
ย้อนรอยวีรกรรม "บิ๊กเต่า" ยอดนักสืบ จาก ตชด. สู่มือปราบโกงระดับประเทศ
ส่องประวัติ บิ๊กเต่า "พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว" มือปราบตัวตึงแห่งสอบสวนกลาง จากผลงานล้มยักษ์ "สีกากอล์ฟ-ศรีสุวรรณ-จับลูกเขยชาดา" สู่บทบาทล่าสุดปราบมาเฟียวงการพระเครื่อง
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว หรือ ที่คนทั้งประเทศคุ้นหูในชื่อ "บิ๊กเต่า" เป็นนายตำรวจมือปราบที่มีประวัติและผลงานโดดเด่นอย่างยิ่งในปัจจุบัน
เขามีพื้นเพเป็นชาวสุพรรณบุรี เกิดเมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2511 ในครอบครัวที่บิดารับราชการกรมราชทัณฑ์และมารดาประกอบอาชีพค้าขาย
เส้นทางสีกากี
เริ่มต้นขึ้นหลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 29 และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 45 โดยเริ่มรับราชการครั้งแรกในสายตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.144) จังหวัดเพชรบุรี ก่อนจะย้ายเข้าสู่สังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และก้าวหน้าในหน้าที่การงานจนได้ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางในปัจจุบัน
คดีมหากาพย์
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ได้รับการยอมรับว่า เป็นยอดนักสืบที่ไม่เคยเกรงกลัวต่ออำนาจมืดหรืออิทธิพลใดๆ ผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้เขาเป็นอย่างมากคือการปราบปรามการทุจริตในวงราชการหลายคดีดัง ตั้งแต่คดี "สีกากอล์ฟ" ที่นำไปสู่การสึกของพระผู้ใหญ่ถึง 13 รูป ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สร้างความตกตะลึงไปทั่วประเทศ รวมถึงการบุกจับกุมอดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และการทำคดีตบทรัพย์ของนักร้องเรียนชื่อดังอย่าง นายศรีสุวรรณ จรรยา
นอกจากนี้เขายังเคยนำทีมสกัดจับรถของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ เพื่อตรวจค้นอาวุธปืน รวมถึงเข้าจับกุมลูกเขยของนายชาดาในข้อหาเรียกรับสินบน และยังเป็นผู้นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล เพื่อหาความเชื่อมโยงกับเว็บพนันออนไลน์อีกด้วย
ล่าสุด "บิ๊กเต่า" มีประเด็นขัดแย้งกับ "โทน บางแค" (เซียนพระชื่อดัง) กรณีข้อพิพาทหนี้สินพระเครื่องมูลค่าสูงที่โยงไปถึง "มาดามเก่ง" โดยโทน บางแค กล่าวหาว่าถูกข่มขู่บังคับให้ใช้หนี้ แต่บิ๊กเต่าปฏิเสธและโต้กลับว่าเป็นการตรวจสอบขบวนการเวียนพระเครื่อง
บทบาทเหล่านี้ไม่เพียงแต่สะท้อนภาพลักษณ์มือปราบผู้ตรงไปตรงมา แต่เขายังแสดงจุดยืนในการเป็นตัวแทนตำรวจยื่นหนังสือร้องความเป็นธรรมเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจปี 2568 เพื่อผลักดันความถูกต้องภายในองค์กรควบคู่ไปกับการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มข้นอีกด้วย



