยื่อ

12 พ.ค. 2569 ตำรวจ กก.1 บก.ปอท. ร่วมกันจับกุม นายอมรเทพ หรือ ต้า อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 333/2568 ลง 21 มี.ค. 2568 ในข้อหา "ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, อั้งยี่, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, สมคบกันโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำควาความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน เพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน, ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม" โดยจับกุมได้ที่ แขวงและเขตจตุจักร กทม.
 

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อประมาณกลางปี พ.ศ.2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก. 1 บก.ปอท. ได้รับแจ้งความกรณีมีคนร้ายหลอกลวงผู้เสียหายในลักษณะของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยมีการแต่งกายเป็นตำรวจ ข่มขู่และหลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนจับกุมกลุ่มเครือข่ายขบวนการดังกล่าวได้จำนวนหลายราย ทั้งกลุ่มบัญชีม้า กลุ่มโทรหลอก และกลุ่มฟอกเงิน ซึ่งจากการสืบสวนยังพบผู้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดครั้งนี้อีกจำนวนหลายราย

 

จับเพิ่ม! หนุ่มกองร้อยปอยเปต แต่งเครื่องแบบ วิดีโอคอลข่มขู่เหยื่อ

โดยพนักงานสอบสวนได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานและขอหมายจับกลุ่มผู้ต้องหากลุ่มนี้ รวมถึงหัวหน้าขบวนการชาวจีนอีกด้วย ทั้งนี้ จากการสืบสวนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาที่ยังคงหลบหนีอยู่ มีบางส่วนได้แยกย้ายหลบหนีและไปซ่อนตัวที่ภูมิลำเนาของตนเอง
 

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ทำการสืบสวนติดตามจนทราบว่า นายอมรเทพ ที่หลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย กำลังจะเดินทางกลับไปยังปอยเปต ประเทศกัมพูชา อีกครั้ง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เฝ้าติดตามจนพบผู้ต้องหา จากนั้นจึงได้แสดงตัวและแสดงหมายจับพร้อมทำการจับกุม ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปอท. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
 

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า ตนเองเพิ่งเดินทางกลับเข้ามาประเทศไทย เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2569 และกำลังจะเตรียมตัวกลับไปทำงานที่กัมพูชาต่อ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้เสียก่อน ในส่วนของการร่วมขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ผู้ต้องหารับว่าช่วงเเรกถูกหลอกให้ไปเป็นบัญชีม้า จากนั้นได้ผันตัวเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยทำหน้าที่แต่งตัวคล้ายตำรวจ วิดีโอคอลข่มขู่ผู้เสียหาย

 

จับเพิ่ม! หนุ่มกองร้อยปอยเปต แต่งเครื่องแบบ วิดีโอคอลข่มขู่เหยื่อ