
หัวอกแม่ใจสลาย! เลี้ยงลูกคนอื่นเกือบ 2 ปี เพิ่งรู้ถูกสลับตัว หลังแม่จริงๆทักมา
สาวแทบแม่ช็อก ความแตกตอน 1 ขวบครึ่ง ทักแชตถามจนรู้ พี่รับจ้างเลี้ยงเด็ก แอบสลับเด็กส่งคืน มืดแปดด้านลูกจริงอยู่ไหน
7 พ.ค. 2569 นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้พา น.ส.นก (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี ชาวจ.มุกดาหาร เดินทางไปที่สภ.บางละมุง พบกับ พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผกก.สภ.บางละมุง เพื่อขอให้ช่วย น.ส.นก ติดตามหาลูกสาว 3 ขวบที่ถูก น.ส.หนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี หญิงรับจ้างเลี้ยงลูก ได้สลับตัวไป โดยเอาลูกสาวคนอื่นมาสวมรอยส่งคืนให้ น.ส.นก ตั้งแต่ยังเป็นทารกวัย 5 เดือน ซึ่ง น.ส.นก มารู้ความจริงเมื่อตอนที่ลูก 1 ขวบ 6 เดือน จู่ๆ มีผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนทักแชตเฟซบุ๊กมาแสดงตัวเป็นแม่แท้ๆ ของลูกสาวที่ น.ส.นก เลี้ยงอยู่
ขณะนี้ตำรวจจับ น.ส.หนึ่ง แล้วถูกศาลชั้นต้นตัดสินจำคุกและได้ประกันตัวออกมาระหว่างรอยื่นอุทธรณ์ แต่ น.ส.นก ไม่ทราบชะตากรรมของลูกสาวแท้ๆ ว่า ตอนนี้ไปอยู่กับใครที่ไหน อยากได้ลูกแท้ๆ กลับคืนมาใจจะขาด แต่มืดแปดด้านในการติดตามหาตัว เนื่องจาก น.ส.หนึ่ง ปิดปากเงียบเรื่องที่อยู่ของเด็ก อ้างเพียงว่าสองสามีภรรยาชาวเมียนมาพาหนีไป จึงวอนขอความเป็นธรรมต่อนางปวีณา ช่วยประสานตำรวจติดตามหาลูกสาวตัวจริงกลับสู่อ้อมอกแม่ด้วย
นางปวีณา กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อนมาก จึงได้ประสาน พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผกก.สภ.บางละมุง ทันที และได้นัดหมายมาพบ ผกก.ในวันนี้ ขณะเดียวกันได้นัด น.ส.จันจิรา ไทยบัณฑิต พมจ.ชลบุรี เดินทางมาด้วย เพราะต้องตามหาสองสามีภรรยาชาวเมียนมาที่เอาลูกของ น.ส.นกไป หากว่ามีการขายเด็กก็เข้าข่ายการค้ามนุษย์ต้องดำเนินคดีกับสองสามีภรรยาชาวเมียนมา และเร่งติดตามตัวเด็กซึ่งเป็นลูกแท้ๆ ของ น.ส.นก ที่ถูกสลับตัวไปกลับมาคืนแม่ให้ได้
ขณะเดียวกันจะขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัว น.ส.น้อย ที่แสดงตนเป็นแม่ของเด็กที่ น.ส.นก เลี้ยงดูอยู่ในขณะนี้ มาสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น และความต้องการที่จะรับลูกไปเลี้ยงดูเองหรือไม่ ทุกอย่างจะต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเรื่องนี้มูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามร่วมกับ ผกก.สภ.บางละมุง และ พมจ.ชลบุรี อย่างใกล้ชิดต่อไป
น.ส.นก ผู้เป็นแม่ เล่าความเป็นมาว่า ตอนปี 2565 แม่ตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมและทะเลาะกับแฟนหนุ่มจึงเลิกรากันไป แม่ไม่อยากให้ทางบ้านต้องรับรู้ จึงไปปรึกษาเพื่อน เพื่อนได้แนะนำให้รู้จักกับกับ น.ส.หนึ่ง ซึ่งอาศัยอยู่ห้องเช่ากับสามีและลูก 4 คนที่อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อได้พูดคุย น.ส.หนึ่งบอกว่าเป็นคนรักเด็ก เมื่อแม่คลอดลูกออกมาจะรับเลี้ยงให้ แม่จึงย้ายไปอยู่กับน.ส.หนึ่ง ที่ จ.ชลบุรี ได้ประมาณ 20 วัน แม่ก็คลอดลูกสาวออกมาในเดือนต.ค.2565 และแม่เกิดเปลี่ยนใจไม่อยากยกลูกให้ น.ส.หนึ่ง แล้ว จึงตกลงจ้าง น.ส.หนึ่ง เลี้ยงลูกให้เดือนละ 8,000 บาท ส่วนแม่ก็ไปทำงานรับจ้างก่อสร้างในพื้นที่ จ.ชลบุรี และอาศัยอยู่ที่ไซต์งาน
