
กองปราบ คุมตัว "อัจฉริยะ" พร้อมพวก ฝากขังศาล สับขาหลอกเลี่ยงเจอสื่อ
กองปราบ คุมตัว "อัจฉริยะ" พร้อมพวก ฝากขังศาล สับขาหลอกเลี่ยงเจอสื่อ พร้อมค้านประกัน ตำรวจเผย ทั้งหมดให้การปฏิเสธ
22 เม.ย. 2569 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตำรวจกองบังคับการปราบปราม คุมตัว นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมพวกรวม 6 คน ประกอบด้วย พ.ต.อ.กวินศักดิ์ รองผู้การ ตชด.ภาค 4, น.ส.วิภาดา, ทนายความ, ส.อ.สิทธิชัย คนขับรถของนายอัจฉริยะ, นายจิรโรจน์ และภรรยา ไปฝากขังที่ศาลอาญา ในข้อหา ร่วมกันกรรโชกทรัพย์
หลังผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมือง เข้าแจ้งความว่าถูกข่มขู่เรียกเงินจำนวน 2.5 ล้านบาท เพื่อแลกกับไม่ไลฟ์สด โจมตีการทำงาน เกี่ยวกับการนำผู้ต้องหาชาวจีน ออกจากห้องกักของตรวจคนเข้าเมือง
โดยพนักงานสอบสวน ได้คุมตัว นายอัจฉริยะ และพวก ออกทางด้านหลังตึกบริเวณอาคารลานจอดรถ และขึ้นรถตู้ เพื่อเลี่ยงการเจอสื่อมวลชน ที่ปักหลักรออยู่หน้าทางเข้าออกหลักของกองบังคับการปราบปราม ซึ่งช่วงเช้าเจ้าหน้าที่นำแผงเหล็กและรถตู้ มาจอดหลอกตาสื่อมวลชนไว้
และสื่อมวลชนมาทราบประมาณ 09.15 น. ได้รับคำยืนยันจาก พลตำรวจตรี พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการกองปราบปราม ว่าตัวของกลุ่มผู้ต้องหาถึงศาลอาญาตั้งแต่ 9 โมงแล้ว จากนั้น เจ้าหน้าที่จึงได้มาย้ายรถตู้และเก็บแผงเหล็กบริเวณด้านหน้าของอาคารกองบังคับการปราบปรามออกไปทันที
ทั้งนี้ท้ายคำร้อง พนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากหนึ่งในผู้ต้องหาเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ เกรงว่าจะเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน รวมถึงอาจไปข่มขู่พยาน จึงมีความจำเป็นต้องคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทั้งหมด
ก่อนหน้าที่จะคุมตัวไปฝากขัง นายอัจฉริยะ เปิดเผยผ่านทางโทรศัพท์ ว่า ขณะนี้ พนักงานสอบสวนกองปราบปราม สอบปากคำตนเองเสร็จแล้ว โดยแยกสอบผู้ถูกกล่าวหาทุกคนโดยไม่ให้เจอกัน ซึ่งตนเองได้เตรียมเงินประกัน 1 ล้านบาท วางไว้ในชั้นพนักงานสอบสวน แต่ตำรวจยังไม่ให้ประกันตัว ซึ่งจะต้องไปประกันตัวในชั้นศาล
ส่วนความคืบหน้าทางคดี พลตำรวจตรี พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการกองปราบปราม ให้ข้อมูลว่า ตำรวจได้สอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 6 คนตั้งแต่เมื่อคืนนี้จนถึงช่วงเช้า โดยทำการแยกสอบผู้ต้องหาคนละชั้น ซึ่งผู้ต้องหามีท่าทีที่ปกติ และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และจากการสอบปากคำมาหลายชั่วโมงผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และไม่ให้การอะไรที่เกี่ยวกับรูปคดี ส่วนรายละเอียดการสอบปากคำนั้น ไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากอยู่ในสำนวนคดี และที่ต้องใช้เวลาสอบนาน เพราะมีรายละเอียดเกี่ยวกับการรับเงิน เนื่องจากเป็นการแจ้งข้อหา "ร่วมกันกรรโชกทรัพย์" จะต้องนำเรื่องทรัพย์มาดำเนินการสอบสวนเป็นหลัก
ส่วนจะต้องเรียกผู้เสียหายในคดีมาสอบปากคำเพิ่มเติมหรือไม่ พลตำรวจตรี พัฒนศักดิ์ บอกว่า ในคดีนี้ต้องแยกออกเป็น 2 ส่วน ในส่วนคดีการนำผู้ต้องหาชาวจีนออกจากห้องกักของตรวจคนเข้าเมือง ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการไปที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ดำเนินการสอบสวนในเรื่องนี้ แต่ในกรณีที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาในเรื่องร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ทางกองบังคับการปราบปราม ดำเนินการเรื่องนี้ และเบื้องต้นเราสอบปากคำผู้ร้องเสร็จสิ้นจนได้รายละเอียดครบถ้วนแล้ว



