
สาวสุดช้ำ แฟนหนุ่ม ตม. นอกใจ คลั่งจัดตืบโชว์ชู้บนรถ แจ้งความเรื่องเงียบ
พนักงานสาวสายการบินสุดทน ร้องสื่อถูกแฟนหนุ่ม ตม. นอกใจไม่พอ ยังซ้อมปางตาย-บีบคอคารถ คาสายชู้ นัดเคลียร์กลับขับรถหนี ลากไถลพื้นกว่า 10 เมตร แจ้งความคดีไม่คืบ
ผู้สื่อข่างรายงานว่า คุณเนย พนักงานสาวสายการบินชื่อดัง สาววัย 32 ปี ร้องสื่อกรณีถูกแฟนหนุ่ม ซึ่งเป็นตำรวจ ตม. อายุ 44 ปี นอกใจและทำร้ายร่างกาย แจ้งความคดีไม่คืบ
คุณเนย เล่าว่า คบกับแฟนหนุ่มมาประมาณ 5 ปี ที่ผ่านมาฝ่ายชายเป็นคนเจ้าชู้ตลอด เคยเลิกรากันไปแล้ว 1 ครั้ง ก่อนจะกลับมาคบกันใหม่ แต่ในช่วงเดือน พ.ย. 2568 ขณะอยู่ด้วยกันบนรถกลับบ้านด้วยกัน มีผู้หญิงโทรเข้ามาหาฝ่ายชาย พอรับสาย ฝ่ายชายกลับพูดใส่ร้ายว่าตนเป็นคนตามราวีไม่ยอมเลิก
ตนจึงสวนทันที เลิกกันตอนไหน อยู่ด้วยกันทุกวัน จากนั้น ฝ่ายชายยื่นโทรศัพท์ให้คุย ตนจึฃถามฝ่ายหญิงว่าคงกันมานานแค่ไหนแล้ว สรุปพบว่า คบกันมาประมาณ 1 เดือนแล้ว
ระหว่างที่คุยฝ่ายชายโมโหได้ลงมือทำร้ายร่างกายตน ชกเข้าหน้า จับหัวโขกคอนโซลรถ ทุบตีตามร่างกาย โดยพบว่าระหว่างที่ตนถูกซ้อมฝ่ายชายไม่ได้วางสาย ซึ่งฝ่ายหญิงอยู่ในสายตลอด 2-3 ชั่วโมง และได้ยินทุกอย่าง จึงแย่งโทรศัพท์มากดตัดสาย แต่ฝ่ายชายกลับหนักขึ้นบีบคอจนตนหายใจไม่ออก ต้องยกมือร้องขอชีวิต ฝ่ายชายจึงหยุด และพาตนไปโรงพยาบาล
คุณเนย เล่าต่อว่า หลังเกิดเหตุได้ไปแจ้งความ แต่ตำรวจท้องที่กลับทำเพียงลงบันทึกประจำวัน เพิ่งมาทราบทีหลัง ต่อมาตนจึงจี้แต้ฃความดำเนินคดีอาญา ผ่านมา 2 เดือน ถึงเพิ่งได้เลขคดีมา นอกจากนี้ยังพบว่าตำรวจคดีส่งไปที่ศาลครอบครัว บอกเป็นเรื่องในครอบครัว ขอให้เจรจากันก่อน ทั้งๆที่ไม่ได้จดทะเบียนกัน
คุณเนย ยังเล่าว่า นอกจากเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว ยังมีเหตุการณ์ที่ฝ่ายชายนัดขอเคลียร์ โดยนัดกันสถานที่ทำงานฝ่ายชาย พอตนไปถึงฝ่ายชายไม่ยอมออกมาตามนัด โทรไปก็ไม่รับสาย กระทั่งตกเย็น ฝ่ายชายเดินออกมาพร้อมกับผู้หญิงคนนั้น ตนจึงเข้าไปถามว่านัดแล้วทำไมไม่คุย ฝ่ายชายตอบปัดว่า ไม่มีอะไรจะคุย ก่อนเดินขึ้นรถไป ระหว่างนั้นตนตัดสินใจ โดดไปขวางหน้ารถ เพื่อขอให้ลงมาคุยกัน แต่ฝ่ายชายลดกระจกลงมาโวยวาย เล่นบทเหยื่อตะโกนหาว่าคุณเนยจะเข้ามาทำร้ายร่างกาย พร้อทกับสั่งให้ผู้หญิงบนรถขับรถออกไป เป็นเหตุให้รถลากตนกว่า 10 เมตรและล้มเข่ากระแทกพื้น
จากนั้นตนเข้าแจ้งความอีกครั้ง แต่ตำรวจท้องที่เดิมบอกว่า ฝ่ายชายมาลงบันทึกประจำวันไว้ก่อนแล้ว ข้อหาทำร้ายร่างกาย ซึ่งระหว่างนั้นตนได้หาหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิดนำมาให้ตำรวจ ตำรวจรับทำแต่คดีแรกที่ซ้อมบนรถ ส่วนคดีขับรถลากตนไม่รับทำ พอทวงถามคดีไปที่ร้อยเวรเจ้าของคดี ก็อ้างว่าติดต่อไปหาฝ่ายชายแล้ว แต่ฝ่ายชายบอก ยังไม่ว่าง ติดงาน ติดเข้าเวร จึงยังไม่ได้มาสอบปากคำ
สุดท้ายตนตัดสินใจน้องที่จเรตำรวจแห่งชาติ แต่เรื่องยังเงียบอยู่ จ้กรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมเรื่องจะเงียบเพราะทราบมาว่า ตำรวจที่ทำคดีเคยอยูา ตม. มาก่อน



