ข่าว

หนุ่มขี่ จยย. จากกรุงเทพฯ เข้าคัดเลือกทหาร ถูกกระสุนลูกหลง ดับสลด

หนุ่มขี่ จยย. จากกรุงเทพฯ เข้าคัดเลือกทหาร ถูกกระสุนลูกหลง ดับสลด

06 เม.ย. 2569

หนุ่มขี่ จยย. จากกรุงเทพฯ เข้าคัดเลือกทหาร ถูกกระสุนลูกหลง ดับสลด บริเวณที่ว่าการอำเภอ ขณะรอฟังประกาศ จับใบดำใบแดง

5 เม.ย. 2569 เมื่อเวลา 16.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นคู่อริ ใช้อาวุธปืนยิงกันจนทำให้มีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตภายในบริเวณที่ว่าการอำเภอขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ขณะที่มีการคัดเลือกทหารประจำปี 2569

พ.ต.ต.ประพาษ เยินสูงเนิน สารวัตร(สอบสวน)สภ.ขุขันธ์ พร้อมชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บ 2 ราย มีอาการสาหัส 1 ราย บาดเจ็บที่ข้อเท้าเล็กน้อย 1 ราย หน่วยกู้ภัยอำเภอขุขันธ์ นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลขุขันธ์ เพื่อทำการรักษา ทราบชื่อต่อมาคือ นายนวกร หรือ "ฟิล์ม" อายุ 21 ปี ถูกยิงที่ใต้ราวนมข้างขวา และนายพิพัฒน์ อายุ 15 ปี ถูกยิงที่ส้นเท้าด้านซ้าย ต่อมานายนวกร ได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล ส่วนนายพิพัฒน์ พงษ์สุวรรณ อาการปลอดภัยแล้ว
 

ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถยนต์ 2 คัน คือ รถกระบะ แบบแค็ป สีดำ สภาพมีร่องรอยถูกยิงตรงล้อแม็ก และ รถกระบะ 4 ประตู สีบรอนซ์ สภาพกระจกด้านหน้า มีรอยกระสุน 2 จุด และด้านข้าง อีก 1 จุด 

เจ้าของรถยนต์ที่ถูกยิง เปิดเผยว่า ขณะอยู่ที่จุดเกณฑ์ทหาร ได้ยินเสียงคล้ายอาวุธปืนดังขึ้นประมาณ 3 นัด ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะมีกระสุนปืนลูกหลงมาโดนรถยนต์ของตนเอง กระทั่งมีน้องๆ ส่งภาพมาให้ดูผ่านโทรศัพท์มือถือ จึงรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นในที่ว่าการอำเภอขุขันธ์ โดยในวันนี้ (5 เม.ย.) ตนได้พาหลานมาเข้ารับการตรวจเลือกทหาร (เกณฑ์ทหาร) จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนยังอยู่ในอาการตกใจ และแทบพูดไม่ออก อีกทั้งตนไม่มีคู่อริกับใคร และไม่ทราบสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าวแต่อย่างใด
 

ด้าน นายพีรพงษ์ อายุ 37 ปี ญาติของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า น้องฟิล์มเป็นคนอัธยาศัยดี ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร และเพิ่งขี่ จยย. มาจากกรุงเทพฯ กับแฟนสาว เพื่อเข้ารับการตรวจเลือกทหารกองเกิน (เกณฑ์ทหาร) โดยก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ประกาศเรียกผู้เข้ารับการเกณฑ์ทหารให้เข้าไปด้านใน ไม่นานก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นประมาณ 3 นัด เมื่อเสียงสงบลง จึงทราบว่าน้องชายของตน ซึ่งกำลังรอจับใบดำใบแดง ถูกยิงเข้าที่บริเวณใต้ราวนมด้านซ้าย ก่อนจะมาเสียชีวิต เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นการกระทำที่อุกอาจอย่างยิ่ง
 

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บรวบรวมหลักฐานในพื้นที่ ก่อนจะได้สอบปากคำผู้ที่เห็นเหตุการณ์ และติดตามผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำ โดยคาดว่าผู้ก่อเหตุหน้าที่มีประมาณ 2 ราย ซึ่งจะได้เร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป