
คดีพลิก? ลูกสาวยันไม่ได้ทิ้งพ่อแม่ ปมในใจใช้หนี้แทนเกือบ 30 ปี เอาตัวแทบไม่รอด
ลูกสาวเปิดใจพร้อมน้ำตา เคลียร์ดราม่าทิ้งพ่อแม่ ย้ำ "หนูยังรักพ่อแม่ แต่เข้าใจหนูบ้าง" เผยปมในใจใช้หนี้แทนเกือบ 30 ปี วอนสังคมเข้าใจด้วย
จากกรณีสะเทือนใจ นายประทีปและนางมะลิวัลย์ สองตายายถูกทิ้งเคว้งที่ บขส.อุดรธานี หลังเดินทางไกลจากลพบุรีหวังมาพึ่งพิงลูกสาว แต่กลับติดต่อไม่ได้จนเจ้าหน้าที่ต้องเข้าช่วยเหลือส่งตัวไปยังศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งฯ พร้อมถ้อยคำตัดพ้อจากผู้เป็นแม่ว่า "อยากเห็นหน้าลูกสาวเป็นครั้งสุดท้ายก่อนตาย" คลิก
6 เม.ย. 2569 ล่าสุดผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกด้าน พบกับ น.ส.มิกซ์ (นามสมมติ) อายุ 45 ปี ลูกสาวของสองตายาย ซึ่งทำงานอยู่ที่มินิมาร์ทแห่งหนึ่งในตัวเมืองอุดรธานี เจ้าตัวเปิดใจทั้งน้ำตาถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นว่า ตนไม่ได้ตั้งใจทิ้งพ่อแม่ แต่มีเหตุผลความจำเป็นที่ต้องพูดความจริง
น.ส.มิกซ์ เล่าว่า ตนไม่ทราบมาก่อนว่าพ่อกับแม่จะเดินทางมาหาที่อุดรธานี เพราะการคุยกันก่อนหน้านี้ทั้งคู่บอกว่าจะเดินทางจากลพบุรีไปหาญาติที่ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น มาแบบจู่โจมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อและแม่มาลงที่บขส.อุดรธานี ส่วนสาเหตุที่ไม่ได้รับโทรศัพท์ เป็นเพราะตนทำงานเข้ากะตั้งแต่ 05.00 น. ถึง 16.00 น. ซึ่งเป็นกฎของที่ทำงานห้ามใช้โทรศัพท์ ไม่ใช่การจงใจหลบเลี่ยง
"หนูเคยบอกพ่อกับแม่ตั้งแต่ตอนอยู่ลพบุรีแล้วว่า ถ้าจะมาอยู่ด้วย หนูรับมาอยู่ด้วยไม่ได้จริงๆ เพราะหนูพักอยู่หอพักแคบๆ กับสามี ทางหอพักเขาก็มีกฎห้ามคนนอกเข้าพัก และหนูก็แจ้งชัดเจนไปแล้วว่าหนูเลี้ยงไม่ไหว เพราะตัวเองก็จะเอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว"
เมื่อถามถึงความสัมพันธ์ในครอบครัว น.ส.มิกซ์ เปิดเผยความในใจที่เก็บกดมานานว่า แม้จะเป็นลูกแต่ความผูกพันแทบไม่มี เพราะตนไม่ได้ถูกพ่อแม่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก แต่อาศัยอยู่กับปู่มาตลอดจนจบ ป.6 และต้องดิ้นรนสู้ชีวิตด้วยตัวเองมาโดยตลอด หนูเคยผ่อนบ้านให้พ่อและแม่ 1 หลัง พอผ่อนจนหมด พ่อแม่ก็นำไปขายเพื่อเอาเงินไปให้น้องชาย ซื้อรถมอเตอร์ไซค์ให้ก็นำไปให้น้องชายเช่นกัน
ยอมรับหนูและน้องชายไม่ถูกกันด้วย ตลอดเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา ตนต้องตามชดใช้หนี้สินหลักแสนบาทที่แม่ก่อไว้ ทั้งหนี้นอกระบบ (แก๊งหมวกกันน็อค) และหนี้จากคนรอบข้าง จนตัวเองแทบไม่มีเงินเก็บ
น.ส.มิกซ์ ยืนยันว่า ยังรักพ่อแม่ในฐานะผู้ให้กำเนิด แต่สถานะตอนนี้ตนเองก็ "ปากกัดตีนถีบ" ลำพังแค่เลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวก็แทบไม่รอด ส่วนกรณีที่แม่อยากเจอหลาน ตนไม่อยากให้เจอ เพราะที่ผ่านมาพ่อแม่ไม่เคยสนใจหลานคนนี้เลย ไปให้ความสำคัญแต่กับลูกของน้องชายมากกว่า
"หนูอยากให้สังคมเข้าใจหนูบ้าง หนูช่วยมาเยอะแล้ว ใช้หนี้ให้มาค่อนชีวิตแล้ว ตอนนี้หนูไม่ไหวจริงๆ หนูไม่ได้ทิ้ง แต่หนูเลี้ยงไม่ไหวแล้วจริงๆ" ลูกสาวกล่าวทิ้งท้าย