ระหว่างที่ น.ส.หนึ่ง เลี้ยงลูกให้ได้ 1 เดือนนั้น ได้มาบอกกับแม่ว่า มีสองสามีภรรยาคู่หนึ่งอยากจะได้ทารกไปเลี้ยงเป็นลูก โดยจะให้เงินผูกข้อมือ 20,000 บาท แต่แม่ไม่ยอมยกลูกให้ หลังจากนั้นแม่ก็ยังฝาก น.ส.หนึ่ง เลี้ยงลูกต่อโดยไม่คิดอะไร เมื่อมีเวลาว่างแม่ก็ไปเยี่ยมลูกบ้างนานๆ ครั้ง จนกระทั่งลูกอายุ 5 เดือน วันที่ 1 มี.ค 2566 จู่ๆ น.ส.หนึ่ง ก็นำลูกมาส่งให้แม่ โดยบอกว่าฝากไว้ก่อนจะไปทำธุระ แต่ผ่านไปหลายวัน น.ส.หนึ่ง ก็ไม่มารับลูกไปดูแลต่อ แม่จึงได้เอาลูกไปฝากให้ยายเลี้ยงที่ จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนจะไปทำงานรับจ้างต่อ จนเดือนพ.ค. 2566 แม่กลับไปเยี่ยมลูกได้สังเกตเห็นว่าหน้าตาของเด็ก 7 เดือนเปลี่ยนไป หน้าดำ และหน้าใหญ่ขึ้น ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าใช่ลูกตนเองหรือไม่ เลยถามยายว่า "จะไปตรวจ DNA ดีมั้ย" ยายบอกว่า "อย่าเลย ทำใจไม่ได้ ลูกใครก็เลี้ยงไปเถอะ"
หลังจากนั้นแม่ก็ไม่ได้คิดอะไร กระทั่งเดือน มี.ค.67 เด็กน้อยอายุได้ 1 ขวบ 6 เดือน จู่ๆ ก็มีน.ส.น้อย (นามสมมุติ) ทักแชตเฟซบุ๊กมาหาแม่แสดงตนว่าเป็นแม่ของลูกสาวเรา และถามว่า "ลูกของหนูเป็นอย่างไรบ้าง ซนมั้ย อยากเห็นหน้าลูก ช่วยส่งรูปให้ดูหน่อย" และ น.ส.น้อย ยังได้ส่งคลิปวิดีโอลูกสาวที่แม่เคยส่งให้ น.ส.หนึ่ง มายืนยัน แม่ถึงกับช็อก!! คุยแชตถามจนรู้เรื่องว่า ตอนที่ลูก 5 เดือน ช่วงเดือนมี.ค.66 น.ส.หนึ่ง ได้ไปเอาลูกของน.ส.น้อย โดยให้เงินไป 10,000 บาท ก่อนจะเอาลูกของน.ส.น้อย มาสวมรอยเป็นลูกของตนส่งคืนมาให้ ใจแม่แทบสลาย ตกใจสุดขีดเมื่อรู้ว่าเด็กที่เลี้ยงอยู่ไม่ใช่ลูกแท้ๆ จึงได้รีบติดต่อหาน.ส.หนึ่ง เพื่อสอบถามว่าลูกของตนอยู่ไหน แต่น.ส.หนึ่งก็ไม่ยอมบอกก่อนจะบล็อกทุกช่องทางติดต่อไม่ได้
จากนั้นวันที่ 7 มี.ค.67 แม่จึงได้ไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.บางละมุง ตำรวจได้ส่งตัวแม่และลูกที่ถูกสลับตัวมาไปตรวจ DNA ปรากฎว่าไม่ตรงกัน ไม่มีความเกี่ยวข้องเป็นแม่ลูกแต่อย่างใด และไม่นานตำรวจก็ได้จับกุมตัวน.ส.หนึ่ง ที่สลับตัวเด็กไปมาดำเนินคดี จากการสอบสวน น.ส.หนึ่ง อ้างว่าเอาลูกของตนไปให้กับสองสามีภรรยาชาวเมียนมา ตำรวจจึงแจ้งข้อหา น.ส.หนึ่ง "พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อหาผลกำไร" ศาลชั้นต้นตัดสินเมื่อวันที่ 19 มี.ค.2568 ให้จำคุก น.ส.หนึ่ง 10 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพจึงลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 5 ปี ตอนนี้ น.ส.หนึ่ง ได้ประกันตัวออกมาระหว่างรอยื่นอุทรณ์ ส่วนแม่พยายามตามหาลูกแท้ๆ มาโดยตลอด 2 ปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่มีเบาะแส ซึ่งแม่คิดว่าสองสามีภรรยาชาวเมียนมาที่เอาลูกของแม่ไปน่าจะต้องถูกดำเนินคดีด้วย อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวมาดำเนินคดีและสอบปากคำเพราะเป็นกุญแจสำคัญที่จะติดตามตัวลูกสาวแม่กลับมาได้ แม่จึงตัดสินใจโทรติดต่อมายังมูลนิธิปวีณาฯ ก่อนจะเดินทางจาก จ.มุกดาหาร มาร้องทุกข์ด้วยตนเองกับนางปวีณา เมื่อวานนี้ (6 พ.ค.) เพื่อขอให้ช่วยประสานตำรวจติดตามตัวสองสามีภรรยาชาวเมียนมามาดำเนินคดี และนำลูกสาวกลับมาสู่อ้อมอกแม่
ล่าสุดวันนี้ 7 พ.ค.69 เวลา 09.00 น. นางปวีณา ได้มอบหมายให้นักกฎหมายและเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ พา น.ส.นก ไปรับฟังคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ในคดีที่ น.ส.หนึ่ง ผู้ก่อเหตุสลับเด็ก ถูกดำเนินคดียื่นอุทธรณ์ขอลดโทษ (จำเลยซึ่งยื่นอุทธรณ์ไม่มาฟังคำพิพากษาตามนัดศาลจึงเลื่อนไปฟังคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์เป็นวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 น.)



