ข่าว

แฉ ศิษย์เจ้าคณะอำเภอ ลวงตาวัย 65 ทำอนาจารรีดน้ำเชื้อ อ้างทำพิธีให้เมียหลง

แฉ ศิษย์เจ้าคณะอำเภอ ลวงตาวัย 65 ทำอนาจารรีดน้ำเชื้อ อ้างทำพิธีให้เมียหลง

24 มี.ค. 2569

แฉลูกศิษย์คนสนิทเจ้าคณะอำเภอ ลวงตาวัย 65 ทำพิธีรีดน้ำเชื้อคากุฏิ อ้างเป็นพิธีกรรมมหาเสน่ห์ให้เมียหลง ด้านหลวงพ่อโต้ไม่เกี่ยวข้อง แต่ขอแสดงสปิริตลาออกจากทุกตำแหน่ง-ย้ายจำพรรษา

24 มี.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านห้วยบ่อซืน ต.ห้วยบ่อซืน อ.ปากชม จ.เลย ว่า พระรูปหนึ่ง เป็นถึงเจ้าคณะอำเภอเชียงคาน และ อำเภอปากชม และเจ้าอาวาสวัดป่าศรีสว่างธรรม พร้อมลูกศิษย์มีพฤติกรรมไม่เหมาะภายในวัด เรียกผู้เฒ่ากว่า 60 ปี มาทำพิธีนุ่งโสร่ง รีดน้ำเชื้อ กินบวบ ในกุฎิของเจ้าคณะอำเภอ เมื่อไปถึงวัดพบชาวบ้าร่วม 20 คน พร้อมพระลูกวัดในวัด กำลังนั่งคุยเรื่องราวที่เกิดขึ้น

 

พระครูบาศรีไพร ธรรมมะกุสโร พระลูกวัด เล่าว่า นายชล อายุประมาณ 40 ปี ซึ่งเป็นศิษย์ในวัด มีพฤติกรรมเรียกผู้เฒ่าอายุกว่า 60 ปี มาทำพีธิในกุฎิของเจ้าคณะอำเภอ และยังมานอนในกุฎิ บางครั้งเห็นนายชลเดินออกมาจากกุฎิพร้อมเจ้าคณะอำเภอจูงมือออกมาและเจ้าคณะอำเภอยังลงไปล้างจาน ซักผ้าให้อีก เห็นว่าไม่เหมาะ มีการบอกเจ้าคณะอำเภอไปหลายครั้ง จนชาวบ้านทนพฤติกรรมไม่ไหว จึงร้องสื่อให้ช่วย

 

แฉ ศิษย์เจ้าคณะอำเภอ ลวงตาวัย 65 ทำอนาจารรีดน้ำเชื้อ อ้างทำพิธีให้เมียหลง

ด้านนายแดง (นามสมมุติ) อายุ 65 ปี ผู้เสียหาย เล่าว่า กลางดึงนายชลให้มาหาที่กุฎฺเจ้าคณะอำเภอ เมื่อไปถึงพบนายชลอยู่ในห้อง ให้ตนเองถอดเสื้อผ้าเพื่อทำพิธี จากนั้นเล้าโลมตนเอง แต่ด้วยอายุเยอะแล้วไม่แข็งตัว มีการอมและช่วยจนกระทั่งเสร็จทั้งสองคน จากนั้นนายชลเอาโสร่งมาเช็ดน้ำอสุจิแล้วมาเช็ดที่ตนขาตนเอง พร้อมบอกว่า ให้น้ำโสร่งที่เช็ดน้ำอสุจิกลับไปบ้านแล้วใส่นอน จะทำให้เมียหลง แล้วเอาภาพจากมือถือมาให้ดู หลังเล่าเรื่องพาผู้สื่อข่าวไปดูโสร่งที่เปื้อนน้ำอสุจิที่ท้ายรถกระบะ 

 

แฉ ศิษย์เจ้าคณะอำเภอ ลวงตาวัย 65 ทำอนาจารรีดน้ำเชื้อ อ้างทำพิธีให้เมียหลง

 

ผู้สื่อไปที่วัดแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 3-4 กม. พบพระสมชาย เตชปัญโญ อายุ 65 ปี เจ้าคณะอำเภอเชียงคาน และ อำเภอปากชม และเจ้าอาวาสวัดป่าศรีสว่างธรรม อยู่ภายในวัดพร้อมลูกศิษย์ เปิดเผยว่า นายชลเป็นลูกศิษย์ที่วัด มาอยู่วัดแรกๆ ก็ไม่ทราบเรื่อง จนมาช่วงหลังมีพฤติกรรมไม่เหมาะตามที่ชาวบ้านร้องเรียน จึงให้ออกจากวัดไปนานแล้ว ส่วนหลวงพ่อยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือประพฤติไม่เหมาะสม แต่ด้วยความรับผิดชอบ ขอออกจากตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอเชียงคาน และ อำเภอปากชม และเจ้าอาวาสวัดป่าศรีสว่างธรรม เพื่อความสบายใจของชาวบ้าน 

 


จากนั้นจะไปจำพรรษาที่วัดอื่น ตำบล และจังหวัดอื่น และจะไปรายงานและขอลาออกจากให้เจ้าคณะจังหวัดทราบวันที่ 26 มี.ค. 2569 จนชาวบ้านพอใจแยกย้ายกันกลับบ้าน