
โทน บางแค ร้อง กร.ตร. เอาผิด “บิ๊กเต่า” หลังบิดคดีจากแพ่งเป็นอาญา
"โทน บางแค" เปิดใจ หลังเข้าร้องเรียนคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ขอให้ตรวจสอบและดำเนินคดีทางวินัยและอาญา “บิ๊กเต่า” หลังบิดเบือนข้อพิพาททางแพ่งให้เป็นคดีอาญา
จากกรณี น.ส.ดรณ์ เทียนถาวรวงษ์ หรือ "มาดามเก่ง" นักธุรกิจ เข้าแจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม หลังถูกกลุ่มเซียนพระเครื่องฉ้อโกง โดยมี นายโทนทอง สุขแก่น หรือ "โทน บางแค" เซียนพระชื่อดัง เป็นผู้เกี่ยวข้องอยู่ด้วย โดยมี พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เป็นคนกลางในการพูดคุย จนนำมาสู่การถูกนายโทนทองแจ้งความดำเนินคดี เนื่องจากมองว่า ถูกกดดันข่มขู่ให้มีการชดใช้หนี้ จากกรณี น.ส.ดรณ์ เทียนถาวรวงษ์ หรือ "มาดามเก่ง" นักธุรกิจ เข้าแจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม หลังถูกกลุ่มเซียนพระเครื่องฉ้อโกง โดยมี นายโทนทอง สุขแก่น หรือ "โทน บางแค" เซียนพระชื่อดัง เป็นผู้เกี่ยวข้องอยู่ด้วย โดยมี พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เป็นคนกลางในการพูดคุย จนนำมาสู่การถูกนายโทนทองแจ้งความดำเนินคดี เนื่องจากมองว่า ถูกกดดันข่มขู่ให้มีการชดใช้หนี้
ล่าสุดนายโทนทอง สุขแก่น หรือ โทน บางแค เปิดใจกับทีมข่าวคมชัดลึกออนไลน์ ถึงกรณีเดินทางเข้าร้องเรียนคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (กร.ตร.) เมื่อวานที่ผ่านมา เพื่อขอให้ตรวจสอบและดำเนินคดีทางวินัยและอาญา กับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมพวก และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากใช้อำนาจโดยมิชอบ หลังมีพฤติการณ์ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ บิดเบือนข้อพิพาททางแพ่งให้เป็นคดีอาญา ใช้อำนาจรัฐกดดันและกลั่นแกล้งให้ประชาชนได้รับโทษทางอาญา รวมทั้งเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะในลักษณะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงอันก่อให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณะและไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างร้ายแรง โดยได้นำเอกสารประกอบด้วย สำเนาหนังสือร้องทุกข์เดิม และสำเนาคำแถลงข่าวและบทสัมภาษณ์ของ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว มาเป็นหลักฐานการร้องเรียน
ส่วนกรณีที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ออกมาระบุว่า ตนเป็นโจรกระจอกนั้น ถือว่าเป็นการกล่าวหา เนื่องจนถึงขณะนี้ ตนยังไม่ได้ถูกแจ้งข้อหาใดๆ จะเป็นโจรได้อย่างไร โดยมั่นใจว่าคดีดังกล่าวยังไม่ได้เป็นคดีแพ่งด้วยซ้ำ เนื่องจากตนยังมีการชำระหนี้ให้ หรือ “มาดามเก่ง” อยู่ตามสัญญา พร้อมถามกลับ “พล.ต.ต.จรูญเกียรติ” ว่า เหตุใดจึงมีความพยายามบิดคดีเป็นคดีอาญา มีเป้าประสงค์ใดหรือไม่
ส่วนเจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลเอาผิดกับเครือข่ายเซียนพระ รวม 9 ราย ที่ถูกเชื่อมโยงกับขบวนการซื้อขายพระและฉ้อโกง นายโทนทอง ยืนยันว่า ตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว ทั้งนี้หากมีการออกหมายจับจริง ตนไม่หนีแน่นอน ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ตำรวจมีข้อมูลหลักฐานเชื่อมโยงว่าตนฉ้อโกง ทำเป็นขบวนการจริง ก็ยอมติดคุก ก้มหน้ารับกรรม แต่อย่างไรก็ตามมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเอง พร้อมขอต่อสู้ในชั้นศาล โดยเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม แต่ยอมรับว่ากังวลเกรงว่าจะออกหมายจับโดยมิชอบ จึงได้เดินทางมาร้องเรียนคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (กร.ตร.) เพื่อให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับทราบ และขอความเป็นธรรมด้วย



